ลาสเวกัส เมืองแห่งแสงสีที่เคยเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักเดินทางทั่วโลก กำลังเผชิญภาวะนักท่องเที่ยวหดตัวอย่างน่าใจหาย หลังถูกกระหน่ำด้วยค่าครองชีพที่พุ่งสูงลิ่วและค่าบริการแอบแฝงสารพัดจนหลายคนเอือมระอา ข้อมูลล่าสุดในปี ๒๕๖๘ ชี้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงถึง ๖.๕% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สอดคล้องกับตัวเลขผู้โดยสารผ่านสนามบินและรายได้คาสิโนที่ลดลงพร้อมกัน นักวิเคราะห์ชี้ว่าสาเหตุหลักมาจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและค่าใช้จ่ายที่ถีบตัวสูงขึ้น จนภาพลักษณ์ของเวกัสที่เคย “คุ้มค่า” ได้เลือนหายไป (The Times)
นักท่องเที่ยวไทย-เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กระทบถ้วนหน้า
กลุ่มนักเดินทางจากไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมักปักหมุดลาสเวกัสเป็นหนึ่งในเดสติเนชันสำคัญเมื่อมาเยือนอเมริกา ต่างก็ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นและภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวเช่นกัน เมืองที่เคยเปิดกว้างสำหรับทุกคนกำลังกลายเป็นจุดหมายที่ต้องคิดแล้วคิดอีก
สาเหตุสำคัญที่ทำให้เสน่ห์ของลาสเวกัสลดลงคือราคาสินค้าและบริการที่แพงขึ้นไม่หยุดหย่อน บวกกับค่าใช้จ่ายจุกจิกที่ซ่อนอยู่ทุกมุม ตัวอย่างที่กลายเป็นไวรัลในโซเชียลมีเดีย เช่น น้ำเปล่าขวดเดียวในมินิบาร์โรงแรมราคาพุ่งไปถึง ๒๖ ดอลลาร์, ค่าเช็กอินล่วงหน้าที่ย่านคาสิโนชื่อดัง ๖๐ ดอลลาร์ (ยังไม่รวมภาษี) หรือแม้แต่ค่าบริการชุดจานชามสำหรับอาหารที่สั่งมาทานในห้องพักของ MGM Resorts ซึ่งคิดราคา ๒๕ ดอลลาร์ ผู้คร่ำหวอดในวงการโปรโมชันท่องเที่ยวลาสเวกัสกล่าวว่า “ใครก็ตามที่เดินอยู่บนถนนเส้นหลักจะรู้สึกเหมือนกำลังถูกขูดรีด พอเจอแบบนี้บ่อยเข้า หลายคนก็เริ่มเหนื่อยและทนกับราคามหาโหดไม่ไหว” ยังไม่นับรวมค่าจอดรถและค่าธรรมเนียมรีสอร์ต (Resort Fees) ที่บวกเพิ่มเข้ามาในราคาห้องพัก ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกเหมือนถูกเก็บเงินซ้ำซ้อนอยู่ตลอดเวลา
กระแสเที่ยวล้างแค้นแผ่วลง สัญญาณท่องเที่ยวชะลอตัวชัด
ปัญหานี้ปรากฏชัดขึ้นในช่วงที่กระแส “เที่ยวล้างแค้น” (Revenge Travel) หลังโควิด-๑๙ เริ่มซาลง แม้ในช่วงแรกที่เปิดประเทศ ผู้คนจะหลั่งไหลกลับไปยังลาสเวกัส แต่ความตื่นเต้นนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน ข้อมูลจากหลายฝ่ายชี้ตรงกันว่าเมืองที่เคยเฟื่องฟูจากอุตสาหกรรมบันเทิงกำลังเผชิญความท้าทายระลอกใหม่
อีกปัจจัยที่นักวิเคราะห์กล่าวถึงคือปรากฏการณ์ “Trump Slump” หรือผลกระทบจากนโยบายเศรษฐกิจและการต่างประเทศในยุคอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าหรือภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ส่งผลให้ครอบครัวชนชั้นกลางและนักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอการเดินทางมายังสหรัฐฯ สถิติจากสนามบินนานาชาติแฮร์รี รีด ในเดือนพฤษภาคมเผยว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง ๘.๗% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ยอดผู้โดยสารรวมลดลง ๓.๙% ที่น่ากังวลคือกลุ่มนักท่องเที่ยวจากแคนาดา (ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของเวกัส) ลดลงถึง ๒๑.๗% ในเดือนเดียว (ตัวเลขอย่างเป็นทางการจากสนามบิน)
ผู้ประกอบการทัวร์ผจญภัยในพื้นที่ให้สัมภาษณ์ว่า ลูกค้าชาวแคนาดาจำนวนมาก “ยกเลิกทริปทั้งหมด มันน่าเสียดายมาก” พร้อมเปรียบเทียบว่าบรรยากาศในขณะนี้คล้ายกับช่วงโควิดระบาดที่นักท่องเที่ยวหายไปอย่างฉับพลัน
ลาสเวกัสอาจไม่ใช่สวรรค์ของทุกคนอีกต่อไป
