การที่เราคุยกับสัตว์เลี้ยงเหมือนเพื่อนคนหนึ่ง ไม่ใช่แค่เรื่องขำๆ หรือเอาใจเจ้าขนฟูเท่านั้น แต่ผลวิจัยล่าสุดและความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญชี้ตรงกันว่า พฤติกรรมนี้สะท้อนและอาจช่วยเสริมสร้างทักษะทางอารมณ์ที่สำคัญให้แก่เจ้าของ โดยเฉพาะในยุคที่คนไทยนิยมเลี้ยงสัตว์กันมากขึ้นทั่วประเทศ นักจิตวิทยาและนักวิจัยจึงเริ่มหันมาสนใจประโยชน์ด้านสังคมและจิตใจของการมีสัตว์เลี้ยงเป็น “เพื่อนคุย” ซึ่งผลการศึกษาก็พบว่าพฤติกรรมนี้สัมพันธ์กับคุณสมบัติทางอารมณ์ที่โดดเด่นถึง 7 ประการด้วยกัน
พูดกับสัตว์เลี้ยง…ทำไมถึงสำคัญมากกว่าที่คิด
แม้ในวัฒนธรรมไทยจะผูกพันกับสัตว์เลี้ยงมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สุนัขทรงเลี้ยงในราชสำนักไปจนถึงแมวเซเลบในโลกออนไลน์ แต่นักวิจัยมองว่าการคุยกับสัตว์เลี้ยงเหมือนคุยกับคนนั้นไม่ใช่เรื่องเล่นๆ หรือพฤติกรรมแปลกๆ แต่กลับสะท้อนทักษะอย่างความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น (empathy) ความยืดหยุ่นทางใจ (resilience) และการตระหนักรู้ในตนเอง (self-awareness) ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญของสุขภาวะทางจิตที่ดี (แหล่งข้อมูล)
พฤติกรรมการมองสัตว์เลี้ยงให้มีลักษณะเหมือนมนุษย์ หรือที่ในทางวิชาการเรียกว่า ‘anthropomorphism’ นั้นเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไป และมีส่วนช่วยเสริมสร้างสุขภาพจิตได้จริง งานวิจัยหลายชิ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาต่างยืนยันว่า คนที่คุยกับสัตว์เลี้ยงราวกับว่าพวกมันเข้าใจทุกคำพูด มักจะเป็นคนที่มีความฉลาดทางอารมณ์สูง จัดการความเครียดในชีวิตประจำวันได้ดี และรู้สึกผูกพันกับผู้คนรอบข้างได้ง่ายขึ้น โดยทักษะสำคัญ 7 ประการที่มักพบในคนกลุ่มนี้ ได้แก่ ความเห็นอกเห็นใจ (empathy) ความยืดหยุ่นทางใจ (resilience) ความคิดสร้างสรรค์ (creativity) การมีสติ (mindfulness) ความเอื้ออาทร (compassion) การตระหนักรู้ในตนเอง (self-awareness) และการมองโลกในแง่ดี (optimism) (American Psychological Association, PubMed, 2021)
นักวิจัยชี้ สนทนากับสัตว์เลี้ยง ช่วยเพิ่มทักษะชีวิต
นักจิตวิทยาสาขาสัมพันธภาพระหว่างมนุษย์และสัตว์ จากคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้อธิบายในเวทีเสวนาที่จัดโดยสถาบันสุขภาพจิตชั้นนำแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ว่า ความผูกพันกับสัตว์เลี้ยงช่วยให้ผู้คนรับมือกับความเครียดและพัฒนาทักษะการสื่อสารกับผู้อื่นได้ดีขึ้น “การที่เราได้ลองพูดคุยกับสัตว์เลี้ยง ก็เหมือนกับการได้ฝึกทำความเข้าใจจิตใจคนอื่นและควบคุมอารมณ์ของตัวเองไปในตัว ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล” มุมมองนี้สอดคล้องกับความเห็นของนักจิตวิทยาสัตวแพทย์ระดับนานาชาติ ที่มองว่าการพูดคุยกับสัตว์เลี้ยงในฐานะเพื่อนคู่คิด ไม่เพียงแต่ช่วยให้อารมณ์ของเจ้าของดีขึ้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจที่มีต่อคนรอบข้างได้อีกด้วย
