ในยุคใหม่ของโรงเรียนพัฒนาตนเอง    ที่ดำเนินการเป็นขบวนการ ต่อจากการดำเนินการเป็นโครงการในปี ๒๕๖๒ – ๒๕๖๖    กสศ. จะเกื้อหนุน (empower) โรงเรียนที่เข้าร่วมขบวนการด้วย DE    เป็นหนึ่งในเครื่องมือเกื้อหนุนหลายเครื่องมือ 

  ซึ่งหมายความว่า ต่อจากนี้ไป โรงเรียนในขบวนการจำนวนหนึ่งจะได้รับการฝึกทักษะการใช้ DE เพื่อการเรียนรู้และพัฒนาตนเองเป็น    โดยใช้พลังของ (๑) เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ร่วมกัน (shared purpose) ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders) ของโรงเรียน    (๒) ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ที่เข้าร่วมกำหนดเป้าหมาย  เรียนรู้  และดำเนินการปรับปรุงตนเอง  (๓) ข้อมูล ทั้งที่ผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน การเปลี่ยนพฤติกรรมของครู ผู้บริหารโรงเรียน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย   (๔) การประชุมกันของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของโรงเรียนแบบสานเสวนา นำเอาเป้าหมายและข้อมูลผลและกระบวนการพัฒนามาร่วมกันตีความ ทำความเข้าใจ ทั้งข้อบรรลุผล และข้อควรปรับปรุง   (๕) ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียดำเนินการปรับปรุงตามส่วนที่ตนรับผิดชอบ   

โครงการ TSQP มีเครื่องมือ Q-Info ให้โรงเรียนใช้อยู่แล้ว    และ กสศ. กำลังหนุนการพัฒนาระบบข้อมูลอีกระบบหนึ่ง เพื่อส่งเสริมและสร้างความสัมพันธ์ในเครือข่ายการดำเนินการพัฒนาตนเองของโรงเรียน     เพื่อเป็น “สติ” ให้โรงเรียนใช้ เพื่อการเรียนรู้และพัฒนาของตนเอง    รวมทั้งส่งสัญญาณให้ภาคีของโรงเรียน (ที่ทำหน้าที่เกื้อหนุน) ให้ทราบว่าแต่ละโรงเรียนสมาชิกกำลังดำเนินารก้าวหน้าหรือขลุกขลักเรื่องใด    จะได้เข้าไปช่วยเหลือหรือเกื้อหนุนได้ทันท่วงที   

ผมตีความว่า โรงเรียนที่สมัครเข้าร่วมฝึกใช้ DE มีความเชื่อว่า โรงเรียนต้องไม่มุ่งทำงานตามแนวทางหรือรูปแบบสำเร็จรูป   ต้องมุ่งทำงานไปเรียนรู้ไปปรับตัวไป    ซึ่งก็คือเป็นองค์กรเรียนรู้    หรือเป็นองค์กรที่สมาทาน Growth Mindset  นั่นเอง   

โดยกระบวนการ DE ตาม SCBF Platform จะช่วยให้ทีมงานของโรงเรียน คิดอย่างเป็นระบบ    มีข้อมูลประกอบการเรียนรู้และร่วมกันตีความออกความเห็น    ที่นำสู่การลงมือทำของทุก stakeholder    ช่วยให้โรงเรียนได้ใช้พลังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในการยกระดับผลงานของโรงเรียน   ซึ่งหมายถึง ผลลัพธ์การเรียนรู้ ครบด้าน V-A-S-K ของนักเรียน    และการเรียนรู้เชิงวิชาชีพของครู เน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning)    ที่เน้นดำเนินการเป็นวงจรไม่รู้จบ   เน้นวงจรเรียนรู้สองเด้ง (DLL – Double-Loop Learning)   

อันจะช่วยให้ครูมีผลงานวิชาการที่มาจากการปฏิบัติงานจริง  สำหรับนำสู่การเลื่อนวิทยะฐานะของครู และผู้บริหารโรงเรียน       

วิจารณ์ พานิช

๑๖ ก.ย. ๖๕