ผลสำรวจในปี ๒๕๖๗ พบว่ารายได้เฉลี่ยต่อปีของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนย่านถนนหลักของลาสเวกัสอยู่ที่ ๙๓,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐฯ สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มคาสิโนและโรงแรมกำลังปรับตัวไปจับลูกค้าระดับบนมากขึ้น “คาสิโนหลายแห่งกำลังเมินเฉยต่อตลาดลูกค้าระดับกลาง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นกลยุทธ์ที่ไม่ฉลาดเลยในระยะยาว” ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวลาสเวกัสให้ความเห็น (The Times)
ยังคงมนต์ขลังระดับโลก แต่สำหรับคนกระเป๋าหนักเท่านั้น
แม้จะมีเสียงบ่นเรื่องราคา แต่ลาสเวกัสยังคงเป็นแม่เหล็กดึงดูดความบันเทิงระดับโลก ในปี ๒๕๖๘ ศิลปินชื่อดังอย่าง เจนนิเฟอร์ โลเปซ, เคลลี คลาร์กสัน และเลนนี คราวิตซ์ ยังคงมีการแสดงประจำบนถนนเส้นหลัก ขณะที่ศิลปินระดับตำนานอย่าง ดอลลี่ พาร์ตัน ก็เตรียมเปิดการแสดงถึง ๖ รอบในเดือนธันวาคม ตอกย้ำสถานะ “ศูนย์กลางความบันเทิงสุดหรู”
แต่คำถามสำคัญคือ การหายไปของนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่จะส่งผลกระทบเป็น “ลูกโซ่” จนกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่รุนแรงขึ้นหรือไม่ ทุกฝ่ายมองตรงกันว่าหากรีสอร์ตและคาสิโนยังไม่ปรับกลยุทธ์เพื่อดึงดูดลูกค้าระดับกลางกลับมา ประกอบกับนโยบายเศรษฐกิจที่ยังคงตึงเครียด เมืองแห่งนี้อาจต้องเผชิญช่วงซบเซาที่ยาวนานขึ้น อย่างไรก็ตาม ลาสเวกัสเคยผ่านวิกฤตและปรับตัวได้อย่างน่าทึ่งมาแล้วหลายครั้ง ดังที่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวไว้ว่า “เมื่อไหร่ที่คาสิโนลำบาก เมื่อนั้นคือเวลาที่ลูกค้าจะได้ประโยชน์” ซึ่งอาจหมายถึงการกลับมาของโปรโมชันลดแลกแจกแถมครั้งใหญ่ก็เป็นได้
คนไทยคิดจะไปอเมริกาต้องวางแผนให้รัดกุม
สำหรับชาวไทยที่วางแผนท่องเที่ยวหรือติดต่อธุรกิจในสหรัฐฯ ปัจจัยด้านราคาและความโปร่งใสของค่าใช้จ่ายกลายเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะค่าใช้จ่ายถีบตัวสูงขึ้นแทบทุกอย่างและมีค่าบริการแฝงปรากฏขึ้นมากมาย ทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้คือการตรวจสอบราคาที่พักและกิจกรรมอย่างละเอียดถี่ถ้วน มองหา “รีสอร์ตฟี” หรือค่าบริการอื่น ๆ ที่ซ่อนอยู่ รวมถึงอาจต้องพิจารณาจุดหมายปลายทางอื่นนอกลาสเวกัส ซึ่งอาจให้ความคุ้มค่ากับเงินบาทได้มากกว่า
นักท่องเที่ยวไทยคุ้นเคยกับแพ็กเกจทัวร์ที่ราคาชัดเจน ดังนั้นค่าธรรมเนียมแอบแฝงจึงเป็นสิ่งที่สร้างความหงุดหงิดได้ง่าย ข่าวค่าน้ำดื่มราคาโหดหรือค่าเช็กอินที่แพงลิ่ว ยิ่งทำให้หลายคนต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น ดังนั้นควรวางแผนอย่างรอบคอบ ตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการ ควบคู่ไปกับรีวิวจากนักท่องเที่ยวในฟอรัมต่างประเทศ และติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด
จับตาลาสเวกัสจะแก้เกมอย่างไร
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าหากตัวเลขนักท่องเที่ยวยังคงลดลงต่อเนื่อง ผู้ประกอบการในลาสเวกัสอาจต้องยอมลดราคาหรือออกโปรโมชันพิเศษเพื่อดึงดูดลูกค้ากลับคืนมา เหมือนที่เคยทำในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี ๒๕๕๑ และช่วงการระบาดของโควิด-๑๙ ที่เหล่ารีสอร์ตต่างพากันปรับกลยุทธ์และลดราคาครั้งใหญ่
ในตอนนี้ คำแนะนำสำหรับนักเดินทางชาวไทยคือให้ประเมินค่าใช้จ่ายทั้งหมดอย่างละเอียด อย่าเพิ่งตัดสินใจจากราคาตั๋วเครื่องบินที่ดูเหมือนจะถูก เพราะอาจมีค่าใช้จ่ายแฝงรออยู่อีกมาก และไม่จำเป็นต้องยึดติดกับลาสเวกัสเพียงแห่งเดียว เมืองอื่น ๆ ในอเมริกาอาจมีความโปร่งใสและมอบความคุ้มค่าได้ดีกว่า จนกว่าเมืองแห่งบาปจะหาจุดสมดุลระหว่างความหรูหราและความคุ้มค่าได้อีกครั้ง เสน่ห์แบบดั้งเดิมของเวกัสอาจยังไม่เหมาะกับนักเดินทางสายประหยัดในเวลานี้
แหล่งข้อมูล: The Times, สถิติสนามบินนานาชาติแฮร์รี รีด, รายงานผู้บริโภค Las Vegas Advisor