ระบบการบริหารงานคุณภาพ ISO 26000 กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
อารีย์ แผ้วสกุลพันธ์
เมื่อเศรษฐกิจและการค้าโลกเข้าสูการเป็นการค้าเสรีมากข้น ทำให้ประเทศต่างๆที่เป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) จำเป็นต้องกำหนดกติกาที่สามารถใช้ร่วมกันได้ เพื่อการค้าที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน เช่น มาตรฐานคุณภาพ ISO9000 จากนั้นมาตรฐานต่างๆ ก็เกิดตามมา โดยเฉพาะสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ ได้อนุมัติให้องค์การมาตรฐานสากล ISO จัดทำมาตรฐานสากลใหม่ว่าด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม Social Responsibility ขึ้นเพื่อเป็นมาตรฐานสากลในการกำหนดแนวทางที่ใช้กับภาครัฐ เอกชน และหน่วยงาน ให้มีความรับผิดชอบต่อกลุ่มผู้บริโภคและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ดังนี้ - ภาครัฐ – หน่วยงานราชการ, รัฐวิสาหกิจ - ภาคเอกชน – องค์การเอกชน, ภาคอุตสาหกรรมการผลิต, การบริการ ธุรกิจขนาดใหญ่ กลาง เล็ก - ภาคแรงงาน - ผู้บริโภค - หน่วยงานอื่นๆ เช่น สถาบันการศึกษา, โรงพยาบาล, สถาบันการเงิน ผู้ส่งมอบ สื่อ และ NGO
หลักการของระบบการจัดการมาตรฐานเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคม ISO26000 มุ่งเน้นไปที่ 1. สิทธิมนุษยชน (Human Right) 2. สิทธิของลูกจ้าง (Labour Right) 3. จริยธรรม (Ethics) Transparency and Anti Corruption 4. การดูแลสิ่งแวดล้อม (Sustainable Development) 5. ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (Safety and Hygienic Workplace)
จากข้อกำหนดดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ระบบการจัดการมาตรฐานเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคม ISO26000 นั้นเป็นการบูรณาการระหว่างมาตรฐานสากลเดิมที่มีอยู่แล้วขององค์กรมาตรฐานสากล คือ ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO14001 และระบบการจัดการความปลอดภัยชีวอนามัยในการทำงาน ISO18001 รวมกับมาตรฐานขององค์การมาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคมเดิม คือ SA8000 ขององค์การ SAI และมาตรฐานสากลอีกหลายมาตรฐาน นอกจากนี้ ISO26000 ยังเน้นธรรมาภิบาล และความโปร่งใสในการทำงานทุกภาคส่วน ซึ่งได้กำหนดการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น และการติดสินบน ที่มีอยู่ทั่วไปในประเทศด้อยพัฒนา และประเทศกำลังพัฒนา มาเป็นข้อกำหนดด้วย
ตัวอย่างความมีจริยธรรมในการประกอบธุรกิจของเครือเจริญโภคภัณฑ์
ในปี พ.ศ.2520 เกิดภาวะไก่ล้นตลาด ราคาของไก่ในตลาดชณะนั้นตกต่ำมาก สาเหตุเนื่องจากในช่วงนั้นเกษตรกรส่วนหนึ่งหันมาเลี้ยงไก่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากไก่ราคาดี ทำให้มีปริมาณไก่ในตลาดมาก ราคาไก่จึงตกต่ำ บริษัทต่างๆ ที่ทำธุรกิจด้านขายไก่ที่รวมตัวกันเป็นสมาคมฯ ในขณะนั้น มีมติให้ลดปริมาณการผลิตลง โดยการตัด Supply คือปริมาณไก่ในท้องตลาดลง ซึ่งจะตัดตามส่วนแบ่งตลาด ของแต่ละบริษัที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ ต่อมามีบุคคลหลายฝ่ายออกมาแสดงความเห็นคัดค้านไม่พอใจในกรณี่ที เครือเจริญโภคภัณฑ์เอาลูกไก่ไปทิ้งทะเล โดยบุคคลเหล่านั้นให้เหตุผลว่าคนไทยเป็นคนพุทธ การฆ่าสัตว์เป็นบาป และเห็นว่าไม่ควรนำไปทิ้งทเล ควรนำไปแจกจ่ายให้แก่ชาวบ้านได้* ในส่วนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ออกมาอธิบายโดยให้เหตุผลดังนี้ *1.