อายาจิตภัตตชาดก
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
๙. อายาจิตภัตตชาดก (จากพระไตรปิฎก ลำดับเรื่องที่ ๑๙)
ว่าด้วยการฆ่าสัตว์ทำพลีกรรม
(รุกขเทวดาอยู่ที่ค่าคบต้นไม้กล่าวกับกุฎุมพีผู้ฆ่าสัตว์แก้บนว่า)
[๑๙] ถ้าท่านต้องการจะเปลื้องตนให้หลุดพ้น จงเปลื้องตนให้หลุดพ้นโดยวิธีที่จะไม่ติดแน่นเถิด เมื่อท่านเปลื้องตนอย่างนี้ ชื่อว่ายังติดแน่นอยู่ เพราะนักปราชญ์ไม่เปลื้องตนให้หลุดพ้นด้วยวิธีอย่างนี้ การเปลื้องตนให้หลุดพ้นอย่างนี้ กลับเป็นการผูกมัดคนพาล
อายาจิตภัตตชาดกที่ ๙ จบ
-------------------
คำอธิบายเพิ่มเติมนำมาจากบางส่วนของอรรถกถา
เอกกนิบาตชาดก สีลวรรค
อายาจิตภัตตชาดก ว่าด้วยการเปลื้องตน
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระวิหารเชตวัน ทรงปรารภพลีกรรมอ้อนวอนเทวดาทั้งหลาย จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ ดังนี้.
ได้ยินว่า ในกาลนั้น มนุษย์ทั้งหลาย เมื่อจะไปค้าขาย ได้ฆ่าสัตว์ทำพลีกรรมแก่เทวดาทั้งหลาย อ้อนวอนว่า ข้าพเจ้าทั้งหลายถึงความสำเร็จประโยชน์โดยไม่ขัดข้องมาแล้ว จักกระทำพลีกรรมแก่ท่านทั้งหลายอีก ดังนี้แล้วจึงพากันไป.
ในกาลนั้น พวกมนุษย์ได้ถึงความสำเร็จประโยชน์ โดยไม่มีอันตรายมาแล้ว สำคัญว่า ผลนี้เกิดด้วยอานุภาพของเทวดา จึงฆ่าสัตว์เป็นอันมากกระทำพลีกรรม เพื่อปลดเปลื้องการอ้อนวอน.
ภิกษุทั้งหลายเห็นดังนั้น จึงทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ประโยชน์ในการอ้อนวอนนี้ มีอยู่หรือ?
พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงนำอดีตนิทานมา ดังต่อไปนี้.
ในอดีตกาล มีกุฏุมพีคนหนึ่งในบ้านแห่งหนึ่งในแคว้นกาสี ปฏิญญาการพลีกรรมแก่เทวดาผู้สิงอยู่ที่ต้นไทร ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ประตูบ้าน แล้วกลับมาโดยไม่มีอันตราย จึงฆ่าสัตว์เป็นอันมาก แล้วไปยังโคนต้นไทร ด้วยตั้งใจว่า จักเปลื้องการอ้อนวอน.
รุกขเทวดายืนอยู่ที่ค่าคบของต้นไม้ กล่าวคาถานี้ว่า
ถ้าท่านปรารถนาจะเปลื้องตนให้พ้น ท่านละโลกนี้ไปแล้ว ก็จะพ้นได้ ก็ท่านเปลื้องตนอยู่อย่างนี้ กลับจะติดหนักเข้า เพราะนักปราชญ์หาได้เปลื้องตน ด้วยอาการอย่างนี้ไม่. การเปลื้องตนอย่างนี้ เป็นเครื่องติดของคนพาล.
ก็บุรุษผู้เป็นบัณฑิตเหล่านั้น ย่อมไม่ปลดเปลื้องตนด้วยคำมั่นสัญญาอย่างนี้.
เพราะเหตุไร?
เพราะการเปลื้องตน เห็นปานนี้ เป็นเหตุติดพันของคนพาล คือธรรมดา การเปลื้องตนเพราะกระทำปาณาติบาตนี้ ย่อมเป็นเหตุติดหนักของคนพาล.
รุกขเทวดาแสดงธรรมด้วยประการดังกล่าวนี้.
ตั้งแต่นั้น มนุษย์ทั้งหลายงดเว้นจากกรรม คือปาณาติบาตเห็นปานนั้น พากันประพฤติธรรม ยังเทพนครให้เต็มแล้ว.
พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาสืบต่ออนุสนธิแล้ว
ทรงประชุมชาดกว่า สมัยนั้น เราได้เป็นรุกขเทวดา แล.
จบอรรถกถาอายาจิตชาดกที่ ๙
-----------------------------------------------------