พิธีเปิด เช้าวันพฤหัสบดีที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๙    เป็นไปตามพิธีการเหมือนปีก่อนๆ  แต่เจ้าหน้าที่ของวัง ปรับให้กระชับขึ้น    หลังกรมสมเด็จพระเทพรัตน์ฯ ทรงกล่าวเปิด  เป็นวิดีทัศน์แนะนำพระประวัติสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล กรมหลวงสงขลานครินทร์ และมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ   ตามด้วยวิดีทัศน์สัมภาษณ์ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลประจำปี ๒๕๖๘ ทั้งสองท่าน   โดย นพ. ภาวิช      

ผู้กล่าวปาฐกถาในพิธีเปิด คือ Martha Chen ที่คุ้นเคยกัน พูดเรื่อง Informal Economy ที่มีพลโลกอยู่ในระบบนี้ ๒ พันล้านคน  และ WIEGO Network และเสนอให้มีระบบ social protection แก่คนในระบบ Informal Economy   ท่านแนะนำให้เรารู้จัก มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ   และย้ำให้เราเข้าใจว่า ระบบสุขภาพไทยเข้มแข็ง เพราะเราให้ความสำคัญต่อบทบาทของภาคประชาสังคม (Civil Society) ให้มีตัวแทนเข้าไปนั่งอยู่ในคณะกรรมการระดับชาติด้านสุขภาพ    ตามด้วยวิดีทัศน์เปิดการประชุมเรื่อง  Life is More than Numbers ที่น่าตื่นตาตื่นใจ และเป็นที่กล่าวถึงในภายหลัง      

ข่าวการเข้าร่วมของ สวรส. (๑)     

The Standard ลงสาระของ PMAC 2026  ผ่านการสัมภาษณ์อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ศ. นพ. ปิยมิตร ศรีธรา ไว้ดีมาก อ่านได้ที่ (๒)     

สำหรับผม การเตือนสติ โดย Martha Chen ให้เห็นความสำคัญของ Informal Sector ในสังคม    ไม่ว่าด้านสุขภาพ  เศรษฐกิจ สังคม  เป็นเรื่องใหญ่มาก    ที่ประเทศกลุ่มรายได้ปานกลางและรายได้ต่ำ รวมทั้งประเทศไทย ควรเอาใจใส่   และหันไปสร้างพลังจากพื้นที่นั้น - พื้นที่ที่ไม่เป็นทางการ - เพื่อให้กลายเป็นพลังบวก หนุนความเจริญก้าวหน้า   ไม่เป็นปัจจัยต้านหรือถ่วง อย่างที่เรามักเข้าใจผิดกัน

 เป็นการเปิดโลกทัศน์ ว่าเราเผลอทอดทิ้งคนส่วนใหญ่ในสังคม  ให้เป็นผู้บริโภค หรือผู้รับ   ต่อไปนี้เราต้องสร้างระบบ ที่เชื้อเชิญให้คนเหล่านั้น (ในประเทศไทยคิดเป็นสองในสามของประชากร - ร้อยละ ๖๗) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา หรือการสร้างสสรค์ระบบใหม่  ที่ดีกว่า เหมาะสมกว่า ระบบเดิม   ที่ในด้านระบบสุขภาพ ของไทยเราดีมากอยู่แล้ว    แต่โดน Geopolitics, Climate Change, Demographic Transition  ในช่วงนี้เขย่า    ให้ต้องหาแนวทางใหม่  

ผมนำข้อสะท้อนคิดข้างบนไปถามความเห็นของสหายเอไอ เรื่องการดำเนินการต่อ    ขอนำคำแนะนำของ Gemini และ ChatGPT มาลงไว้ดังต่อไปนี้ 

 

Gemini

จากมุมมองที่คุณได้ตกผลึกจากการปาฐกถาของ Martha Chen และสาระสำคัญของการประชุม PMAC 2026 นับเป็นการ "พลิกมุมคิด" (Paradigm Shift) ที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของวงการสาธารณสุขและการพัฒนาสังคมครับ

การมองว่า "แรงงานนอกระบบ" (Informal Economy) หรือประชากร 67% ของไทย (และ 2 พันล้านคนทั่วโลก) ไม่ใช่ "ภาระ" หรือ "ผู้รอรับความช่วยเหลือ" แต่คือ "หุ้นส่วนหลัก" (Key Partners) ในการกู้วิกฤตโลก เป็นโจทย์ใหญ่ที่จะต้องขับเคลื่อนต่อใน 5-10 ปีข้างหน้า

