ในการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาพัฒนาระบบ ววน. ของ สอวช. ครั้งที่ ๒/๒๕๖๘ เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๘ ในฐานะประธานคณะกรรมการ ในวาระประธานแจ้งเพื่อทราบ ผมถือโอกาสปรารภต่อที่ประชุมว่า
ผมตีความว่าคณะกรรมการชุดนี้ตั้งขึ้น เพื่อให้คำแนะนำปรึกษา ว่าทำอย่างไร ระบบ ววน. จึงจะเป็นพลังขับเคลื่อนความเจริญก้าวหน้าของประเทศได้อย่างแท้จริง เพื่อประโยชน์นี้ ผมจึงขอปรารภความห่วงใยในความถอยหลังของระบบ ววน. เมื่อมองจากมุมของ ระบบคุณธรรม (merit system) ของการใช้เงินแผ่นดินสนับสนุนกิจการ ววน. ของประเทศ
ผมสังเกตเห็นสภาพดังกล่าวในช่วงสี่ห้าปีที่ผ่านมาถดถอยลงไปมาก เทียบกับเมื่อสามสิบปีก่อนที่ผมเป็นตัวละครหนึ่งอยู่ในนั้น ตอนนั้นเป็นที่เชื่อถือกันว่า การจัดการทุนวิจัยเป็นไปตามความสำคัญของโจทย์ และคุณภาพของข้อเสนอโครงการ ผสานกับความสามารถของทีมวิจัย ที่เรียกว่าจัดสรรทุนวิจัยภายใต้สภาพ merit เน้นผลประโยชน์ต่อบ้านเมืองเป็นหลัก
แต่ผมไม่กล้าสรุป เพราะคิดว่าตอนนี้ตนเองไม่ได้ลงคลุกงาน มองในฐานะคนวงนอกอาจมองผิด แต่ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ผมมีโอกาสถามผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดวงการ ววน. หลายท่าน ว่าข้อสังเกตของผมจริงไหม คำตอบรุนแรงกว่าที่ผมคิด ท่านเหล่านั้นบอกว่า เดี๋ยวนี้ขอทุนวิจัยใหญ่ๆ ต้องล็อบบี้ ต้องมีคำสั่งจากเบื้องบน หรือเข้าถึงผู้มีอำนาจ ปัจจัยตัดสินไม่ใช่คุณภาพและผลกระทบอย่างสมัยก่อน
ท่านบอกว่า สมัยนี้คนที่จะเป็นใหญ่ในวงการ อววน. ต้องเข้าถึงนักการเมือง ต้องเป็นคนที่เขาเชื่อว่าจะเอื้อประโยชน์กันได้ ระบบ อววน. ไทยสมัยนี้จึงเน้นเอื้อผลประโยชน์ของนักการเมือง และผู้มีตำแหน่งสูงในระบบ ไม่ใช่เน้นเอื้อผลประโยชน์ของประเทศ นำสู่สภาพระบบที่ไม่เน้นที่ความสามารถ หรือที่เรียกว่าระบบคุณธรรม แต่เน้นที่ความเป็นพวกพ้อง
ผมจึงนำมาปรารภต่อที่ประชุมให้บันทึกไว้ เผื่อจะเป็นประโยชน์ในภายภาคหน้า เมื่อมีการทำงานวิจัยระบบ ววน. ในยุคต่างๆ ของประเทศ
วิจารณ์ พานิช
๒๕ เม.ย. ๖๘