ในยุคที่การท่องเที่ยวญี่ปุ่นกำลังบูมสุดขีด ด้วยสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติที่หลั่งไหลเข้าประเทศกว่า ๑๔.๔ ล้านคน เพียงแค่ ๔ เดือนแรกของปี ๒๕๖๘ ตามข้อมูลจาก The Japan Times ไม่ว่าจะเป็นจุดชมซากุระ ร้านอาหาร แหล่งกินดื่ม หรือวัดวาอารามเก่าแก่ ต่างก็ดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลก จนทำให้สถานที่ยอดนิยมอย่างตลาดปลาสึกิจิในโตเกียว หรือป่าไผ่อาราชิยามะในเกียวโตนั้นอัดแน่นไปด้วยผู้คน อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความคึกคักนี้เอง ก็เกิดเทรนด์ใหม่ที่นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยเริ่มมองหาประสบการณ์ที่สงบกว่า ประหยัดกว่า และได้สัมผัสแก่นแท้ของวัฒนธรรมญี่ปุ่น ซึ่ง “สวนญี่ปุ่น” ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายร้อยปีได้กลายเป็นคำตอบที่ใช่ที่สุด
คนไทยแห่เที่ยวญี่ปุ่น แต่ใจอยากหนีความวุ่นวาย
สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ปรากฏการณ์เที่ยวญี่ปุ่นจนล้นทะลักไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวหรือเทศกาลซากุระ ที่ไม่ว่าจะเป็นทริปครอบครัว สายลุยเดี่ยว หรือคู่รัก ต่างก็ปักหมุดไปยังแลนด์มาร์กสำคัญอย่างวัดทองคินคะคุจิในเกียวโต หรือห้าแยกชิบูย่าในโตเกียว แต่บ่อยครั้งที่ความประทับใจกลับถูกบดบังด้วยคลื่นมหาชนจนทำให้หมดสนุก อย่างไรก็ดี งานวิจัยล่าสุดที่รวบรวมข้อมูลจากประสบการณ์จริงและสถิติการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นชี้ว่า เพียงแค่ลองเปลี่ยนเส้นทางไปเยือน “สวนญี่ปุ่น” ซึ่งกระจายตัวอยู่ตามเมืองใหญ่ ก็จะได้พบกับความสงบและมรดกทางวัฒนธรรมอย่างแท้จริง
โอเอซิสกลางกรุง: สวนสวยในเมืองใหญ่ ราคาสบายกระเป๋า
รายงานจาก Business Insider เผยเคล็ดลับการหลีกหนีฝูงชนว่า แค่ลองแวะเข้าไปในสวนสาธารณะของญี่ปุ่นที่ได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถัน ก็จะได้พบกับประสบการณ์ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง เรื่องเล่าจากคู่รักชาวต่างชาติคู่หนึ่งเผยว่า สวนฮามะริคิวในโตเกียว แม้จะตั้งอยู่ท่ามกลางตึกสูงและถนนที่พลุกพล่าน แต่บรรยากาศภายในกลับสงบเงียบราวกับตัดขาดจากโลกภายนอก ด้วยค่าเข้าเพียง ๓๐๐ เยน (ราว ๗๐ บาท) นักท่องเที่ยวจะได้เดินชมสระน้ำเค็ม ป่าไม้ที่เปลี่ยนสีตามฤดูกาล นั่งจิบมัทฉะในโรงน้ำชาโบราณ ฟังเสียงนก และซึมซับเสน่ห์ของญี่ปุ่นดั้งเดิมโดยไม่ต้องเบียดเสียดกับใคร
เช่นเดียวกับสวนในศาลเจ้าเมจิ ใจกลางย่านฮาราจูกุที่ขึ้นชื่อเรื่องความหนาแน่นของนักท่องเที่ยว แต่พื้นที่ “สวนด้านใน” (Inner Garden) กลับเงียบสงบอย่างน่าประหลาดใจ แม้ตัวศาลเจ้าหลักจะเปิดให้เข้าชมฟรี แต่ส่วนของสวนต้องเสียค่าบำรุง ๕๐๐ เยน (ประมาณ ๑๒๐ บาท) ทำให้มีผู้คนบางตา นักท่องเที่ยวจึงสามารถเดินชมต้นไม้เก่าแก่ สวนดอกไอริส และบ่อปลาคาร์ปได้อย่างสบายใจ โดยนักเดินทางคนหนึ่งเล่าว่า แม้ในช่วงซากุระบาน ก็ยังสามารถหามุมสงบส่วนตัวรอบสระน้ำนัมจิได้ไม่ยาก
