ในงานมหกรรม R2R Natural Forum 2568 ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 12 มีผลงาน Meta R2R ดีเด่นจำนวน 2 ผลงาน มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายใต้ Theme “META R2R ภายใต้ Theme จากความท้าทายในพื้นที่ สู่การพัฒนาระบบสาธารณสุขของชาติ”
เรื่องแรก การพัฒนางานการพยาบาลผู้คลอดและสตรีตั้งครรภ์เพื่อเพิ่มคุณภาพและความปลอดภัย โรงพยาบาลนาตาล(Development of Maternity Nursing Practices to Enhance Quality and Safety for Pregnant and Postpartum Women at Natan Hospital)
นักวิจัย: ดร.จักรพงศ์ ปิติโชคโภคินท์ โรงพยาบาลนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อนำมาสังเคราะห์ตามประเด็นต่างๆ แจกแจงได้ดังนี้
-
คุณค่าทางวิชาการ เพิ่มองค์ความรู้ด้าน การพัฒนางานการพยาบาลในหอผู้คลอด ที่สอดคล้องกับแนวคิดการดูแลแบบ Evidence-based practice เป็นต้นแบบการประเมินและพัฒนาคุณภาพการพยาบาลที่สามารถนำไปต่อยอดในการดูแลสตรีตั้งครรภ์และผู้คลอดในโรงพยาบาลชุมชนอื่น สนับสนุนการพัฒนาหลักสูตร/การอบรมบุคลากรด้าน Maternal and Child Health Nursing
-
คุณค่าทางวิชาชีพพยาบาล เสริมศักยภาพพยาบาลในการใช้ แนวทางการดูแลมาตรฐาน (Clinical Practice Guideline: CPG) เพิ่มความตระหนักด้าน Patient safety ในการดูแลผู้คลอดและสตรีตั้งครรภ์ เป็นแนวทางปฏิบัติที่ช่วยลดความแปรปรวนในการให้บริการ และเพิ่มคุณภาพการดูแลอย่างสม่ำเสมอ
-
คุณค่าต่อผู้ป่วยและครอบครัว ผู้คลอดและสตรีตั้งครรภ์ได้รับบริการที่ปลอดภัยมากขึ้น ลดอัตราภาวะแทรกซ้อน ได้รับการดูแลที่ครอบคลุมทั้งด้านกาย จิตใจ และสังคม ครอบครัวมีความเชื่อมั่นและความพึงพอใจต่อการบริการทางการพยาบาล
-
คุณค่าต่อองค์กรและนโยบายสาธารณสุข ช่วยยกระดับคุณภาพบริการของโรงพยาบาลนาตาล ให้สอดคล้องกับ นโยบายกระทรวงสาธารณสุข ด้านการดูแลมารดาและทารก สร้างแนวทางและตัวชี้วัดคุณภาพที่สามารถใช้ในการรับรองมาตรฐานโรงพยาบาล (HA / HPH) ลดค่าใช้จ่ายจากการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เป็นต้นแบบสำหรับการพัฒนาคุณภาพการพยาบาลในโรงพยาบาลชุมชนขนาดเล็ก
สรุป: งานวิจัยนี้มีคุณค่าในการสร้างมาตรฐานการพยาบาลผู้คลอดและสตรีตั้งครรภ์ เพิ่มคุณภาพ ความปลอดภัย และความพึงพอใจของผู้รับบริการ ตลอดจนสนับสนุนนโยบายด้านสุขภาพมารดาและทารกอย่างยั่งยืน
อิมแพคที่เกิดขึ้นจากงาน Meta R2R เรื่องนี้คือ
-
ระดับผู้ป่วยและครอบครัว ผู้คลอดและสตรีตั้งครรภ์ได้รับบริการที่ปลอดภัยขึ้น ลดภาวะแทรกซ้อนและอัตราความเสี่ยงทางสูติกรรม ครอบครัวมีความมั่นใจในคุณภาพการดูแล เพิ่มความพึงพอใจและความร่วมมือในการดูแล
-
ระดับบุคลากรพยาบาล พยาบาลมีทักษะและความรู้ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ลดความแปรปรวนในการปฏิบัติงาน บุคลากรตระหนักถึงความสำคัญของ Patient Safety และสามารถปฏิบัติงานตามแนวทางปฏิบัติที่ปลอดภัย เพิ่มแรงจูงใจและความภาคภูมิใจในวิชาชีพ
-