ผมขอสรุปประเด็นสำคัญเพื่อการร่วมมือดำเนินการต่อ (Actionable Roadmap) สำหรับ องค์กรภาคี PMACและ PMAC SI ดังนี้ครับ:

 

1. ยุทธศาสตร์: เปลี่ยน "ผู้ถูกมองข้าม" ให้เป็น "ผู้กำหนดนโยบาย" (From Invisible to Governance)

สิ่งที่ต้องทำ: เลิกเขียนนโยบาย ให้ พวกเขา แต่ต้องเขียนนโยบาย ร่วมกับ พวกเขา

  1. สำหรับ  PMAC Partners (เช่น สธ., สปสช., สสส., WHO):
    1. ต้องขยายโมเดลความสำเร็จของไทย (ที่ให้ภาคประชาสังคมนั่งในบอร์ดสุขภาพ) ไปสู่บอร์ดด้านเศรษฐกิจและสังคมอื่นๆ
    2. Action: สร้างกลไกถาวรให้ตัวแทนกลุ่มอาชีพอิสระ (เช่น ไรเดอร์, หาบเร่แผงลอย, เกษตรกร) มีที่นั่งและสิทธิออกเสียงในคณะกรรมการกำหนดนโยบายสวัสดิการสังคม ไม่ใช่แค่ถูกเรียกมาทำประชาพิจารณ์เป็นครั้งคราว
  2. สำหรับ  PMAC SI:
    1. ใช้เวที  PMAC ในปีต่อๆ ไป เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ว่า "ประเทศไหนทำสำเร็จ" ในการดึง Informal Sector เข้าสู่โครงสร้างอำนาจ (Governance Structure) เพื่อถอดบทเรียนให้โลกเห็น

2. ยุทธศาสตร์: ออกแบบ "ตาข่ายความคุ้มครองทางสังคม" ชนิดยืดหยุ่น (Universal Adaptive Social Protection)

สิ่งที่ต้องทำ: ระบบประกันสังคมแบบเดิมที่ผูกกับ "นายจ้าง-ลูกจ้าง" ล้าสมัยแล้วในโลกที่คน 2 พันล้านคนไม่มีนายจ้างถาวร

  1. สำหรับ  PMAC Partners:
    1. ต้องร่วมมือกับกระทรวงแรงงานและการคลัง ออกแบบระบบสวัสดิการที่ "ผูกติดกับตัวบุคคล" (Portable Benefits) ไม่ใช่ผูกกับตำแหน่งงาน เพื่อรองรับ Gig Economy
    2. Action: วิจัยและนำร่องระบบที่รัฐสมทบเงินออมหรือสวัสดิการสุขภาพให้แรงงานนอกระบบโดยตรง โดยใช้ Technology Platform เป็นตัวเชื่อม (เช่น หักเงินเล็กน้อยจากทุก transaction ของไรเดอร์เข้ากองทุนสุขภาพ)
  2. สำหรับ  PMAC SI:
    1. ผลักดันประเด็น  "Health & Social Protection for the Informal Sector" ให้เป็นธีมย่อยหลักในการประชุมทุกปี เพื่อติดตามความคืบหน้า

3. ยุทธศาสตร์: ใช้พลังนอกระบบ รับมือ "3 วิกฤตโลก" (Geopolitics, Climate, Demographic)

สิ่งที่ต้องทำ: แปลงคน 67% นี้ให้เป็น "ด่านหน้า" ของการแก้ปัญหา

  1. สำหรับ  PMAC Partners:
    1. Climate Change: สนับสนุนกลุ่มซาเล้งหรือคนเก็บขยะ (Waste Pickers) ให้เป็น "ผู้จัดการสิ่งแวดล้อมชุมชน" โดยให้ค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสม เพราะพวกเขาคือกลไกหลักของ Circular Economy
    2. Demographic Transition: พัฒนาทักษะแรงงานนอกระบบสูงวัย (Active Aging) ให้เป็นผู้ดูแล (Caregiver) ในชุมชน สร้างรายได้และรองรับสังคมสูงวัยไปพร้อมกัน (Care Economy)
  2. สำหรับ  PMAC SI:
    1. รวบรวม  Best Practices จากทั่วโลก (ผ่านเครือข่าย WIEGO) มานำเสนอว่าพลังของคนตัวเล็กๆ ช่วยกู้โลกจากภาวะโลกรวนและวิกฤตประชากรได้อย่างไร

