เรื่อง หลักวิชาเป็นเครื่องตัดสินความถูกผิดของทฤษฏีและนโยบาย


    ก่อนอื่น มีความจำเป็นต้องกล่าวถึง “หลักการตัดสินปัญหา” ก่อนว่าใช้หลักใดเป็นเครื่อง ตัดสินปัญหา จึงจะเป็นการพิจารณาปัญหาที่ถูกต้องนำไปสู่ข้อยุติได้ ความขัดแย้งทางทฤษฏีและ นโยบายทั้งปวง จะแก้ไขได้ด้วย “หลักวิชา” เพราะ หลักวิชาเป็นเครื่องตัดสินความถูกผิดของทฤษฏี และนโยบาย เมื่อทฤษฏีและนโยบายขัดแย้งกับหลักวิชา จะต้องถือเอาหลักวิชาเป็นหลัก เพราะทฤษฏี และนโยบายนั้น กำหนดขึ้นจาก ความต้องการของมนุษย์ จึงเปลี่ยนแปลงได้ และไม่แน่นอนว่าจะ ถูกต้องเสมอไป แต่หลักวิชากำหนดขึ้นจากกฎของความจริงแท้ (Reality) ที่ดำรงอยู่ จึงเป็น สัจธรรม (Truth) ที่แน่นอนและถูกต้องเสมอไป
    

ฉะนั้น การโต้เถียงกันทางทฤษฏี (ความเห็น) และนโยบายจึงมักจะไม่จบยิ่งต่างก็เป็นทฤษฏี และนโยบายตามใจชอบ ที่ไม่ถูกต้องเพราะขัดแย้งกับหลักวิชาด้วยกันแล้ว ก็ยิ่งบานปลายนำไปสู่การ นองเลือด และอาจขยายผลความขัดแย้งขึ้นสู่ สงครามกลางเมือง Civil War) ได้ ถ้าไม่รีบยุติปัญหา ด้วยความถูกต้องเสียก่อน

ไม่ว่าทฤษฏีและนโยบายทางการเมืองใดๆ จะต้องไม่ขัดต่อหลักวิชา สำหรับหลักวิชาทาง วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ (Natural Science) นั้น ขัดไม่ได้อยู่แล้ว เพราะเป็นสัจธรรมที่สอดคล้องกับ กฎของปรากฏการณ์ธรรมชาติ เช่น วิทยาศาสตร์ว่าด้วยระเบิดปรมาณู ไม่ว่าทฤษฏีและนโยบาย ประชาธิปไตย เผด็จการ หรือคอมมิวนิสต์ ที่แตกต่างกันถึงขนาดตรงกันข้าม ก็ยังต้องใช้หลักวิชาทางวิทยาศาสตร์ธรรมชาติอย่างเดียวกัน โลกเสรีนิยมกับโลกคอมมิวนิสต์ต่างก็เอาหลักวิชาระเบิดปรมาณู อันเดียวกัน ไปใช้กับทฤษฏีและนโยบายที่มุ่งจะทำลายล้างทั้งสิ้น


    แต่หลักวิชาทาง วิทยาศาสตร์สังคม (Social Science) ก็เป็น สัจธรรม (Truth) เหมือนกัน ซึ่งทฤษฏีและนโยบายการเมืองที่แตกต่างกัน โดยทั่วไป ก็ต้องยึดถือ หลักวิชา อย่างเดียวกัน เช่น ระบบข้าราชการต้องขึ้นต่อระบบการเมืองอย่างไม่มีเงื่อนไข หรือ นายกรัฐมนตรีต้องขึ้นต่อประมุข ประเทศอย่างไม่มีเงื่อนไข ไม่ว่าประเทศสหรัฐอเมริกา รัสเซีย จีน ก็เป็นเหมือนกันทั้งสิ้น

ดังนั้น “วิชา” คือ “ภาพสะท้อนของความสัมพันธ์ภายในของสรรพสิ่งทั้งปวง” ซึ่งมาจาก “หลักวิชา” ที่กำหนดขึ้นจาก “กฎของความจริงแท้” ที่ ดำรงอยู่ (Existence) ย่อมถูกต้องตลอดไป “ของกลาง” ไม่ว่าทฤษฏีใดและนโยบายใดๆ ย่อมนำเอา “วิชา” และ “หลักวิชา” ไปใช้ได้ทั้งสิ้น
    กล่าวคือ นำเอาวิชาการและหลักวิชาไปรับใช้ความเห็น (ทฤษฏี) และ นโยบายของตนทั้งสิ้น แต่นักวิชาการและนักการเมืองบ้านเราดูเหมือนจะเข้าใจว่า ทฤษฏีและนโยบายของตนนั้นคือ “หลักวิชา” เช่นเข้าใจว่า “นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้ง” นั่นคือ “ระบอบประชาธิปไตย” ซึ่งความเห็นเช่นนี้ไม่ใช่หลักวิชา แต่เป็น “ความเห็นผิด” หรือ “มิจฉาทิฏฐิ” เพราะเป็นนโยบาย ของตนเองทั้งสิ้น
    ดังนั้น เพื่อบรรลุการแก้ปัญหาความเห็นและนโยบายที่ขัดแย้งกัน ต้องเคารพหลักวิชา มิใช่ถือ บุคคลเป็นใหญ่ เพราะการถือบุคคลเป็นใหญ่นั้น คือ “โลกาธิปไตย” มิใช่ “ประชาธิปไตย” การถือบุคคล เป็นใหญ่ (โลกาธิปไตย) เช่น ในรูปของประชามติ หรือ ม็อบ เป็นต้น การเคารพหลักวิชา คือ ลักษณะของ “นักประชาธิปไตย” การไม่เคารพหลักวิชา คือ ลักษณะของ “เผด็จการ”

อาจารย์ วันชัย พรหมภา   บรรยาย

ไพบูลย์ สถาปนาวิสุทธิ์  เรียบเรียง