สถานการณ์สัตว์เลี้ยงในไทยและผลต่อสังคม
ข้อมูลจากกรมปศุสัตว์ระบุว่า ประเทศไทยมีสุนัขและแมวในความดูแลของประชาชนมากกว่า 8 ล้านตัว ขณะที่ความนิยมในคาเฟ่สัตว์เลี้ยงและกิจกรรมต่างๆ ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ กระแสความรักสัตว์นี้เองที่ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเริ่มนำ “สัตว์เลี้ยงบำบัด” และกิจกรรมเจริญสติโดยมีสัตว์เป็นสื่อกลาง มาปรับใช้ในโรงพยาบาลและสถานศึกษาหลายแห่ง
บทบาทของสัตว์เลี้ยงในช่วงเวลาเครียดและการอยู่ร่วมกันในครอบครัว
การพูดคุยและใช้เวลากับสัตว์เลี้ยงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการดูแลสภาพจิตใจ โดยเฉพาะในช่วงการระบาดของโควิด-19 จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Behavioral Medicine เมื่อปี 2565 พบว่า การมีปฏิสัมพันธ์กับสัตว์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการพูดคุยด้วย ช่วยลดทั้งภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวลในกลุ่มคนเมืองได้เป็นอย่างดี (PubMed) ในบริบทของสังคมไทย ครอบครัวขยายที่อยู่ร่วมกันหลายช่วงวัย มักใช้สัตว์เลี้ยงเป็นตัวกลางเชื่อมความสัมพันธ์ทางใจระหว่างสมาชิกต่างวัย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สังคมมีความตึงเครียดสูง
ข้อควรระวังในการสร้างความสัมพันธ์กับสัตว์เลี้ยง
แม้การมองสัตว์เลี้ยงเป็นเสมือนคนคนหนึ่งจะช่วยหล่อหลอมจิตใจของเราได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งหนึ่งในไทยได้ย้ำเตือนว่า เราควรคำนึงถึงความต้องการและพฤติกรรมตามธรรมชาติของสัตว์เป็นสำคัญ “เราต้องดูแลสัตว์เลี้ยงบนพื้นฐานความเข้าใจในธรรมชาติของสายพันธุ์นั้นๆ ไม่ใช่คาดหวังให้มันมาเติมเต็มบทบาทของมนุษย์ในทุกเรื่อง”
ทิศทางงานวิจัยและคำแนะนำสำหรับคนไทย
ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยหลายแห่งในไทยเริ่มหันมาศึกษาผลกระทบเชิงจิตวิทยาและสังคมของการเลี้ยงสัตว์ ทั้งในระดับครอบครัว นักศึกษา และผู้สูงอายุ ความร่วมมือระหว่างคณะสัตวแพทยศาสตร์และคณะจิตวิทยา กำลังผลักดันองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่อาจชี้ให้เห็นว่า การพูดคุยกับสุนัข แมว หรือแม้แต่สัตว์ปีก สามารถช่วยพัฒนาพลังใจให้กับคนกลุ่มต่างๆ ในสังคมไทยได้อย่างไร
สำหรับคนรักสัตว์ ขอแนะนำให้ลองใช้เวลาพูดคุยกับสัตว์เลี้ยง หรือใช้เป็นกิจกรรมดูแลใจตัวเอง ลองสำรวจดูว่าทำไมเราถึงอยากเล่าเรื่องต่างๆ ให้พวกเขาฟัง และใช้โอกาสนี้พัฒนาทักษะทางอารมณ์ให้ดีต่อทั้งตัวเราและเพื่อนสี่ขาของเรา นอกจากนี้ หากต้องการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ หรือผ่อนคลายความเครียด การเข้าร่วมกิจกรรมหรือไปเยือนสถานที่สำหรับสัตว์เลี้ยง ก็เป็นโอกาสอันดีที่จะได้พบปะแลกเปลี่ยนกับคนคอเดียวกัน
ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถอ่านบทความต้นฉบับได้ที่ vegoutmag.com, American Psychological Association และงานวิจัยที่รวบรวมไว้ใน PubMed