สีลวีมังสกชาดก
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
๑๐. สีลวีมังสกชาดก (จากพระไตรปิฎก ลำดับเรื่องที่ ๒๙๐)
ว่าด้วยการพิจารณาอานิสงส์ของศีล
(พราหมณ์ได้กราบทูลพระราชาถึงการกระทำของตนเพราะต้องการจะทดลองศีลว่า)
[๑๑๘] ได้ยินว่า ศีลเป็นสิ่งที่ดีงาม ศีลเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมในโลก ดูเถิด นาคที่พิษร้ายแรงยังไม่เบียดเบียนใครๆ เพราะสำนึกอยู่ว่าตนมีศีล
[๑๑๙] เราจักสมาทานศีลที่บัณฑิตรับรองว่า เป็นสิ่งที่ปลอดภัยในโลก ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้มีศีลได้รับการขนานนามว่า เป็นผู้ประพฤติข้อปฏิบัติของพระอริยะ
[๑๒๐] ผู้มีศีลเป็นที่รักของหมู่ญาติ และรุ่งเรืองในหมู่มิตร หลังจากตายแล้วจะไปสู่สุคติ
สีลวีมังสกชาดกที่ ๑๐ จบ
อัพภันตรวรรคที่ ๔ จบ
--------------------------
คำอธิบายเพิ่มเติมนำมาจากบางส่วนของอรรถกถา
สีลวีมังสชาดก
ว่าด้วย อานิสงส์ของศีล
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภพราหมณ์ผู้ทดลองศีลคนหนึ่ง จึงตรัสเรื่องนี้ ดังนี้.
ก็เรื่องทั้งที่เป็นปัจจุบันและเป็นอดีตได้ให้พิสดารแล้วใน สีลวีมังสนชาดก เอกนิบาตในหนหลัง.
แต่ในที่นี้ มีเรื่องว่า เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในพระนครพาราณสี ปุโรหิตของพระองค์คิดว่า จักทดลองศีลของตน จึงหยิบเอากหาปณะหนึ่งๆ ไป ๒ วัน จากแผ่นกระดานสำหรับนับเงิน ครั้นในวันที่สาม พวกราชบุรุษจับพราหมณ์นั้น โดยหาว่าเป็นโจร นำไปยังสำนักของพระราชา. ในระหว่างทางได้เห็นหมองูกำลังเล่นงูอยู่.
ลำดับนั้น พระราชาตรัสถามพราหมณ์นั้นว่า เพราะเหตุไร ท่านจึงได้กระทำอย่างนี้?
พราหมณ์กราบทูลว่า ขอเดชะ เพราะข้าพระพุทธเจ้าประสงค์จะทดลองศีลของตน พระเจ้าข้า แล้วจึงกล่าวคาถานี้ว่า :-
ได้ทราบว่า ศีลเท่านั้นงดงาม ศีลยอดเยี่ยมในโลก ท่านจงดูซี งูใหญ่มีพิษอันร้ายแรง ยังไม่เบียดเบียนผู้อื่น ด้วยรู้สึกตัวว่าเป็นผู้มีศีล.
เราจักสมาทานศีลที่บัณฑิตรับรองแล้วว่า เป็นความปลอดภัยในโลก เป็นคุณชาติเครื่องให้บัณฑิตเรียกบุคคลผู้ประพฤติตามข้อปฏิบัติของพระอริยะ ว่าเป็นผู้มีศีล.
อนึ่ง บุคคลผู้มีศีล ย่อมเป็นที่รักของญาติทั้งหลาย ทั้งย่อมรุ่งเรืองในหมู่มิตร เมื่อตายไปแล้วย่อมเข้าถึงสุคติ.
พระโพธิสัตว์ เมื่อประกาศคุณของศีลด้วยคาถา ๓ คาถาอย่างนี้แล้ว จึงแสดงธรรมแก่พระราชา แล้วกราบทูลว่า
ข้าแต่มหาราชเจ้า ในเรือนของข้าพระพุทธเจ้ามีทรัพย์จำนวนมาก ทั้งที่เป็นของบิดามารดา ทำให้เกิดขึ้นด้วยตนเองและทั้งที่พระองค์พระราชทาน ที่สุดรอบคือความเสร็จสิ้นไม่ปรากฎ
ก็ข้าพระพุทธเจ้า เมื่อจะทดลองศีล จึงหยิบเอากหาปณะจากแผ่นกระดานสำหรับนับเงินไป บัดนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทราบเกล้าแล้วว่า ในโลกนี้ชาติ โคตร ตระกูล และประเทศเป็นภาวะต่ำทราม และศีลเท่านั้นประเสริฐ ข้าพระพุทธเจ้าจักบวช ขอจงอนุญาตให้ข้าพระพุทธเจ้าบวชเถิด
แล้วทูลขอให้ทรงอนุญาตการบวช แม้พระราชาจะทรงขอร้องแล้วๆ เล่าๆ ก็ออกจากเรือนเข้าป่าหิมพานต์ บวชเป็นฤาษี ยังอภิญญาและสมาบัติให้บังเกิดแล้ว ได้มีพรหมโลกเป็นที่ไปในเบื้องหน้า.
พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า
พราหมณ์ปุโรหิตผู้ทดลองศีลในครั้งนั้น คือ เราตถาคต ฉะนี้แล.
จบ อรรถกถาสีลวีมังสชาดกที่ ๑๐
----------------------------------