4. ยุทธศาสตร์: ข้อมูลคือชีวิต (Life is More than Numbers)

สิ่งที่ต้องทำ: เปลี่ยนวิธีเก็บข้อมูลจาก "ตัวเลขเศรษฐกิจมหภาค" เป็น "คุณภาพชีวิตรายบุคคล"

  1. สำหรับ  PMAC Partners:
    1. ลงทุนในงานวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) และข้อมูลที่เก็บโดยชุมชนเอง (Community-Led Data) เพื่อให้เห็น "ตัวตน" และ "ความทุกข์" ที่แท้จริงของแรงงานนอกระบบ ซึ่งตัวเลข GDP มองไม่เห็น
  2. สำหรับ  PMAC SI:
    1. ในอีก  5 ปีข้างหน้า PMAC ควรมี Dashboard หรือรายงานสถานการณ์สุขภาพโลกที่เจาะลึกมิติของ "Informal Sector Wellbeing" โดยเฉพาะ ไม่ใช่แค่รายงานรวมๆ

 

บทสรุปสำหรับก้าวต่อไป:

ใน 5-10 ปีข้างหน้า ภารกิจของ PMAC และภาคี ไม่ใช่การพยายามดึงคนนอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบราชการที่แข็งตัว (Formalization) แต่คือ "การสร้างระบบนิเวศใหม่" (New Ecosystem) ที่ยอมรับความยืดหยุ่นของแรงงานนอกระบบ แต่เติมเต็มด้วยความมั่นคง (Security) และศักดิ์ศรี (Dignity)

หากทำได้สำเร็จ ประเทศไทยและ PMAC จะกลายเป็นต้นแบบของโลกในการพิสูจน์ว่า "ความเข้มแข็งที่แท้จริงของระบบสุขภาพ ไม่ได้อยู่ที่โรงพยาบาลที่ทันสมัย แต่อยู่ที่ความมั่นคงในชีวิตของคนหาเช้ากินค่ำทุกคน" ครับ

 

ChatGPT

จากสาระที่คุณถ่ายทอดมาจากเวทีเปิด PMAC 2026 โดย Martha Chen และกรอบคิด “Life is More than Numbers” สามารถสังเคราะห์เป็น “วาระความร่วมมือระยะ 5–10 ปี” ของ PMAC ได้อย่างชัดเจนมากว่า

🔹 หัวใจคือการ “ดึงพลังของคนส่วนใหญ่ในระบบไม่เป็นทางการ”
ให้กลายเป็นผู้ร่วมสร้างระบบสุขภาพ–สังคม–เศรษฐกิจใหม่อย่างเป็นธรรม

ต่อไปนี้คือ ประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการดำเนินการร่วมกัน
โดย องค์กรภาคีของ PMAC และ PMAC Strategic Institute (PMAC SI)

 

🌏 วาระร่วม PMAC 2026–2036

“From Invisible Majority to Co-Creators of Systems”

 

1️⃣ ยกระดับ “Informal Sector” เป็นฐานพลังของระบบสุขภาพและสังคม

ประเด็นแกน

  1. คนกว่า  2 พันล้านคนทั่วโลก และ  67% ของคนไทย อยู่ใน  informal economy
  2. ระบบนโยบายปัจจุบัน “มองไม่เห็น” คนกลุ่มนี้

การดำเนินการต่อ

โดยภาคี PMAC

  1. พัฒนาระบบ  registration / recognition แบบสมัครใจ
  2. สนับสนุน  cooperative / platform ของแรงงานนอกระบบ
  3. เชื่อม  informal workers กับ primary care และ UHC

โดย PMAC SI

  1. วิจัย  comparative models (Latin America / India / Africa / ASEAN)
  2. สร้าง  Global Informal Health & Social Protection Index
  3. จัด Policy Lab ต่อเนื่อง

➡ เป้าหมาย 10 ปี:

Informal workers = “stakeholders” ไม่ใช่ “beneficiaries”

 

2️⃣ สร้าง “Universal Social Protection Floor” สำหรับศตวรรษที่ 21

ประเด็นแกน

  1. สังคมสูงวัย + climate shocks + pandemics → ความเปราะบางทวีคูณ
  2. ระบบสวัสดิการเดิมผูกกับ  formal employment

การดำเนินการต่อ

ภาคี

  1. ทดลอง  hybrid contribution models
  2. Micro-insurance + community funds
  3. Digital ID เพื่อเข้าถึงสิทธิ

