เคยสงสัยไหมว่าทำไมคนไทยถึงรู้สึกว่าตัวเองยุ่งอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่มีเทคโนโลยีดิจิทัลและเครื่องมือมากมายที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้น งานวิจัยล่าสุดได้ค้นพบตัวการสำคัญที่เรียกว่า “แวมไพร์เวลา” ซึ่งหมายถึงพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันที่เรามองข้าม แต่กลับคอยสูบเวลาและพลังชีวิตไปโดยไม่รู้ตัว บทความเรื่อง “5 Time Vampires Everyone Should Watch Out For” จาก Psychology Today โดยนักจิตวิทยาคลินิก ได้ชี้ให้เห็นว่านิสัยเหล่านี้เมื่อรวมกันแล้วส่งผลกระทบมหาศาลต่อคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะในสังคมไทยที่มักมองว่า “ความยุ่ง” เป็นเครื่องหมายของความขยันขันแข็ง
ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานหรือคนมีครอบครัวในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ต่างก็บ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าในแต่ละวัน “แทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง” รายงานชิ้นนี้จึงกลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง เพราะมันชี้ให้เห็นภาพชัดเจนว่า การเสียเวลาไปกับ “แวมไพร์เวลา” แค่วันละ 10 นาที อาจหมายถึงการสูญเสียเวลาชีวิตไปถึง 60 ชั่วโมงต่อปี ซึ่งเป็นเวลาอันมีค่าที่เราสามารถนำไปใช้กับครอบครัว การดูแลสุขภาพ กิจกรรมที่ชอบ หรือการพัฒนาตนเองได้ (Psychology Today)
รู้ทัน “แวมไพร์เวลา” 5 ประเภทที่คนไทยต้องเจอ
บทความดังกล่าวได้สรุปพฤติกรรมที่คอยขโมยเวลาของเราไว้ 5 ข้อหลักๆ ได้แก่
- มัวแต่หาของที่วางไม่เป็นที่
- ลังเลอยู่นาน แต่สุดท้ายก็เลือกเหมือนเดิม
- คิดวนไปวนมาว่าจะทำงานชิ้นไหนก่อน ทั้งที่ทุกอย่างก็ต้องทำให้เสร็จ
- คอยบ่นหรือจ้ำจี้จ้ำไชให้คนอื่นเปลี่ยนความคิดตามใจเรา
- เดินทางด้วยเส้นทางเดิมๆ โดยไม่เคยเช็กสภาพจราจร
แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่พฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อทั้งประสิทธิภาพและคุณภาพชีวิตของเรา
๑. เสียเวลาหาของที่วางไม่เป็นที่
พฤติกรรมนี้เป็นภาพคุ้นตาในบ้านและออฟฟิศของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นของใช้ที่วางกองระเกะระกะตามมุมต่างๆ ด้วยข้อจำกัดด้านพื้นที่หรือรูปแบบของที่อยู่อาศัย นักจิตวิทยาที่ปรึกษาในงานวิจัยได้นำเสนอแนวคิด “flow” จากแวดวงการบินมาปรับใช้ คือการสร้างกิจวัตรหรือขั้นตอนที่ชัดเจน (เหมือนเช็กลิสต์ของนักบิน) เพื่อฝึกให้เราเก็บของเข้าที่เดิมทุกครั้ง ซึ่งก็ไม่ต่างจากคำสอนของผู้ใหญ่ที่คอยบอกให้เก็บรองเท้าให้เป็นระเบียบ แต่แนวคิดนี้ชูประเด็นเรื่องการสร้างให้เป็นระบบสากลเพื่อจัดระเบียบชีวิตให้ดียิ่งขึ้น (Skybrary)
๒. ลังเลเลือกของ แต่สุดท้ายก็เลือกแบบเดิม
ในยุคที่แอปสั่งอาหารออนไลน์เฟื่องฟู คนไทยโดยเฉพาะคนเมืองมักใช้เวลาไถหน้าจอเลือกเมนูอยู่นานสองนาน แต่สุดท้ายก็จบลงที่เมนูโปรดเจ้าประจำ ผู้เขียนบทความแนะให้มองเรื่องนี้เป็นเรื่องขำๆ และถ้าอยากลองอะไรใหม่ๆ จริงๆ ค่อยหาโอกาสที่เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงจะดีกว่า
๓. คิดมากเรื่องลำดับงาน ทั้งที่ต้องทำให้เสร็จอยู่ดี
นี่คือปัญหาคลาสสิกในห้องประชุมของออฟฟิศไทย ที่มักหมดเวลาไปกับการถกเถียงว่าจะเริ่มทำอะไรก่อนหลัง แต่สุดท้ายก็ต้องทำทุกอย่างให้เสร็จอยู่ดี นักจิตวิทยาจึงชี้ว่า แค่ลงมือทำอะไรสักอย่างไปก่อน ยังดีกว่ามัวแต่นั่งคิดจนหมดแรง เพราะประสบการณ์ตรงสอนว่าเมื่องานได้เริ่มต้นแล้ว ทุกอย่างจะค่อยๆ เดินหน้าไปเอง
๔. การบ่นจ้ำจี้คนอื่นเรื่องค่านิยมไม่ตรงกัน
