เมื่อดิฉันเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ได้ถวายตั่งแด่บรรดาภิกษุผู้เพิ่งมาถึง ได้กราบไหว้ ประคองอัญชลีและถวายทานตามกำลังทรัพย์

ทุติยปีฐวิมาน

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา

๒. ทุติยปีฐวิมาน

ว่าด้วยวิมานตั่ง เรื่องที่ ๒

             (พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)

             [๘] เทพธิดาผู้ประดับองค์ ทรงมาลัย ทรงภูษาสวยงาม วิมานตั่งแก้วไพฑูรย์ของเธอช่างโอ่อ่า ล่องลอยไปในที่ต่างๆ ได้รวดเร็วสมใจปรารถนา เธอเปล่งรัศมีสว่างไสวดังสายฟ้าแลบออกจากกลีบเมฆ

             [๙] เพราะบุญอะไรผิวพรรณเธอจึงงามเช่นนี้ ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่เธอในวิมานนี้ และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่เธอ

             [๑๐] เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามว่า เมื่อเธอเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไรเธอจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

             [๑๑] เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาผลกรรมตามที่พระเถระถามว่า

             [๑๒] เมื่อดิฉันเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ได้ถวายตั่งแด่บรรดาภิกษุผู้เพิ่งมาถึง ได้กราบไหว้ ประคองอัญชลีและถวายทานตามกำลังทรัพย์

             [๑๓] เพราะบุญนั้นผิวพรรณดิฉันจึงงามเช่นนี้ ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้ และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่ดิฉัน

             [๑๔] ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดิฉันขอกราบเรียนว่า เพราะบุญที่ได้ทำไว้สมัยเมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ดิฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

ทุติยปีฐวิมานที่ ๒ จบ

---------------------------------------

คำอธิบายเพิ่มเติมนี้ นำมาจากบางส่วนของ
อรรถกถา ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปิฐวรรคที่ ๑

๒. ปิฐวิมานที่ ๒

               อรรถกถาทุติยปีฐวิมาน               

               เหตุเกิดเรื่อง [อัตถุปปัตติ] และการพรรณนาความของทุติยปีฐวิมานนั้นพึงทราบตามนัยที่กล่าวมาแล้วในปฐมปีฐวิมานนั่นแล.
               ส่วนความต่างกันมีดังนี้
               ดังได้สดับมา สตรีผู้หนึ่งเป็นชาวกรุงสาวัตถี เห็นพระเถระรูปหนึ่งเข้ามาบิณฑบาตยังเรือนของตน มีจิตเลื่อมใส เมื่อจะถวายอาสนะแก่พระเถระรูปนั้น ก็เอาผ้าสีเขียวลาดบนตั่งของตนถวาย. ด้วยปีฐทานนั้น วิมานบัลลังก์สำเร็จด้วยแก้วไพฑูรย์ก็บังเกิดแก่นางซึ่งบังเกิดในเทวโลก.
               ด้วยเหตุนั้น ท่านพระโมคคัลลานะจึงถามว่า
               ดูก่อนเทพธิดาผู้ประดับองค์ ทรงพวงมาลัย ทรงพัสตราภรณ์อันสวยงาม วิมานตั่งแก้วไพฑูรย์ของท่านโอฬาร เร็วดังใจ ไปได้ตามปรารถนา ท่านส่องแสงประกายคล้ายสายฟ้าแลบลอดหลืบเมฆ
               เพราะบุญอะไร วรรณะของท่านจึงเป็นเช่นนั้น เพราะบุญอะไร ผลนี้จึงสำเร็จแก่ท่าน และโภคะทุกอย่าง ที่น่ารักจึงเกิดแก่ท่าน.
                ดูก่อนเทพีผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ท่านทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และวรรณะของท่านจึงส่องสว่างไปทุกทิศ.
               เทวดานั้นถูกท่านพระโมคคัลลานะถามแล้ว ดีใจ ก็พยากรณ์ตอบปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ว่า
               ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ในหมู่มนุษย์ ดีฉันได้ถวายอาสนะแก่ภิกษุที่มาถึงเรือน ได้กราบไหว้ ได้กระทำอัญชลีประนมมือ และได้ถวายทานตามกำลัง. เพราะบุญนั้น วรรณะของดีฉันจึงเป็นเช่นนี้ เพราะบุญนั้นผลนี้จึงสำเร็จแก่ดีฉัน และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ดีฉัน.
              ข้าแต่ท่านภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดีฉันขอบอกแก่ท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ดีฉันได้กระทำบุญอันใดเพราะบุญอันนั้น ดีฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และวรรณะของดีฉันจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
               แก้วมณีที่เกิดขึ้นไม่ไกลหมู่บ้านวิฬูร แห่งภูเขาวิฬูระ ชื่อว่าแก้วไพฑูรย์. เขาว่าแก้วไพฑูรย์นั้นมีบ่อเกิดอยู่ที่หมู่บ้านวิฬูระ. แต่เพราะเกิดไม่ไกลหมู่บ้านวิฬูระ จึงปรากฏชื่อว่าเวฬุริยะ แก้วไพฑูรย์.
               แม้ในเทวโลก แก้วไพฑูรย์นั้นก็มีชื่ออย่างนั้น เพราะมีประกายแห่งสีเช่นเดียวกับแก้วไพฑูรย์นั้น เหมือนอย่างชื่อของเหล่าเทพบุตรในเทวโลก ก็โดยได้ชื่อมาในมนุษยโลก.
               ก็แก้วไพฑูรย์นั้นมีสีคล้ายขนคอนกยูงก็มี มีสีคล้ายใบมะคำดีควายก็มี มีสีคล้ายใบไผ่อันสนิทก็มี. ส่วนในที่นี้ พึงทราบว่ามีสีคล้ายขนคอนกยูง.
               คำที่เหลือทั้งหมดก็เช่นคำที่กล่าวมาแล้วในปฐมปีฐวิมานแล.


               จบอรรถกถาทุติยปีฐวิมาน               
               -----------------------------------------------------