ผมเดินทางไปโคราช บ่ายวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๙ ท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว ด้วยรถตู้ของ มทส. ขับโดยคุณป้อม ที่มารอที่หน้าบ้านก่อนเวลานัดกว่าครึ่งชั่วโมง ผมจึงได้ออกเดินทางตั้งแต่เวลา ๑๒.๓๐ น. และไปถึงสุรสัมนาคารสถานที่พักโปรดของผมเวลา ๑๖.๑๐ น. เข้าพักที่ห้อง ๔๐๔๐
นั่งทำงานที่ห้องพัก จนเวลา ๑๗ น. ท่านรองอธิการบดีฝ่ายกิจการสภา รศ. ดร. กองพล อารีรักษ์ มาหาที่ห้อง เอาเอกสารมาให้ลงนาม และหารือกันเรื่องการไปโรงพักตำรวจในวันรุ่งขึ้นเพื่อรับการไกล่เกลี่ยจากการถูกฟ้องคดีอาญาหมิ่นประมาท เรื่องการเยี่ยมฟาร์มมหาวิทยาลัย และสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร ในบ่ายวันที่ ๖ และการประชุมสภามหาวิทยาลัยในช่วงเช้าวันที่ ๗ ช่วยกันหาวิธีดำเนินการประชุมให้อยู่ใน ๓ ชั่วโมง
๑๗.๓๐ น. นั่งรถของ อ. กองพล ไปโรงแรม ปัญญ ที่ทนายสุครีพและสมหญิงมาพัก เพื่อกินอาหารเย็นด้วยกัน ที่ร้านอาหาร ในบริเวณโรงแรม และหารือกันเพื่อเตรียมตัวไปรับการไกล่เกลี่ยกรณีผมถูกฟ้องคดีอาญาหมิ่นประมาท เป็นร้านอาหารที่อาหารอร่อย และพอตกค่ำพายุฝนที่รุนแรงมากก็มาช่วยลดอากาศร้อน
ผมได้เรียนรู้เรื่องการไกล่เกลี่ยจากทนายทั้งสอง ว่าจะดำเนินการโดยคนกลางที่ไม่ใช่นายตำรวจที่เราไปพบเมื่อวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๙ ได้เรียนรู้ว่าในกระบวนการนี้ผู้ไกล่เกลี่ยต้องหาทางสร้างบรรยากาศปรองดอง และฝ่ายกล่าวหาและถูกกล่าวหาต้องไม่ต่อสู้กัน สามฝ่ายร่วมกันหาทางออก โดยรับฟังกัน หลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์ หลีกเลี่ยงการเรียกร้อง ส่วนใหญ่ผู้ไกล่เกลี่ยจะคุยกับแต่ละฝ่ายแยกกัน ผมบอกตัวเองว่า นี่คือโอกาสเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ในชีวิต
ผมได้เรียนรู้บุคลิกและวิธีคิดของนักกฎหมาย รวมทั้งได้เรียนรู้เรื่อง ม. รามคำแหง ที่ทนายทั้งสองเรียนจบมา
สำหรับผม ห้องพัก ๔๐๔๐ ของสุรสัมนาคารเป็นดั่งสวรรค์ อยู่ในความเย็นของเครื่องปรับอากาศ มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน ที่นอนกว้างและนอนหลับสบาย ที่สำคัญที่สุด ผมนอนหลับสบายจาก ๒๑.๑๕ น. รวดเดียวตื่นเองเวลา ๓.๑๕ น. คล้ายที่บ้าน ดีใจสุดขีดที่ไม่ส่ออาการเครียดจากการถูกฟ้องร้อง ต้องเข้ารับการปรองดอง เดาว่าส่วนหนึ่งน่าจะเป็นอานิสงส์ของการเดินออกกำลังตอนเช้าวันที่ ๕ ที่บ้าน ที่ผมเดินกึ่งวิ่ง เวลาเกือบ ๕๐ นาที ได้ ๖ พันก้าว
ผมได้รับแบบฝึกหัดทำจิตสงบ จากคลื่นลมในชีวิต
วิจารณ์ พานิช
๗ มี.ค. ๖๙