บทความ Does fluoride in drinking water risk IQ loss? ในวารสาร Science ฉบับวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ มีคำว่า neurotoxicity ทำให้ผมฉุกคิดเรื่องพิษภัยรอบตัวมนุษย์ตลอดชีวิต หรือก่อนกำเนิดจนสิ้นอายุขัย ที่หลายส่วนมากับความเจริญ แต่ในบันทึกนี้จะเน้นที่พิษต่อระบบประสาท เน้นที่สมอง ที่มีผลต่อความฉลาด ที่เป็นความฉลาดรอบด้านหรือครบทุกด้าน (holistic)
ในที่นี้เป็นผลร้ายจากพิษทางเคมี (chemical toxicity) ที่มีการเสริมสารเคมีฟลูออไรด์ลงในน้ำ เพื่อป้องกันฟันผุ แต่มีข้อมูลหลักฐานบอกว่า มีส่วนทำให้สมองทารกไม่เจริญเติบโตตามธรรมชาติ
หลากหลายเรื่องในโลกนี้ เป็นเรื่องซับซ้อน (VUCA, BANI, Wicked) มีทั้งด้านบวก และด้านลบ เช่นนี้เอง เราต้องรู้จักชั่งน้ำหนัก หาจุดพอดี เรื่องนี้เขาไปหาจุดพอดีกันในศาล นี่คือข้อดีของสังคมอเมริกัน ที่อำนาจ ๓ ด้านของรัฐเป็นอิสระต่อกันจริงๆ (หรือค่อนข้างจริง) ต่างจากศาลไทย โดยเฉพาะศาลการเมืองไทย อย่างที่ศาลรัฐธรรมนูญเป็นข่าวอยู่ดังตัวอย่าง (๑)
การเสริมสารฟลูออไรด์ลงในน้ำดื่มน้ำใช้ เริ่มในสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๗๙ คือ ๗๘ ปีมาแล้ว และก่อประโยชน์ด้านสุขภาพฟันอย่างมาก คือลดอัตราฟันผุได้ร้อยละ ๒๕ บัดนี้ มีหลักฐานว่ามีผลร้าย ทำให้มนุษย์โง่ลง การต่อสู้ในศาลดำเนินมาเกือบ ๔ ปีแล้ว ยังไม่สิ้นสุด
ผมลองถาม Gen AI ว่า What are the most common causes of human neurotoxicity in the world? What are differences between the North world and the South? What are the most common impact on human? ได้รับคำตอบที่สะท้อนความซับซ้อนของพิษต่อระบบประสาท ที่เน้นสาเหตุที่ปัจจัยทางกายภาพ ผมจึงลองถามความต่างระหว่าง neurotoxicity, psychotoxicity, spiritual toxicity ได้ความรู้ดีทีเดียว สะท้อนว่า ในยุคนี้ Gen AI เป็นเพื่อนคุยที่ดีมากสำหรับคนขี้สงสัย และเป็นนักตั้งคำถาม และเมื่อได้รับคำตอบก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง มีคำถามต่อเนื่องไม่สิ้นสุด
ผมชอบที่ ChatGPT 3.5 อธิบายเรื่อง spiritual toxicity ไว้ตอนหนึ่งว่า “Addressing spiritual toxicity often involves practices aimed at promoting self-awareness, self-reflection, personal growth, and cultivating a sense of connection, purpose, and meaning in life.” ที่ส่อความหมายว่า นอกจากเรียนรู้เพื่อเลี่ยงพิษแล้ว คนเราต้องรู้จักวิธีล้างพิษ ทั้งพิษต่อร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ
โยงสู่การให้ความหมายของ “ความฉลาด” ที่คนจำนวนมากตีความว่า หมายถึงรู้จักหาลาภ ยศ สรรเสริญ ใส่ตัว แต่ผมกลับมองว่า ลาภ ยศ สรรเสริญ ที่เกินพอดี เป็น spiritual toxicity คนเราจะมีความสุขแท้ ต้องรู้จักล้างพิษ โลภ โกรธ หลง โดยที่ ลาภ ยศ สรรเสริญ เป็นส่วนหนึ่งของ “โลภะและโมหะ” และเป็นตัวการให้เกิด “โกธะ” ด้วย
วิจารณ์ พานิช
๙ ก.พ. ๖๗