สตรีและอิตถี

เรารู้กันทั่วไปว่า สตรี แปลว่า ผู้หญิง... ส่วน อิตถี ก็แปลว่า ผู้หญิง เช่นเดียวกัน แต่คำนี้มิใช่รู้กันทั่วไปเหมือนคำว่าสตรี ...

สตรี เป็นสันสกฤต อิตถี เป็นบาลี คำแปลเหมือนกัน คือ แปลว่า ผู้แสวงหา ผู้ต้องการ ผู้ปรารถนา ทำนองนี้ ...จะอธิบายศัพท์ให้ละเอียดยิ่งขึ้นเฉพาะ อิตถี ..

อิตฺถี มาจากรากศัพท์ว่า อิส หรือ อิสุ แปลว่า แสวงหา ปราถนา ต้องการ ทำนองนี้ ซึ่งอาจวิเคราะห์ได้ทั้งเป็น ผู้กระทำ (กัตตุวาจก) หรือ ผู้ถูกกระทำ (กัมมวาจก) ดังต่อไปนี้

วจนัตถะ  กามานิ อิจฺฉตีติ อิตฺถี หญิงใดย่อมปรารถนาซึ่งกามทั้งหลาย ดังนั้น หญิงนั้น ชื่อว่า อิตถี (ผู้ปรารถนากาม) ...ถ้าวิเคราะห์ตามนัยนี้ อธิบายได้ว่า ผู้หญิงชอบ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส มากกว่าผู้ชาย ...ซึ่งผู้หญิงหลายคนอาจไม่พอใจ... แต่นึกโศลกในหิโตปเทศตอนหนึ่งได้ว่า

อันว่าสตรีมีอาหารเป็นสองเท่า มีกำลังเป็นสี่เท่า มีปัญญาเป็นแปดเท่า และมีความมักมากในกามคุณเป็นสิบหกเท่าของบุรุษ (ไม่ได้ตรวจสอบกับหนังสือ ข้างต้นอาจสลับตำแหน่ง แต่ สิบหกเท่าของบุรุษ มั่นใจว่าไม่ผิด)

เพราะมติข้างต้นค่อนข้างจะหยามเกียรติของสตรี บางท่านจึงตั้งวิเคราะห์ใหม่ว่า มหตฺตํ อิจฺฉตีติ อิตฺถี หญิงใดย่อมปรารถนาซึ่งความเป็นใหญ่ ดังนั้น หญิงนั้น ชื่อว่า อิตถี (ผู้ปรารถนาความเป็นใหญ่) ...ถ้าวิเคราะห์ตามนัยนี้ อธิบายได้ว่า ผู้หญิงทุกคนต้องการเป็นใหญ่ กล่าวคือเป็นภรรยาหลวง คงจะไม่มีใครต้องการเป็นภรรยาน้อย ดังคำพังเพยว่า เสียทองเท่าหัว ไม่ยอมเสียผัวให้ใคร ทำนองนี้...นั่นเป็นของโบราณ (บางคนบอก) เดียวนี้ เค้าบอกว่า ได้ทองเท่าหัว ผัวเอาไปเลย ประมาณนี้ 5 5 5

ตามนัยข้างต้น เป็นการวิเคราะห์ศัพท์ว่า อิตถี (สตรี) ในฐานะผู้กระทำ... ถ้าวิเคราะห์ในฐานะผู้ถูกกระทำ จะได้ว่า ปุริเสหิ อิจฺฉิยเตติ อิตฺถี หญิงใด อันชายทั้งหลาย ย่อมปรารถนา ดังนั้น หญิงนั้นชื่อว่า อิตถี (ผู้อันชายปรารถนา)

หมายเหตุ

ในบาลีและสันสกฤตมีคำที่ใช้แทนเพศหญิงมากมาย เช่น นารี กัญญา พธู ... (ดูเหมือนว่าจะมากกว่าคำที่ใช้แทนเพศชาย) ซึ่งว่างๆ ค่อยนำมาเล่าต่อไป...