ระดับองค์กร/โรงพยาบาล โรงพยาบาลนาตาลมีคุณภาพบริการที่สูงขึ้น รองรับการประเมินมาตรฐานคุณภาพ (HA/HPH) ได้ดียิ่งขึ้น ลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาภาวะแทรกซ้อนและการส่งต่อผู้ป่วย สร้างชื่อเสียงและความเชื่อมั่นให้กับโรงพยาบาลชุมชน
-
ระดับสังคมและระบบสุขภาพ สนับสนุนนโยบายกระทรวงสาธารณสุขในการดูแลสุขภาพมารดาและทารก เป็นต้นแบบ (Best Practice) ที่สามารถนำไปขยายผลในโรงพยาบาลชุมชนอื่น ๆ ส่งผลระยะยาวต่อการลด อัตราป่วยและอัตราตายของมารดาและทารก ในพื้นที่ชนบท เพิ่มความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ
สรุปอิมแพค: งานวิจัยนี้ไม่เพียงพัฒนาแนวทางการพยาบาล แต่ยังสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อคุณภาพชีวิตผู้ป่วย ประสิทธิภาพการทำงานของพยาบาล มาตรฐานองค์กร และระบบสุขภาพโดยรวม
เรื่องที่สอง การประเมินผลโครงการเภสัชกรรมทางไกลและการส่งยาทางไกลให้ผู้ป่วย โรงพยาบาลเชียงแสนด้วย CIPP Model
นักวิจัย: ภกญ.ดร.วัชรินทร์ ไชยถา โรงพยาบาลเชียงแสน จังหวัดเชียงราย
คุณค่าของการวิจัย/โครงการ “การประเมินผลโครงการเภสัชกรรมทางไกลและการส่งยาทางไกลให้ผู้ป่วย โรงพยาบาลเชียงแสนด้วย CIPP Model” สามารถแจกแจงได้ดังนี้:
- คุณค่าทางวิชาการ สร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับการประเมินโครงการบริการเภสัชกรรมทางไกล โดยใช้ CIPP Model ที่เป็นกรอบทฤษฎีมาตรฐาน เป็นต้นแบบงานวิจัยเชิงประเมินผลที่สามารถอ้างอิงและนำไปประยุกต์ใช้กับบริการสาธารณสุขอื่น ๆ สนับสนุนแนวคิดการประยุกต์ใช้ Telepharmacy และ Telemedicine ในบริบทชนบทไทย
- คุณค่าทางวิชาชีพ พัฒนาบทบาทเภสัชกรให้สามารถให้บริการทางไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพและมาตรฐาน เพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรสาธารณสุขด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในระบบบริการ สร้างแนวทางปฏิบัติที่ดี (Best practice) สำหรับการให้คำปรึกษาและจัดส่งยา
- คุณค่าต่อผู้ป่วยและครอบครัว ผู้ป่วยได้รับยาอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงจากการขาดยา ลดค่าใช้จ่ายและเวลาเดินทาง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรังในพื้นที่ห่างไกล เพิ่มความพึงพอใจ ความมั่นใจ และความปลอดภัยในการใช้ยา สร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการสุขภาพที่เท่าเทียม
- คุณค่าต่อนโยบายและสังคม เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ในการขับเคลื่อนนโยบาย การบริการสุขภาพดิจิทัล (Digital Health Services) สนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิที่ครอบคลุมพื้นที่ชนบท ลดภาระของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่ผู้ป่วยต้องเดินทางไป สามารถขยายผลเป็นโมเดลการให้บริการเภสัชกรรมทางไกลในโรงพยาบาลชุมชนอื่นทั่วประเทศ
สรุป: งานนี้มีคุณค่าทั้งเชิงวิชาการ เชิงวิชาชีพ เชิงผู้ป่วย และเชิงนโยบาย โดยเป็น โมเดลต้นแบบ ที่ช่วยเชื่อมโยงบริการสุขภาพเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัล เพิ่มการเข้าถึง ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยในชุมชนชนบท


