ความนำ

ในสภาวการณ์ที่ผู้คนในสังคมต้องเผชิญกับปัญหาทั้งในทางส่วนตัว ครอบครัว ชุมชน หรือสังคม การจัดการกับปัญหาจำเป็นต้องอาศัยแนวคิด ทฤษฎี และเทคนิควิธีต่าง ๆ ที่เหมาะสม หลักอริยสัจ 4 ซึ่งเป็นหลักธรรมสำคัญในพระพุทธศาสนาเป็นแนวทางและวิธีการสำคัญประการหนึ่ง ที่มีการนำมาประยุกต์ใช้กับการจัดการแก้ไขปัญหาอย่างกว้างขวางทั่วไป

อริยสัจ 4 : ความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ 

“อริยสัจ” แปลว่า ความจริงอันประเสริฐ, ความจริงของพระอริยะ, ความจริงที่ทำให้เป็นพระอริยะ.

“อริยสัจ” เป็นชื่อของหมวดธรรมหมวดหนึ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ และเป็นหลักธรรมที่สำคัญที่สุดในพระพุทธศาสนา ซึ่งถือว่าเป็นหลักแห่งความจริง และนำผู้เข้าถึงให้บรรลุถึงความเป็นพระอริยะได้ ประกอบด้วย 4 ประการ คือ

1. ทุกข์  คือ ความไม่สบายกายไม่สบายใจ

2. สมุทัย คือ สาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ 

3. นิโรธ คือ การดับทุกข์ 

4. มรรค คือ หนทางหรือแนวทางวิธีการสำหรับการดับทุกข์  

   มรรคหรืออริยมรรค มีองค์ 8 ประกอบด้วย สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ และสัมมาสมาธิ 

 

แนวทางและกระบวนการแก้ไขปัญหาตามหลักอริยสัจ

ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าในการอธิบายหลักอริยมรรคหัวข้อสัมมาทิฏฐิ (ความเห็นชอบ) เกี่ยวกับหลักของอริยสัจ 4 คือ  

1. ความรู้จักทุกข์ (ทุกข์คืออะไร) 

2. รู้จักทุกขสมุทัย (เหตุให้เกิดทุกข์) 

3. รู้จักทุกขนิโรธ (ความดับทุกข์) 

4. รู้จักทุกขนิโรธาคามินีปฏิปทา (ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์) 

โดยมีกิจกรรมหรือการปฏิบัติตามหลักอริยสัจ 4 คือ  

1. ปริญญา คือ ความรู้รอบคอบกำหนดรู้ในทุกข์ 

2. ปหานะ คือ การละสมุทัย (สาเหตุให้เกิดทุกข์) 

3. สัจฉิกรณะ คือ การกระทำให้แจ้งในการบรรลุความดับทุกข์ 

4. ทำภาวนา คือ การอบรมปฏิบัติมรรค ซึ่งมีองค์ 8 อันเป็นทางปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ให้มีให้เป็นขึ้นมาโดยเป็นข้อปฏิบัติที่พึงปฏิบัติตั้งแต่เบื้องต้น  

หลักการแก้ไขปัญหาตามหลักของอริยสัจ จึงสามารถอธิบายเป็นกระบวนการ ดังนี้ 

1. ทุกข์ คือ ปัญหา ซึ่งเราจะต้องรู้และเข้าใจว่าปัญหาคืออะไร

   วิธีการ คือ ปริญญา คือ การกำหนดรู้ ทำความรู้จัก รู้ความทุกข์ รู้ปัญหา 

2. สมุทัย คือ เหตุแห่งทุกข์หรือสาเหตุของปัญหา ซึ่งเราจะต้องรู้สาเหตุที่ทำให้ทุกข์หรือสาเหตุของปัญหาและจะต้องละหรือกำจัดสาเหตุที่ทำให้ทุกข์หรือสาเหตุของปัญหา

   วิธีการ คือ ปหานะ คือ การละ หรือกำจัด สาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์หรือเกิดปัญหา

3. นิโรธ คือ การดับทุกข์หรือการหมดสิ้นไปของปัญหา ซึ่งเป็นผลที่ต้องการกระทำให้สำเร็จ 

   วิธีการ คือ สัจฉิกิริยา คือ การจะต้องประจักษ์แจ้งในการบรรลุหรือทำให้สำเร็จ

4. มรรค คือ วิธีปฏิบัติ คือ การลงมือปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ให้มีให้เป็นขึ้นมา

