งานวิจัยชิ้นใหม่ที่น่าจับตา ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารดังอย่าง Nature Medicine เพิ่งเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า ลักษณะการกินบางอย่างส่งผลอย่างมากต่อโอกาสที่คนเราจะสุขภาพดีสุดๆ ตอนอายุเข้าหลัก 70 งานวิจัยนี้เขาติดตามคนเป็นแสนกว่าคน นานถึง 30 ปี พบว่ามีแค่หยิบมือ หรือราวๆ 9.3% เท่านั้น ที่เรียกว่า “สูงวัยอย่างสุขภาพดี” คือ แก่ตัวไปแบบไม่มีโรคเรื้อรังร้ายแรง หรือความบกพร่องที่เห็นได้ชัด ที่น่าสนใจคือ คนกลุ่มน้อยนี้มีพฤติกรรมการกินที่คล้ายๆ กัน ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าเรื่องอาหารการกินส่งผลต่อสุขภาพระยะยาวของเรามากจริงๆ
ผลวิจัยนี้สำคัญมากๆ โดยเฉพาะกับคนไทยวัยกลางคนที่กำลังเจอปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งอาจบั่นทอนคุณภาพชีวิตตอนแก่ งานวิจัยชี้ชัดว่า การกินอาหารที่เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และไขมันดี เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้แก่ตัวไปอย่างมีสุขภาพ ซึ่งอาหารแบบนี้สัมพันธ์อย่างชัดเจนกับความเสี่ยงที่ลดลงของโรคเรื้อรัง อย่างโรคหัวใจและหลอดเลือด หรือเบาหวาน ซึ่งเป็นโรคฮิตในหมู่คนไทย ในยุคที่อาหารการกินและไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไป
ดร. วอลเตอร์ วิลเล็ตต์ จาก Harvard T.H. Chan School of Public Health ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมวิจัยที่เกี่ยวข้อง ก็ออกมาย้ำถึงความสำคัญของการกินที่เน้นพืชเป็นหลัก (plant-based diet) “ผลการศึกษาของเราชี้ให้เห็นว่า การกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพโดยเน้นพืชเป็นหลัก เช่น ถั่วต่างๆ พืชตระกูลถั่ว และธัญพืชไม่ขัดสี สัมพันธ์กับการมีสุขภาพที่ดีขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น” เขากล่าวในการให้สัมภาษณ์ แหล่งข่าว ซึ่งงานวิจัยนี้ก็สอดคล้องกับแนวทางโภชนาการทั่วโลกที่สนับสนุนอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนและแนวทางคล้ายๆ กัน ที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าดีต่อสุขภาพ
ข้อมูลจากงานวิจัยนี้ถือเป็นเหตุผลสำคัญที่ผู้กำหนดนโยบายและนักรณรงค์ด้านสุขภาพในไทยควรนำไปใช้ผลักดันแนวทางโภชนาการระดับชาติ ที่เน้นให้คนไทยลดการกินอาหารแปรรูปเยอะๆ และหันมากินผักผลไม้ตามฤดูกาลของบ้านเราที่อุดมด้วยสารอาหารให้มากขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยสร้างวัฒนธรรมการกินที่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งอาจช่วยให้คนไทยทั่วประเทศอายุยืนยาวขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย ซึ่งจริงๆ แล้ว อาหารไทยดั้งเดิมของเราที่เน้นผักสดกับโปรตีนไขมันต่ำ ก็เข้ากันกับผลวิจัยนี้อยู่แล้ว ถือเป็นต้นทุนที่ดีที่เราจะปรับการกินตามข้อมูลวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ ได้
ในเมื่อประเทศไทยเรามีปัญหาเรื่องโรคจากพฤติกรรมชีวิตกันเยอะ การนำคำแนะนำเรื่องอาหารเหล่านี้มาปรับใช้ก็น่าจะช่วยให้สุขภาพของคนไทยโดยรวมดีขึ้นได้อย่างมาก ผู้เชี่ยวชาญเสนอว่า การให้ความรู้ถึงข้อดีของการกินแบบนี้ ควบคู่ไปกับการปรับนโยบายเพื่อให้คนไทยเข้าถึงอาหารสุขภาพได้ง่ายขึ้นในราคาที่ไม่แพง จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง แถมการปรับพฤติกรรมการกินแบบนี้ยังเข้ากับวัฒนธรรมดั้งเดิมของไทยที่เน้นความสมดุลในมื้ออาหารอีกด้วย
สำหรับในอนาคต ก็ยังจำเป็นต้องมีการวิจัยและรณรงค์กันต่อไป เพื่อดูผลกระทบระยะยาวของการปรับเปลี่ยนอาหารเหล่านี้ต่อสุขภาพคนไทย นับเป็นเรื่องดีที่โครงการต่างๆ ที่ภาครัฐทำในช่วงหลังๆ นี้ ที่เน้นลดเค็มลดหวาน ก็ไปในทิศทางเดียวกับผลวิจัยนี้เช่นกัน สำหรับตัวเราและครอบครัว การเริ่มง่ายๆ อย่างการเพิ่มผักผลไม้ในแต่ละมื้อ หรือเลือกกินข้าวกล้องแทนข้าวขาว ก็เป็นสิ่งที่ทำได้จริงเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น
สำหรับคนไทยที่อยากปรับการกินเพื่อสุขภาพที่ดีในวันข้างหน้า การตั้งใจเพิ่มวัตถุดิบสดใหม่ที่หาได้ในบ้านเรา และลด ละ เลิก อาหารแปรรูป น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือนักโภชนาการเพื่อช่วยวางแผนการกินที่เข้ากับวิถีชีวิตของเรา ก็จะช่วยให้ปรับตัวได้ง่ายขึ้น สุดท้ายแล้ว งานวิจัยนี้ตอกย้ำเลยว่า สิ่งที่เราเลือกกินเข้าไปนี่แหละ คือตัวกำหนดสุขภาพในอนาคตของเรา ซึ่งก็หมายความว่า เรามีอำนาจในมือที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาวของเราเอง
แหล่งข้อมูลรวมถึงงานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Nature Medicine, มุมมองจาก Harvard T.H. Chan School of Public Health, และบทความจาก The Washington Post, ScienceDaily, และ U.S. News & World Report.