เรื่องราวของคุณฝน ประสานสุข วีระสุนทร ใน (๑) นำสู่ชื่อบันทึกนี้    เพื่อสื่อสารว่า เป้าหมายของการศึกษาต้องไม่หยุดแค่มีวิชาความรู้ หรือมีการพัฒนา V-A-S-K   แต่ต้องไปให้ถึงการมีเป้าหมายในชีวิต และรู้จักตัวเอง   

ซึ่งหมายความว่า การศึกษาต้องเอื้อให้นักเรียน/นักศึกษา ได้ผ่านประสบการณ์ที่เหมาะสม และหลากหลาย    แล้วนำมาใคร่ครวญสะท้อนคิดกับตัวเองเป็น    จนในที่สุดรู้ว่าตนเองเกิดมาเพื่ออะไร   

เท่ากับการศึกษาช่วยให้ผู้เรียนรู้จักคิดไปในอนาคต    คิดอย่างซับซ้อนและเข้าใจความไม่แน่นอน   ที่ตนจะต้องเตรียมพร้อมเผชิญความเสี่ยงเหล่านั้น   

หากนักเรียนเข้าใจสภาพในย่อหน้าบน  เขาจะตั้งใจเรียน  และไม่ถูกชักจูงไปในทางเสื่อม    จะเห็นว่า V (values - ค่านิยม)  A (attitude - เจตคติ) เป็นเรื่องซับซ้อน    ที่การก่อเกิดไม่ใช่การสั่งสอนโดยตรง    การสั่งสอนมีประโยชน์ แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลักของการงอกงาม V และ A   ที่มีทั้ง ด้านดี และด้านชั่ว    ครูต้องตั้งคำถามชวนศิษย์คิด (reflection - สะท้อนคิด) เปรียบเทียบการงอกงาม  V และ A ด้านดี เปรียบเทียบกับด้านชั่ว    ว่ามันก่อผลอะไรต่อชีวิตในระยะยาวของตน 

เด็ก ต้องได้เรียนรู้ว่า เมื่อตนเกิดมา มีส่วนสร้างภาระให้แก่ผู้อื่นและต่อธรรมชาติ    และเมื่อโตขึ้นก็จะค่อยๆ พัฒนาความสามารถในการเอื้อประโยชน์แก่ผู้อื่น ต่อสังคม และต่อธรรมชาติ    จนในที่สุดเป็นคนที่เป็นประโยชน์ มากกว่าเป็นภาระ 

ระบบการศึกษาต้องค่อยๆ หนุนการพัฒนาอัตลักษณ์ (identity) ของเด็ก    จนในที่สุดเขาพัฒนา ความมั่นคงในคุณธรรม(integrity) ว่าจะต้องเป็นคนที่ทำประโยชน์  มากกว่าเป็นภาระ ต่อผู้อื่น ต่อสังคม  และต่อโลก    นี่คือการตีความ Chickering’s Seven Vectors of Identity Development ของผม   

สุดยอดของ อัตลักษณ์ (identity)  คือ ความมั่นคงในคุณธรรม (integrity)    และคุณธรรมสูงสุดในชีวิตมนุษย์ (ในสายตาของผม) คือ มุ่งเป็นผู้ให้ มากกว่า เป็นผู้รับผลประโยชน์เข้าตัว 

วิจารณ์ พานิช

๑๓ ก.ย. ๖๕