แม้สังคมไทยจะให้ความสำคัญกับความปรองดองและการสื่อสารแบบอ้อมๆ แต่ในชีวิตจริงเรากลับเจอปัญหานี้อยู่บ่อยครั้ง เช่น หัวหน้าที่อยากให้งานเสร็จเร็วกับลูกน้องที่เน้นความถูกต้อง รายงานชี้ว่า หากเราตระหนักได้ว่า “การจะเปลี่ยนความคิดหรือค่านิยมของคนอื่นให้เหมือนเรานั้นเป็นเรื่องยาก” การใช้ความเข้าใจและอารมณ์ขันจะช่วยรักษาความสัมพันธ์ให้ดีขึ้นได้
๕. รถติด เพราะใช้เส้นทางเดิมโดยไม่เช็กสถานการณ์
ปัญหานี้ตรงกับชีวิตคนกรุงเทพฯ แบบเต็มๆ จากข้อมูลของ INRIX Global Traffic Scorecard ประจำปี 2566 ที่จัดให้กรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในเมืองที่รถติดที่สุดในโลก แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะมีแอปนำทางที่สามารถเช็กสภาพจราจรได้แบบเรียลไทม์ แต่กลับไม่ค่อยเชื่อหรือทำตามคำแนะนำ รายงานจึงย้ำว่า เราควรสร้างนิสัย “เช็กเส้นทางก่อนออกเดินทาง” ให้เป็นเรื่องปกติ เหมือนกับการดูพยากรณ์อากาศก่อนออกจากบ้าน
ปรับนิสัยเล็กๆ ดีกว่าปล่อยให้เวลาชีวิตถูกสูบไปเงียบๆ
นักพฤติกรรมศาสตร์จากคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นว่า การปรับพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ อย่างการวางกุญแจไว้ที่เดิมเสมอ หรือการเช็กเส้นทางก่อนออกจากบ้าน สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้ตลอดทั้งปี ทั้งในแง่ของการลดความเครียด ประหยัดเวลา และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว ปัจจุบันแนวคิดนี้กำลังถูกผลักดันผ่านหลักสูตรพัฒนาตนเองและโครงการรณรงค์ของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้คนไทยหันมาใส่ใจการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยที่ให้ผลลัพธ์มหาศาลในระยะยาว (กระทรวงสาธารณสุข)
ภูมิปัญญาไทยและวิถีพุทธกับการบริหารเวลาสมัยใหม่
หลักธรรมในศาสนาพุทธที่ฝังรากลึกในสังคมไทยนั้นเน้นเรื่อง “สติ” และความใส่ใจในทุกการกระทำ แนวคิด “flow” และการตระหนักรู้ในตนเองจากตะวันตกจึงไม่ได้ขัดกับรากเหง้าวัฒนธรรมไทยแต่อย่างใด ตรงกันข้าม ยังช่วยส่งเสริมให้เราใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพมากขึ้นด้วย ดังที่ผู้เชี่ยวชาญจากกรมสุขภาพจิตให้ทัศนะว่า “เมื่อคนไทยสร้างกิจวัตรที่เคารพทั้งเวลาและความสงบในใจ จะส่งผลดีต่อทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตโดยรวม”
ยุคดิจิทัล: โอกาสสร้างนิสัยใหม่ด้วยแอปและหลักสูตรทันสมัย
ในอนาคต เทคนิคเหล่านี้อาจถูกนำไปปรับใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้นทั้งในโรงเรียนและที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันช่วยจัดการเรื่องในบ้าน หรือแอปนำทางที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนไทยโดยเฉพาะ ซึ่งไม่เพียงช่วยสร้างสมดุลในที่ทำงาน แต่ยังเปิดโอกาสให้นักพัฒนาได้สร้างสรรค์เทคโนโลยีที่เข้าใจวัฒนธรรมไทยอย่างแท้จริง
เริ่มจากสิ่งเล็กๆ วันนี้ เพื่อทวงเวลาชีวิตของคุณกลับคืนมา
บทความแนะนำให้ผู้อ่านลองเลือก “สร้าง flow” ให้กับตัวเองสัก 1 อย่างในสัปดาห์นี้ เช่น การกำหนดที่วางของใช้ประจำวันให้ชัดเจน หรือการเช็กสภาพจราจรก่อนเดินทางทุกครั้ง แค่เราจริงจังกับเรื่องเล็กๆ เพียงเรื่องเดียวตลอดทั้งปี อาจพบว่าเราได้เวลาว่างกลับคืนมาหลายวัน ซึ่งเป็นประโยชน์มหาศาลต่อทั้งตนเอง ครอบครัว และสังคม
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับแวมไพร์เวลาและวิธีทวงคืนชีวิตของคุณได้ที่ Psychology Today และแหล่งข้อมูลอื่นๆ จาก กระทรวงสาธารณสุข และ INRIX Traffic Scorecard การบริหารจัดการเวลาที่ผสมผสานองค์ความรู้ใหม่และภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้าด้วยกัน จะช่วยให้คนไทยลดภาระและใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น