วันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๖๖ ผมไปเป็นกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกด้านสังคมศาสตร์ เรื่องวาทกรรมเกี่ยวกับกัญชา และความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับกัญชาในสังคมไทย    ประสบการณ์นี้บอกผมว่า วงการการศึกษาไทยน่าจะได้ใช้ความสับสนเรื่องกัญชาไม่ใช่ยาเสพติด (เริ่มตั้งแต่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๕) เป็นกุศโลบายพัฒนา EF ของเยาวชนไทย   ให้เติบโตไปเป็นพลเมืองที่มีวิจารณญาณ (critical thinking) มีความรอบคอบ ไม่ถูกชักจูงโดยง่าย ไม่ว่าโดยวาทกรรมใดๆ   

เพราะจริงๆ แล้ว กัญชาอาจเป็นยาเสพติดได้ ต่อคนบางคน หรือในบางสถานการณ์    โดยอาจเอาไปผสมกับยาเสพติดอย่างอื่น    และในบางสถานการณ์ กัญชาอาจเป็นยาที่มีประสิทธิผลสูงมาก ราคาไม่แพง และผลิตได้ภายในประเทศ   

กัญชาจะให้คุณหรือให้โทษอยู่ที่ผู้นำไปใช้   อยู่ที่บริบทของการใช้    หากนำไปใช้เพื่อความเคลิบเคลิ้มลืมโลกลืมกังวล    และใช้ในก๊วนที่ชักจูงกันไปชักจูงกันมา กัญชาก็อาจเป็นตัวชักจูงชีวิตสู่อบายมุข หรือทางแห่งความเสื่อม   หากนำไปใช้กับบางโรคเช่นลมชักบางประเภท และใช้ในการลดความเจ็บปวดทรมานในผู้ป่วยระยะสุดท้าย    หรือใช้ในคนนอนไม่หลับ   กัญชาคือยาเทวดา     

การศึกษามีหน้าที่ปูพื้นฐานแก่เด็กและเยาวชน ให้มีภูมิคุ้มกันต่ออบายมุขทั้งหลาย    ให้มีวิจารณญาณไม่เชื่อง่ายต่อการโฆษณาชวนเชื่อทั้งหลาย    แต่การศึกษาไทยเอาใจใส่เรื่องนี้น้อยไป 

คุณนภินทร ศิริไทย ผู้เสนอวิทยานิพนธ์ เสนอว่าวาทกรรมกัญชามีถึง ๖ วาทกรรมคือ (๑) กัญชาคือยาเสพติด  (๒) กัญชาทางการแพทย์  (๓) กัญชาคือความมั่นคงทางยาของประชาชน  (๔) กัญชาคือพืชเศรษฐกิจใหม่  (๕) กัญชาเสรี  (๖) กัญชาคือเกมการเมือง     ที่ฟังจากผู้รู้ทางสังคมศาสตร์ที่ทำหน้าที่กรรมการสอบวิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต สาขานโยบายสังคม นี้แล้ว ผมได้ความรู้มากในเรื่องวิธีคิดของนักวิชาการสาขานี้    ที่มองเรื่องราวในสังคม  ในเรื่องนโยบายสังคมอย่างรู้เท่าทัน ไม่ยึดติด    มองเห็นมุมมองต่างต่อทุกวาทกรรม    และมองว่าต้องเสนอให้เห็นความเชื่อมโยงของแต่ละวาทกรรม    และให้เห็นทั้งอำนาจและปัญญาที่ซ่อนอยู่       

ในฐานะผู้สนใจเรื่องกันพัฒนาเด็กและเยาวชนของชาติ    ผมขอเสนอว่า ครูและโรงเรียนไทยน่าจะนำเรื่องกัญชาเป็นหัวข้อการเรียนรู้แบบ phenomenon-based learning ในนักเรียนที่เริ่มเข้าสู่วัยรุ่น เช่นชั้น ป. ๕ หรือ ป. ๖  ให้ใช้วาทกรรมกัญชาในสังคมไทยเพื่อการเรียนรู้และพัฒนาความรู้เท่าทันมายาในสังคม

วิจารณ์ พานิช

๕ ส.ค. ๖๖