สวนของนักแสดงดัง เปิดประสบการณ์ใหม่ในเกียวโต
สถานการณ์เดียวกันนี้เกิดขึ้นที่เกียวโต เมืองท่องเที่ยวยอดฮิตของคนไทย ซึ่งย่านอาราชิยามะและป่าไผ่อันโด่งดังมักจะแน่นขนัดตลอดทั้งวัน แต่ ณ ปลายสุดของเส้นทางป่าไผ่นั้น คือที่ตั้งของ “สวนโอโคจิซันโซ” ซึ่งเคยเป็นบ้านพักของนักแสดงภาพยนตร์時代劇 (จิไดเงกิ) ชื่อดังในอดีต แม้จะตั้งอยู่บนทำเลทองที่มองเห็นทิวทัศน์งดงามของเมือง แต่ด้วยค่าเข้าชม ๑,๐๐๐ เยน (ประมาณ ๒๔๐ บาท) ที่มาพร้อมชาและขนม ทำให้บรรยากาศไม่พลุกพล่าน ผู้มาเยือนจะได้ดื่มด่ำกับความเงียบสงบท่ามกลางสวนหิน โรงน้ำชา และเส้นทางเดินที่ออกแบบมาให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างแท้จริง
มุมลับในสถานที่ยอดฮิต
แม้แต่ในสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่างปราสาทนิโจในเกียวโต ก็ยังมี “สวนนิโนะมารุ” ซ่อนตัวอยู่ โดยต้องซื้อตั๋วเข้าชมแยกต่างหาก ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวบางตากว่าส่วนอื่นอย่างเห็นได้ชัด ใครที่ตั้งใจมาเยือน มักจะได้เดินชมภาพวาดฝาผนังจากศตวรรษที่ ๑๗ พร้อมกับนั่งพักผ่อนในโรงน้ำชาโดยไม่มีใครรบกวน นักท่องเที่ยวบางคนเล่าว่าเคยได้นั่งกินขนมหวานตามฤดูกาลคนเดียวตลอดบ่าย โดยไม่มีนักท่องเที่ยวคนอื่นเลย
ทำไม “สวนญี่ปุ่น” ถึงยังคงความสงบไว้ได้?
ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวญี่ปุ่นได้วิเคราะห์จากประสบการณ์และข้อมูลว่า สาเหตุที่สวนเหล่านี้ยังคงเงียบสงบนั้นเป็นเพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักมุ่งหน้าไปตามเก็บแลนด์มาร์กยอดฮิตตามไกด์บุ๊กหรือรีวิว เพื่อถ่ายรูปเช็กอิน อีกทั้งยังลังเลที่จะจ่ายค่าเข้าชมเพิ่มเติม แม้จะเป็นจำนวนเงินไม่มาก นอกจากนี้ ลักษณะของสวนที่ต้องใช้เวลาและความสงบในการชื่นชม ก็ไม่เหมาะกับโปรแกรมทัวร์ที่เร่งรีบ ทำให้หลายคนมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งที่สวนญี่ปุ่นคือมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมานานนับร้อยปี
สวนญี่ปุ่นในมุมมองวัฒนธรรมไทย
สำหรับคนไทย การเดินเล่นในสวนสาธารณะหรือพื้นที่สีเขียวในวัดถือเป็นเรื่องคุ้นเคย เช่นเดียวกับการท่องเที่ยวแบบ “slow travel” ที่เน้นความสบายใจและเชื่อมต่อกับธรรมชาติ แต่สวนญี่ปุ่นนั้นมีความพิเศษยิ่งกว่า เพราะเป็นการผสมผสานระหว่างโรงน้ำชา บ้านพักโบราณ และพรรณไม้ที่มีประวัติศาสตร์ ทำให้ประสบการณ์ที่ได้รับนั้นลึกซึ้งยิ่งขึ้น คนไทยที่ชอบหามุมสงบในสวนลุมพินีหรือวัดโพธิ์ สามารถนำแนวคิดเดียวกันนี้ไปปรับใช้ที่ญี่ปุ่นได้ โดยลองหลีกหนีจากจุดหมายปลายทางยอดนิยม แล้วหันมาดื่มด่ำกับความงามของสายน้ำ ต้นไม้ และทางเดินอันร่มรื่นแทน
มรดกทางวัฒนธรรมที่มีชีวิต
สวนญี่ปุ่นไม่ใช่แค่สถานที่สำหรับชมทิวทัศน์ แต่คือมรดกที่มีชีวิตซึ่งสืบทอดศิลปะและสัญลักษณ์จากศาสนาพุทธและชินโต การจัดวางหิน สายน้ำ ต้นไม้ และพันธุ์ไม้ตามฤดูกาล ล้วนผ่านการคัดสรรและดูแลอย่างดีจากรุ่นสู่รุ่น ปัจจุบัน นักเดินทางจากทั่วโลกเริ่มตระหนักแล้วว่าสวนเหล่านี้คือสมบัติล้ำค่าที่เคยสงวนไว้สำหรับชาวญี่ปุ่น แต่บัดนี้ได้เปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือนจากต่างแดนอย่างแท้จริง
