ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ถึงกลางเดือนมีนาคม ๒๕๖๖ ผมนั่งลุ้นรอให้พ่อแม่นกอีแพรดคู่หนึ่งทำรัง และเลี้ยงลูกน้อยหนึ่งตัว จนออกหัดบินได้
แต่แล้วในวันที่ ๑๖ มีนาคมตอนบ่าย เมื่อกลับมาถึงบ้าน รีบไปดูรังนกและลูกนก พบว่ามีแต่รังที่ถูกทำลาย ก็รู้ทันทีว่า ลูกนกถูกกระรอกกินเสียแล้ว
ที่จริงกระรอกมาป้วนเปี้ยนตั้งแต่นกทำรังเสร็จและออกไข่ ผมเห็นพ่อแม่นกช่วยกันโฉบโจมตีจนกระรอกหนีออกไปห่างจากรัง เห็นหลายครั้ง ตอนลูกนกฟักออกเป็นตัว และโตวันโตคืนไม่เห็นกระรอกก็ใจชื้นว่าเขาคงลืมไปแล้ว
ผมถ่ายรูปรังนกที่สร้างอย่างประณีต เกาะอยู่กับกิ่งโมกกิ่งเล็กนิดเดียว และเมื่อลูกนกฟักเป็นตัว และพ่อแม่นกหาเหยื่อมาป้อนก็ถ่ายรูปไว้แทบทุกวัน เพราะรังนกอยู่นอกหน้าต่างห้องทำงานที่ผมนั่งประชุมผ่านซูมอยู่ทุกวัน ได้ลุ้นว่า ลูกนกเริ่มฝึกกระพือปีกแล้ว ในไม่ช้าเขาจะได้หัดบิน และเติบโตออกไปสืบพืชพันธุ์ ช่วยเพิ่มความมีชีวิตชีวาในธรรมชาติรอบบ้านรกๆ ของผม
แล้วผมก็ได้ตระหนักในความเป็นจริงของธรรมชาติชีวิตสัตว์ป่า ที่เต็มไปด้วยภยันตรายรอบด้าน ว่าอัตราการรอดชีวิตของลูกนกอีแพรดน่าจะมีน้อยมาก ผมได้เห็นมันทำรังออกลูกมาแล้ว ๒ ครั้ง คือครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง ทั้งสองครั้งเมื่อลูกโต กระรอกก็มากินทั้งสองครั้ง
นกเขาเล็กก็คล้ายๆ กัน หลายปีมาแล้ว เขาทำรังและออกไข่ในตะกร้าที่วางอยู่บนชั้นหลังบ้าน พอลูกนกโต ก่อนหัดบิน ก็โดนโจมตี และผมเดาว่ากระรอกเป็นตัวการ
ไม่ทราบว่าเป็นการเดาที่กล่าวโทษกระรอกอย่างไม่เป็นธรรมหรือเปล่า เพราะในทั้ง ๓ เหตุการณ์ผมไม่ได้เห็นตอนลูกนกโดนจับกิน
ทั้งหมดนั้น บอกผมว่า ชีวิตสัตว์ป่ายากลำบากกว่าชีวิตมนุษย์มาก และชีวิตมนุษย์ทั่วไปก็ยากลำบากกว่าชีวิตของผมมาก คือผมเกิดมาโชคดี ที่แม้เกิดมาในชนบท เป็นลูกชาวบ้านธรรมดา แต่ก็ได้เล่าเรียนและทำงานทำประโยชน์ มีครอบครัวที่ดี ชีวิตมีความมั่นคง และสันติสุข ในขณะที่ในหลายประเทศ เช่นยูเครน ผู้คนจำนวนล้านถูกภัยสงคราม
