หนังสือ Social Empathy : The Arts of Understanding Others เขียนโดย Elizabeth Segal บอกว่าความเข้าและเห็นอกเห็นใจผู้อื่นมี ๒ ระดับ คือระดับบุคคล กับระดับสังคม หรือเชิงระบบ คือเข้าใจและเห็นใจทั้งสภาพที่เป็นอยู่ และเข้าใจและเห็นใจที่มาที่ไปของสภาพนั้น
Empathy ช่วยให้เราไม่คิดแบบเอาตนเองเป็นตัวตั้งแต่ถ่ายเดียว แต่เข้าใจคนอื่นและวิธีคิดอื่นด้วย จะคิดแบบนี้ได้ ต้องเข้าใจและตระหนักว่าเรื่องนั้นมันซับซ้อน มองได้หลายแบบหรือหลายมิติ จะคิดเช่นนี้ได้ต้องมีสติยั้งคิด คือต้องเน้นใช้ ความคิดระบบที่ ๒
เข้าใจผู้อื่นนำมาซึ่งความเมตตาเห็นอกเห็นใจ จิตที่เมตตาเป็นจิตที่มีความสุข มองโลกเชิงบวก
เข้าใจผู้อื่นนำมาซึ่งความร่วมมือ มิตรภาพ
มองผู้อื่นว่าเป็นเพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตาย ช่วยให้มีความเห็นอกเห็นใจง่ายขึ้น และในทางตรงกันข้าม การมองว่าเป็นอื่น เป็นพวกอื่น ทำให้เห็นอกเห็นใจได้ยาก ทักษะเรียนรู้จากความต่าง มองหาจุดเรียนรู้จากความต่าง มองหาความเหมือนในความต่าง นำมาซึ่งปัญญา
สัมพันธภาพเชิงอำนาจต่อกัน ลดทอนความเห็นอกเห็นใจ ความเครียดก็มีผลให้ความเห็นอกเห็นใจลดลง ตวามอดทนอดกลั้นต่อความต่าง ช่วยเพิ่มความเห็นอกเห็นใจ
หนังสือบอกว่า เทคโนโลยีช่วยเพิ่มความเห็นอกเห็นใจได้ ผมคิดในใจว่า ขึ้นกับผู้ใช้ การใช้ป่วนความสัมพันธ์ก็มีให้เห็นบ่อยๆ
ความเข้าใจเห็นอกเห็นใจกันในระดับสังคม (social empathy) ช่วยให้สังคมดีขึ้น
เราจะช่วยกันหนุนให้เยาวชนไทยพัฒนา(social empathy ใส่ตนได้อย่างไร
วิจารณ์ พานิช
๑ ต.ค. ๖๖