เทรนด์ท่องเที่ยวใหม่ ใส่ใจความยั่งยืน
ปรากฏการณ์ที่ผู้คนหันมาเที่ยวสวนในญี่ปุ่น ไม่เพียงแต่ช่วยแก้ปัญหาความแออัด แต่ยังสอดคล้องกับเทรนด์การท่องเที่ยวของโลกยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน การกระจายรายได้สู่ชุมชน และการท่องเที่ยวแบบ “ช้าลง” เพื่อซึมซับวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง นักเดินทางชาวไทยจำนวนมากก็เริ่มหันมาสนใจการท่องเที่ยวรูปแบบนี้ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยสนับสนุนชุมชนในพื้นที่รองของญี่ปุ่น แต่ยังช่วยลดผลกระทบต่อแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์อีกด้วย
ภาครัฐและองค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น รวมถึง องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น กำลังเร่งประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในเมืองรอง พร้อมขยายบริการ ป้ายบอกทางหลายภาษา และให้ข้อมูลเกี่ยวกับสวนและอุทยานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมรับมือนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้นในงานโอซาก้า เอ็กซ์โป ๒๐๒๕ โดยหวังว่าผู้มาเยือนจากทั่วโลกจะให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่ลึกซึ้งมากกว่าการเที่ยวแบบฉาบฉวย
เคล็ดลับสำหรับคนไทยที่อยากเที่ยวญี่ปุ่นแบบสบายใจ
หากคุณอยากสัมผัสญี่ปุ่นในมุมที่แตกต่างและเงียบสงบ ลองวางแผนแวะชมสวนโบราณ โรงน้ำชา หรือมุมประวัติศาสตร์ที่ซ่อนตัวอยู่นอกเส้นทางหลัก ลองค้นหารายชื่อสวนในโตเกียวและเกียวโตก่อนเดินทาง ตั้งงบประมาณเล็กน้อยสำหรับค่าเข้าชม และเปิดใจให้กับการเดินสำรวจแบบไม่ต้องเร่งรีบ เพราะบางครั้งเสน่ห์ที่แท้จริงของญี่ปุ่นก็ซ่อนอยู่ในเส้นทางที่ผู้คนไม่พลุกพล่าน ใต้ร่มเงาของต้นหลิว หรือริมสระน้ำใสในยามเช้า
เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยให้ทริปของคุณราบรื่นขึ้นคือการดาวน์โหลดแผนที่ของสวนไว้ล่วงหน้า เลือกไปเที่ยวในช่วงเช้าตรู่หรือช่วงเย็นที่คนน้อย พกสมุดบันทึกหรือกล้องถ่ายรูปเพื่อเก็บรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ และที่สำคัญที่สุดคือการเคารพกฎระเบียบของสถานที่ ไม่ส่งเสียงดัง และไม่เหยียบย่ำพืชพรรณในสวน เพื่อให้ทุกคนได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด แล้วคุณจะได้ค้นพบเสน่ห์ของญี่ปุ่นในมุมที่หลายคนอาจมองข้าม พร้อมรับแรงบันดาลใจใหม่ๆ กลับไปอย่างแน่นอน
สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสวนญี่ปุ่นได้ที่เว็บไซต์ของ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น หรือสื่อท่องเที่ยวชั้นนำอย่าง Business Insider และ The Japan Times นอกจากนี้ หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของไทยก็มักจัดกิจกรรมแบ่งปันประสบการณ์เที่ยวญี่ปุ่นอยู่เสมอ ใครที่สนใจการเดินทางสายนี้ ลองติดตามข่าวสารเพื่อเปิดโลกการเดินทางแนวใหม่ของคุณ