**บริษัทฯ ต้องการเคารพมติของที่ประชุมสมาคมฯ เพราะบริษัทฯ เป็นองค์กรหนึ่งของสังคม ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงของสังคมนั้น* *2.**บริษัทฯ เห็นว่าการนำลูกเจี๊ยบไปแจกจ่ายให้แก่ชาวบ้านซึ่งในส่วนนี้อาจส่งผลดีกับบริษัทฯ ด้วยเพราะชาวบ้านจะได้ซื้ออาหารสัตว์จากบริษัทฯ แต่บริษัทฯ ไม่ใช้การแก้ปัญหาที่ไม่ถูกต้อง เพราะปริมาณไก่ในตลาดก็ยังคงเท่าเดิม ยิ่งกว่านั้นลูกไก่ที่ชาวบ้านเลี้ยงอาจไม่ได้รับการดูแลที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ทำให้ได้ไก่ที่คุณภาพไม่ดี*
องค์การสมัยปัจจุบันได้ให้ความสนใจต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (Social Responsibility) มีการจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ช่วยเหลือสังคม มีการจัดสรรกำไรเพื่อไปช่วยเหลืองานสังคมสังเคราะห์ การสรรหาและคัดเลือกคนพิการให้เข้ามาทำงาน หรือการสนับสนุนการศึกษาต่างๆ องค์การธุรกิจอาจมีลำดับขั้นตอนต่อความรับผิดชอบต่อสังคม โดยมุ่งที่กลุ่มผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียเพิ่มขึ้น
ขอบเขตความรับผิดชอบขององค์การต่อสังคม การสร้างและการรักษาลูกค้าเป็นวัตถุประสงค์สำคัญขององค์การปัจจุบัน การให้ความสำคัญ ความคุ้มครองและผลประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นเรื่องที่องค์กรที่มีคุณภาพจะต้องคำนึงถึง ได้แก่ 1. ความรับผิดชอบขององค์การต่อผู้ลงทุน หรือผู้ถือหุ้น องค์การต้องตอบสนองต่อผู้ลงทุนด้วยอัตราตอบแทนการลงทุนที่เป็นธรรม การรับผิดชอบต่อสังคมเป็นการลงทุนในระยะยาว การปฏิบัติอย่างมีจริยธรรมจะเป็นการนำองค์การไปสู่ผลกำไรอย่างแท้จริง องค์การจะมีความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง 2. ความรับผิดชอบชององค์การต่อบุคลากร รับฟังความคิดเห็นอย่างเป็นธรรม การให้รางวัลกับบุคลากรที่ปฏิบัติงานดีเด่น คำนึงถึงสภาพแวดล้อมในการทำงาน ความปลอดภัยในการทำงาน มีการจูงใจ ให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมของพนักงาน 3. ความรับผิดชอบขององค์การต่อลูกค้าและกลุ่มที่มีส่วยได้เสีย ได้แก่ ผู้ค่าร่วม ผู้ขายวัตถุดิบ การสร้างและรักษาลูกค้าด้วยความซื่อสัตย์ ราคาที่ยุติธรรม การผลิตสินค้าที่มีความปลอดภัยการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและผู้ขายวัตถุดิบ 4. ความรับผิดชอบขององค์การต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
*********************************
ลูกค้าปัจจุบันจะให้ความสำคัญกับสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาร่วมกันในการซื้อสินค้านอกเหนือจาก ราคา การบริหาร และคุณภาพ องค์การจึงต้องให้ความสำคัญกับสังคมและสิ่งแวดล้อม องค์การที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมจะต้องรู้ถึงหน้าที่ที่จะให้กับชุมชนในการพัฒนางานด้านต่างๆ องค์การจะให้ความสนับสนุนชุมชน องค์การเหล่านี้มักมีผลประกอบการที่ดีกว่าองค์การที่ละเลยและไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม