วันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๖ ผมได้รับเชิญจาก ดร. พิชัย สนแจ้ง ให้ร่วมเป็นกรรมการสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย-จีน (TSAST – Thai – Sino Association of Science and Technology)    และเข้าร่วมประชุมเป็นครั้งแรกที่ ห้องประชุมสโมสรนายทหาร อาคารราชนาวิกสภา หอประชุมกองทัพเรือ   โดยมี ท่านองคมนตรี ศ. นพ. เกษม วัฒนชัย เป็นนายกสมาคม 

เป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับผม ที่ได้เป็นกรรมการสมาคมการค้า   สมาคมนี้จดทะเบียนเป็นสมาคมการค้า ภายใต้ พรบ. สมาคมการค้า พ.ศ. ๒๕๐๙   เป็นสมาคมให้บริการความสะดวกแก่บริษัทธุรกิจไทยและจีน ในการทำธุรกิจระหว่างกันหรือร่วมกัน   ถือเป็นกลไกสนับสนุนความร่วมมือไทย-จีนทางการค้า    กรรมการบางประเภทต้องจ่ายค่าสมาชิก ซึ่งแพงด้วย 

ทางสมาคมได้เปิดตัวไปแล้ว ว่าจะเป็นองค์กรหลักในการจัด 2023 Green Technology Expo     

การประชุมจัดที่ อาคารราชนาวิกสภา กองทัพเรือ ถนนอรุณอมรินทร์ และริมแม่น้ำเจ้าพระยา    เป็นครั้งแรกที่ผมได้ไปที่อาคารเก่าแก่และโอ่อ่านี้ (๑ ดูรูปสุดท้าย)      เราประชุมที่ ห้องชมวัง ซึ่งมองข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเห็นพระบรมมหาราชวังงดงามยิ่ง     

เป็นการประชุมที่ประเทืองปัญญายิ่งสำหรับผม    เพราะ ดร. พิชัย เล่าแรงบันดาลใจในการทำงานนี้เชื่อมโยงกับพระราชดำรัส และพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ ๙ อย่างละเอียดมาก    รวมทั้งเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในการทำงานหลากหลายด้านของ ดร. พิชัยเอง  โดยไม่มีเอกสารในมือเลย     

สรุปอย่างง่ายที่สุดคือ เป็นการทำงาน “ประกอบการทางสังคม” (social enterprise) นอกแบบ   เพื่อใช้พลังความร่วมมือทางธุรกิจไทย-จีน    เชื่อมไปยังประเทศอื่น    เพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศไทย    ผ่านการพัฒนานวัตกรรม ๕ ด้านคือ 

  1. อาหารและการเกษตร
  2. พลังงานสมัยใหม่
  3. นวัตกรรมด้านสุขภาพ  และสุขภาวะองค์รวม (wellness) 
  4. สังคมสีเขียว
  5. เทคโนโลยีดิจิทัล

โดยสมาคมจะดำเนินการเป็น service platform อำนวยความสะดวก    โดยมีประธานสาขา ๕ สาขาตามรายชื่อด้านบน    หนุนด้วยทีม secretariat ของสมาคม    ที่มี ดร. พิชัย สนแจ้ง เป็นเลขาธิการ และเป็นสมองรวมทั้งเป็นแหล่ง connection ใหญ่โตกว้างขวาง     คณะกรรมการมูลนิธิเป็นร่มหรือ กลไกกำกับดูแล/ธรรมาภิบาล   

เพื่อหนุนให้ประเทศไทยหลุดจาก ๓ กับดัก ที่ในหลวง ร. ๙ รับสั่งกับ ดร. พิชัยในปี พ.ศ. ๒๕๕๔    คือ (๑) กับดักทางเศรษฐกิจ  (๒) กับดักด้าน comfort zone  (๓) กับดักด้านเทคโนโลยี    ที่ลึกซึ้งมาก   

ผมได้เรียนรู้ความหมายของ comfort zone ในมิติที่กว้าง และในบริบทไทย ที่ลึกซึ้งมาก สะท้อนพระปรีชาญาณของในหลวง ร. ๙  ว่าระบบราชการคือ comfort zone ของผู้ที่อยู่ในนั้น   ทำให้ไม่พร้อมทางใจที่จะกล้าทำงานแหวกกรอบ    ดร. พิชัยเล่ารายละเอียดมากมาย    มีการเสริมว่า ดัชนีต่างๆ  รวมทั้ง ranking ต่างๆ    อาจกลายเป็น comfort zone ที่ครอบงำเราโดยไม่รู้ตัว

ท่านองคมนตรี ศ. นพ. เกษม เติม การพัฒนาและนวัตกรรมด้านที่ 6 การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม เป็นพื้นฐานของการพัฒนานวัตกรรม ๕ ด้านข้างต้น   และแนะว่า ให้ใช้นวัตกรรมด้านอาหาร และสุขภาพเป็นแกน    อีก ๔ ด้านเป็นตัวเสริม        

เป็นการเปิดแวดวงสังคมในหมู่กรรมการสมาคม ให้แก่ผมด้วย

วิจารณ์ พานิช

๑๓ ตุลาคม ๖๖   วันนวมินทรมหาราช