PMAC SI

  1. สังเคราะห์ต้นแบบ “portable benefits”
  2. เสนอ  global guideline

➡ เป้าหมาย:

สิทธิทางสุขภาพ–สังคม “ติดตัวคน” ไม่ติดงาน

 

3️⃣ เสริมบทบาท Civil Society เป็น “สถาปนิกระบบ”

ประเด็นแกน

  1. จุดแข็งไทย:  CSO อยู่ใน governance
  2. ประเทศอื่นยัง “consultative” ไม่ใช่ “co-governance”

การดำเนินการต่อ

ภาคี

  1. สร้าง  permanent CSO seats
  2. Funding ระยะยาวสำหรับ CSO

PMAC SI

  1. พัฒนา “Co-Governance Toolkit”
  2. Training รุ่นใหม่

➡ เป้าหมาย:

Civil society = co-designer ไม่ใช่ที่ปรึกษา

 

4️⃣ ปรับระบบสุขภาพให้รองรับ 3 Shock ใหญ่

🌍 Geopolitics
🌡️ Climate
👵 Demography

ประเด็นแกน

  1. ระบบปัจจุบัน “single-shock design”
  2. โลกใหม่ = poly-crisis

การดำเนินการต่อ

ภาคี

  1. Resilient primary care networks
  2. Climate-health adaptation plans
  3. Regional stockpiles

PMAC SI

  1. Poly-crisis modelling
  2. Scenario foresight

➡ เป้าหมาย:

ระบบไม่ล่มเมื่อเกิดหลายวิกฤตพร้อมกัน

 

5️⃣ เปลี่ยนประชากรจาก “ผู้รับ” เป็น “ผู้ร่วมสร้าง”

ประเด็นแกน

  1. วัฒนธรรม  welfare แบบ top-down
  2. ทำให้คน  majority เป็น passive

การดำเนินการต่อ

ภาคี

  1. Community health enterprise
  2. Participatory budgeting
  3. Social innovation funds

PMAC SI

  1. Co-creation governance models
  2. Knowledge platform

➡ เป้าหมาย:

People = producers of solutions

 

6️⃣ พัฒนาระบบข้อมูลที่ “เห็นชีวิตจริง”

(ต่อยอด Life is More than Numbers)

ประเด็นแกน

  1. Data system = medical + economic
  2. ขาด social + dignity + informal metrics

การดำเนินการต่อ

ภาคี

  1. Integrate social registry
  2. Community data systems

PMAC SI

  1. Well-being composite index
  2. Narrative + quantitative methods

➡ เป้าหมาย:

Policy based on lived reality

 

7️⃣ สร้าง Global South Policy Leadership

ประเด็นแกน

  1. Policy ยังถูกกำหนดโดย North
  2. Context ต่างกันมาก

การดำเนินการต่อ

ภาคี

  1. South-South alliances
  2. Joint pilots

PMAC SI

  1. Fellowship / think tank network
  2. Publication hubs

➡ เป้าหมาย:

Global South = agenda setter

 

📌 Roadmap ภาพรวม 10 ปี

ระยะ เป้าหมายหลัก
2026–2028 ทดลองต้นแบบใน 5–8 ประเทศ
2029–2031 ขยาย regional platforms
2032–2036 Institutionalization

 

 บทบาทเฉพาะของ PMAC SI (หัวใจของความต่อเนื่อง)

PMAC SI ควรเป็น:    “Memory + Intelligence + Conscience” ของระบบ

หน้าที่หลัก:

  1. Knowledge Integrator
  2. Policy Incubator
  3. Neutral Convener
  4. Accountability Watchdog
  5. Leadership Pipeline

 

 สรุปเชิงยุทธศาสตร์

สารของ Martha Chen + PMAC 2026 บอกเราชัดว่า:    ❝ อนาคตของสุขภาพโลก ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี    แต่อยู่ที่การปลดปล่อยพลังของคนที่เราเคยมองไม่เห็น ❞    ใน 10 ปีข้างหน้า ความสำเร็จของ PMAC จะวัดจากคำถามเดียว:    เราเปลี่ยน “67%” จากชายขอบ ให้เป็น “67% ของพลังสร้างระบบ” ได้หรือไม่

 

 

วิจารณ์ พานิช

๒๘ ม.ค. ๖๙

ห้อง ๔๗๑๐  โรงแรมเซนทารา แกรนด์ แอท เซนทรัลเวิร์ล