   วิธีการ คือ ภาวนา คือ การปฏิบัติตามมรรค ซึ่งมีองค์ 8  

หลักการสำคัญตามหลักอริยสัจ 4 คือ เป็นเรื่องของการมีเหตุและจึงเกิดมีผลตามมา โดยเป็นการกล่าวถึงผลก่อนเหตุ ในลักษณะเป็นคู่ ๆ กล่าวคือ คู่ที่หนึ่ง ทุกข์เป็นผลและสมุทัยเป็นเหตุ กับคู่ที่สอง นิโรธเป็นผลและมรรคเป็นเหตุ

กระบวนการแก้ไขปัญหาตามหลักอริยสัจ 4 จึงสามารถสรุปได้ 4 ขั้นตอน ดังนี้ คือ 

1. การกำหนดปัญหา (ทุกข์) 

   - การศึกษา เก็บข้อมูล ทำความเข้าใจ ปัญหาคืออะไร อยู่ที่ไหน เป็นอย่างไร 

2. การค้นหาสาเหตุของปัญหา (สมุทัย)

   - การศึกษาวิเคราะห์สาเหตุหรือต้นเหตุของปัญหา ซึ่งเป็นสิ่งที่จะต้องแก้ไขตรงที่เหตุที่ทำให้เกิดปัญหา

3. การกำหนดเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ (นิโรธ) 

   - การกำหนดเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ เพื่อขจัดปัญหาให้เบาบางหรือหมดสิ้นไป 

4. การดำเนินการตามแนวทางที่กำหนด (มรรค)

   - การดำเนินการตามแนวทางหรือการปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนด

ตัวอย่าง หากมีความรู้สึกไม่สบายกายไม่สบายใจ เมื่อพิจารณาแล้วเป็นอาการของการป่วยไข้ (ทุกข์) สาเหตุมาจากการติดเชื้อ (สมุทัย) การดับทุกข์คือการหายจากภาวะการเจ็บป่วย (นิโรธ) โดยการเข้าสู่กระบวนการของการรักษาที่ถูกวิธี (มรรค) 

ตัวอย่าง ความสูญเสียจากการเกิดอุบัติเหตุจากการใช้รถใช้ถนน (ทุกข์) ความประมาทและการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย (สาเหตุ) ความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (นิโรธ) การปฏิบัติตามกฎหมายและการมีวินัย (มรรค) 

แนวทางการปฏิบัติตามหลักอริยมรรค (มรรค 8)

“อริยมรรค” แปลว่า ทางอันประเสริฐ, ทางของพระอริยะ, ทางที่ทำให้เป็นพระอริยะ หมายถึง หนทางหรือแนววิธีที่ประเสริฐสำหรับดับทุกข์ ที่ทำให้ผู้ดำเนินเป็นพระอริยบุคคลได้

อริยมรรค เป็นข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์หรือทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ประกอบด้วยองค์ 8 คือ
1. สัมมาทิฏฐิ               ความเห็นชอบ  
2. สัมมาสังกัปปะ          ดำริชอบ 
3. สัมมาวาจา              วาจาชอบ 
4. สัมมากัมมันตะ         การงานชอบ 
5. สัมมาอาชีวะ            เลี้ยงชีพชอบ
6. สัมมาวายามะ          ความเพียรชอบ 

7. สัมมาสติ                สติชอบ 

8. สัมมาสมาธิ             สมาธิชอบ 

ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ได้อธิบายเกี่ยวกับทุกขนิโรธาคามินีปฏิปทา คือ มรรคมีองค์ 8 โดยมีใจความสำคัญ ได้แก่ 

1. สัมมาทิฏฐิ คือ ความรู้ในทุกข์ ความรู้ในเหตุให้เกิดทุกข์ ความรู้ในความดับทุกข์ ความรู้ในข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ 

2. สัมมาสังกัปปะ คือ ความดำริในการออกจากกาม ความดำริในความไม่พยาบาท ความดำริอันจะไม่เบียดเบียน

3. สัมมาวาจา คือ การงดเว้นการพูดเท็จ งดเว้นการพูดส่อเสียด งดเว้นการพูดคำหยาบ งดเว้นการไม่สมควร

4. สัมมากัมมันตะ คือ การงดเว้นการล้างผลาญชีวิต งดเว้นการถือเอาสิ่งของที่เขามิให้ งดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม

5. สัมมาอาชีวะ คือ การเลี้ยงชีพได้ทางที่ชอบ ละเว้นจากการเลี้ยงชีพโดยทางที่ผิด ฯลฯ

6. สัมมาวายามะ คือ การมีฉันทะ พยายาม ความเพียรมิให้อกุศลธรรมบังเกิด เพื่อความเจริญ ความไพบูลย์ เต็มเปี่ยมด้วยกุศลธรรม ฯลฯ

