เทวดานี้ประมวลปัญหาเหล่านี้มาผูกเป็นคาถา

กุฏิกาสูตร

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

สังยุตตนิกาย สคาถวรรค

๙. กุฏิกาสูตร

ว่าด้วยกระท่อม

             [๑๙] เทวดาทูลถามว่า

                          ท่านไม่มีกระท่อมหรือ

                          ท่านไม่มีรังหรือ

                          ท่านไม่มีผู้สืบสกุลหรือ

                          ท่านเป็นผู้หลุดพ้นจากเครื่องผูกแล้วหรือ

             พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

                          แน่นอน เราไม่มีกระท่อม

                          แน่นอน เราไม่มีรัง

                          แน่นอน เราไม่มีผู้สืบสกุล

                          แน่นอน เราเป็นผู้หลุดพ้นจากเครื่องผูกแล้ว

             เทวดาทูลถามว่า

                          กระท่อมที่ข้าพเจ้ากล่าวกับท่าน คืออะไร

                          รังที่ข้าพเจ้ากล่าวกับท่าน คืออะไร

                          ผู้สืบสกุลที่ข้าพเจ้ากล่าวกับท่าน คืออะไร

                          เครื่องผูกที่ข้าพเจ้ากล่าวกับท่าน คืออะไร

             พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

                          กระท่อมที่ท่านกล่าวกับเรา คือมารดา

                          รังที่ท่านกล่าวกับเรา คือภรรยา

                          ผู้สืบสกุลที่ท่านกล่าวกับเรา คือบุตร

                          เครื่องผูกที่ท่านกล่าวกับเรา คือตัณหา

เทวดากล่าวว่า

                          ดีจริง ท่านไม่มีกระท่อม

                          ดีจริง ท่านไม่มีรัง

                          ดีจริง ท่านไม่มีผู้สืบสกุล

                          ดีจริง ท่านเป็นผู้หลุดพ้นจากเครื่องผูกแล้ว

กุฏิกาสูตรที่ ๙ จบ

-------------------------------------

คำอธิบายเพิ่มเติมนี้ ดัดแปลงมาจาก 

อรรถกถา สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวตาสังยุต นันทนวรรคที่ ๒

กุฏิกาสูตรที่ ๙

อรรถกถากุฏิกาสูตรที่ ๙

เทวดานี้ประมวลปัญหาเหล่านี้มาผูกเป็นคาถาโดยกระทำมารดาให้เป็นดังกระท่อม เพราะหมายเอาการอยู่ในท้อง ๑๐ เดือน. กระทำภรรยาให้เป็นดังรัง (รังนก) ด้วยอำนาจแห่งความอาลัย เหมือนพวกนกเที่ยวหาอาหารตลอดวันแล้วก็มาเกาะอยู่ในรังในเวลาราตรีฉันใด สัตว์ทั้งหลายก็ฉันนั้นเหมือนกัน แม้จะไปในที่นั้นๆ แล้วก็ย่อมมาสู่สำนักแห่งมาตุคาม. กระทำบุตรทั้งหลายให้เป็นดังเครื่องสืบต่อ เพราะหมายเอาการสืบต่อตระกูลและประเพณี
               แล้วจึงทูลถามกะพระผู้มีพระภาคเจ้า.
               แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงวิสัชนาปัญหาแก่เทวดานั้น จึงตรัสคำว่า แน่ละ กระท่อมของเราไม่มี แน่ละ รังของเราไม่มี แน่ละ เครื่องสืบต่อของเราไม่มี แน่ละ เราเป็นผู้พ้นแล้วจากเครื่องผูก.

เทวดาดำริว่า ปัญหาอันไม่เปิดเผยที่เราผูก ดุจมัดไว้แล้วทูลถาม และสมณะนี้ก็วิสัชนาปัญหาสักว่าอันเราถามแล้วทีเดียว พระองค์จะทรงทราบอยู่ซึ่งอัธยาศัยของเราหรือไม่หนอ จึงตรัสแก้แล้ว หรือว่าพระองค์ไม่ทรงทราบคำอย่างใดอย่างหนึ่ง ตรัสแล้วเพียงคล่องปาก

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะตรัสบอกแก่เทวดานั้น จึงตรัสคำว่า ท่านกล่าวมารดาว่าเป็นกระท่อม ท่านกล่าวภรรยาว่าเป็นรัง ท่านกล่าวบุตรว่าเป็นเครื่องสืบต่อ ท่านกล่าวตัณหาว่าเป็นเครื่องผูกแก่เรา.
               เทวดาฟังพระดำรัสนั้นแล้วยินดีชื่นชมอนุโมทนาว่า ดีจริง กระท่อมของท่านไม่มี ดีจริง รังของท่านไม่มี ดีจริง เครื่องสืบต่อของท่านไม่มี ดีจริง ท่านเป็นผู้พ้นแล้วจากเครื่องผูก ดังนี้ ร่าเริงยินดี แล้วบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยของหอมและดอกไม้ทั้งหลาย แล้วไปสู่เทวสถาน ดังนี้แล.


               จบอรรถกถากุฏิกาสูตรที่ ๙               
               -----------------------------------------------------