การมีชีวิตอยู่ในธรรมชาติของสัตว์ที่เป็นเพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตาย เป็นชีวิตที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง ต่อการตกเป็นอาหารของสัตว์ที่โตกว่า มีพลังมากกว่า ชีวิตของตัวเราเองที่มีความราบรื่นมั่นคง เป็นผลของอารยธรรมมนุษย์ ที่สร้างกติกาการอยู่ร่วมกัน แต่ก็จะเห็นว่า เป็นกติกา และการปฏิบัติตามกติกาที่ไม่สมบูรณ์ มนุษย์ยังมีการข่มเหงรังแกกัน ยังใช้อำนาจสร้างความรุนแรงต่อกัน
ชีวิตของผม ไม่มีอำนาจ ไม่มีฐานะสูงส่ง แต่มีความสุข แม้ปัจจุบันต้องเผชิญโรคาพยาธิของภรรยา ก็ยังรับมือได้ และใช้มันเป็นประสบการณ์เพื่อการเรียนรู้ (experiential learning) และใช้เป็นความท้าทายในการฝึกบังคับใจให้ไม่เป็นทุกข์ และนำประสบการณ์การดูแลภรรยามาฝึกสมองฝึกใจของตนเองให้ดำรงความราบรื่นผ่องใสทางใจ มองสภาพที่เผชิญอยู่ว่าเป็นพลังบวกของชีวิต
ใคร่ครวญชีวิตของนก อดวกเข้าหาชีวิตของตนเองไม่ได้
วิจารณ์ พานิช
๑๘ มี.ค. ๖๖
1 รังที่ยังทำไม่เสร็จ ๖ ก.พ. ๖๖
2 แม่นกกำลังตกแต่งรังในวันเดียวกัน
3 วันรุ่งขึ้น
4 ๑๒ ก.พ.
5 ๑๒ ก.พ.
6 ๑๕ ก.พ. น่าจะกำลังฟักไข่
7 ๑ มี.ค. ท่ากกไข่
8 ๓ มี.ค. ลูกนก
9 ๗ มี.ค.
10 ๘ มี.ค.
11 ๑๐ มี.ค.
12 ๑๑ มี.ค.
13 ๑๒ มี.ค.
14 ๑๔ มี.ค.
15 ๑๕ มี.ค. แม่กำลังป้อนอาหาร
16 ๑๕ มี.ค. รูปสุดท้ายที่ถ่ายไว้
















น่าเห็นใจนกมากครับแต่ชีวิตของคนเราในบางขณะก็ลำบากไม่ต่างกัน
ขอบคุณที่เล่าเรื่่องนกที่เป็นเหยื่อกระรอกได้อย่างน่าประทับใจ ที่บ้านผมก็เป็นแบบนั้น แต่อีกมุมหนึ่งที่ผมมองเห็นก็คือนกชนิดนี้ก็มากินปลาตัวเล็กๆ ในบ่อซีเมนต์บ้านผม และในมุมนั้นผมก็เข้าใจถึงถ้อยคำฝรั่งที่บอกว่า ต่อให้นกมีเสียงไพเราะเป็นที่เล่าขานแม้ปานใด แต่เสียงของมันกลับทำให้พวกหนอนอยู่ไม่เป็นสุข และมีอีกอย่างที่ว่ากัน ว่านกมีสายตามองที่ไกล ยิ่งขณะบิน และมักขึ้นไปเกาะบนท่สูง มันจึงเหมือนการมองของผู้มีอำนาจหรือผู้มีกำลังเหนือกว่า คอยจ้องจับเหยื่อที่อยู่ต่ำกว่า อาทิ หนอนหรือแมลง ที่มองแค่ระดับพื้นดิน และเรียกสองอย่างนี้ว่า การมองอย่างนก และการมองอย่างหนอน Bird’s eye-view & Worm’s eye-view และเห็นด้วยครับที่เราโชคดีที่เกิดมาเป็นมนุษย์ เพราะเราสามารถมองได้ทั้งแบบนกและแบบหนอน ตามแต่จะเลือกมอง …วิโรจน์ ครับ