7. สัมมาสติ คือ มีสติ มีสัมปชัญญะ กำจัดอภิชฌาและโทมนัส ฯลฯ  

8. สัมมาสมาธิ คือ การมีความสงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม ฯลฯ  

แนวทางในการปฏิบัติตนและการปฏิบัติงานตามหลักของอริยมรรคซึ่งสมควรถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติ เพื่อเป็นหนทางในการนำความสำเร็จมาสู่ตนเองและองค์กร คือ    

1. สัมมาทิฏฐิ คือ การใช้ความคิดความเห็นที่ถูกต้อง หรือใช้ความคิดความเห็นไปในทางที่ดีที่ถูกต้อง การใช้ปัญญาความรู้ไปในทางที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม

2. สัมมาสังกัปปะ คือ การดำริกระทำการสิ่งใดหรือไม่กระทำสิ่งในแนวทางที่ถูกต้อง เป็นการใช้ปัญญาความรู้ความคิดปฏิบัติไปในทางที่ดีที่ถูกต้อง  

3. สัมมาวาจา คือ การพูดการเจรจาในสิ่งที่ถูกต้อง การพูดคุยเจรจาอย่างสร้างสรรค์ การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอันเป็นความจริงอย่างถูกต้อง

4. สัมมากัมมันตะ คือ กระทำการงานให้เป็นไปอย่างถูกต้อง ประพฤติปฏิบัติตัวไปในทางที่ดีที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม

5. สัมมาอาชีวะ คือ การประกอบอาชีพการงานที่สุจริต การทำหน้าที่การงานให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต ถูกต้อง ไม่ทุจริตคดโกง 

6. สัมมาวายามะ  คือ ความเพียรพยายามในการกระทำภารกิจการงานให้สำเร็จด้วยความสุจริต ความถูกต้องให้สำเร็จตามเป้าหมายอย่างไม่ย่อท้อ 

7. สัมมาสติ คือ การมีสติสัมปชัญญะ การมีสติรู้ตัวอยู่เสมอที่จะทำแต่สิ่งที่ดี การมีสติระลึกอยู่เสมอที่จะกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง

8. สัมมาสมาธิ คือ การมีสมาธิตั้งจิตจดจ่อกับสิ่งที่ต้องกระทำอย่างถูกต้อง มีความตั้งมั่นที่จะกระทำในสิ่งที่ประสงค์ให้สำเร็จด้วยความมีคุณธรรมอย่างมั่นคง  

สรุป

กระบวนการแก้ไขปัญหาตามหลักการ 4+8 ตามหลักอริยสัจและอริมรรค เป็นกระบวนการของการแก้ไขปัญหาด้วยปัญญาที่มีการทำความเข้าใจที่ชัดเจนในตัวปัญหา การแก้ไขปัญหากระทำโดยการขจัดที่สาเหตุของปัญหา โดยการทำให้สำเร็จหรือบรรลุจบสิ้นไปของปัญหา ด้วยหนทางปฏิบัติที่เป็นหนทางถูกต้อง การนำหลักการของอริยสัจและอริมรรค มาใช้ผสมผสานหรือประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ จึงเป็นกลยุทธ์หรือแนวทางสำหรับการบริหารจัดการการแก้ไขปัญหาให้ประสบความสำเร็จที่อยู่บนหลักการของปัญญา ความรู้ และการปฏิบัติอย่างมีคุณธรรม 

---------------------------------------------

 

อ้างอิง

ไชย ณ พล อัครศุภเศรษฐ์. (ผู้รวบรวมและเรียบเรียง). พระไตรปิฏกฉบับพิเศษ คู่มือปฏิบัติธรรมตามวิธีพระพุทธเจ้า. กรุงเทพฯ. สถาบันวิจัยธรรมสากล.  

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542. (2546). พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ. นานมีบุ๊คส์.

พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช). ป.ธ.9. ราชบัณฑิต. (2551). พจนานุกรมเพื่อการศึกษาพุทธศาสน์ “คำวัด”. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ. ธรรมสภาและสถาบันบันลือธรรม.

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฒโน). (2564). สัมมาทิฏฐิ. พิมพ์ครั้งที่ 2. นครปฐม. โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย.

เสถียร พันธรังสี. ศาสตราจารย์พิเศษ. ราชบัณฑิต. (2542). ศาสนาเปรียบเทียบ. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ. สำนักพิมพ์สุขภาพใจ. 

https://www.dhamma.com/

https://www.watnyanaves.net