Happy workplace and nutrition
- การถอดบทเรียนจากอาจารย์พิเศษ
1.1.Happy work place
Naive Practice
- Recall ความรู้ที่มีอยู่ คือ การเข้าถึงความสุขนั้นเป็นเรื่องง่ายตราบใดที่เราไม่ได้เจอความทุกข์ที่เราไม่สามารถจัดการได้ เรื่องต่อมาคือคนเราต้องได้สัมผัสกับความผิดหวังเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันบ้างเวลาเจอเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกผิดหวังจะได้ move on และตั้งตัวได้ไว สุดท้ายคือนิสัยที่ทำให้เราเกิดความทุกข์ ได้แก่ 1.) การใช้อารมณ์ในการตัดสินใจเนื่องจากมีโอกาสที่จะทำให้เกิดความผิดพลาดหรือเกิดผลเสียตามมาในภายหลังได้มากจนเกิดความทุกข์ 2.) การตั้งความหวังไว้สูงเกินไป(unrealistic expectation) ทำให้เราปล่อยวางได้ยาก ชอบความสมบูรณ์แบบจนไม่มีความสุข 3.) การจมกับความคิดที่เป็นลบ(negative-self talk) ในหัวของคนเรานั้นมีการคิดอยู่ตลอดเวลาหากเราคิดแต่เรื่องร้ายๆทั้งกับตนเองและสิ่งรอบข้าง ย่อมทำให้เราเป็นทุกข์
- Recap ความรู้ใหม่ที่ได้รับ ได้แก่
- MPS model คือกระบวนการค้นหาความสุขให้กับสิ่งที่ทำอยู่ประกอบไปด้วย M-Meaning (การให้คุณค่า) P-Pleasure(สิ่งที่สร้างความสนุก) S-Strength(จุดแข็ง) ใส่ข้อมูลแล้วนำมาวาดเป็นแผนภาพเวนน์ ออยเลอร์ ดูสิ่งที่ intersect กันตรงกลางเราก็จะพบสิ่งที่เราให้คุณค่า ทำแล้วเกิดความสนุกและเป็นจุดแข็งของเราซึ่งเมื่อทำแล้วก็จะเกิดความสุขนั่นเอง
- วงล้อชีวิต(wheel of life) ประกอบไปด้วย Work(อาชีพ) salary(รายได้) Self Development(การพัฒนาตนเอง) Family(ครอบครัว) Relationship(ความสัมพันธ์) Health(สุขภาพ) Spirit(จิตวิญญาณ) sharing(การแบ่งปันช่วยเหลือสังคม) เป็นตัวช่วยในการจัดสมดุลชีวิต ทำให้เราตระหนักได้ว่าตัวเรานั้นกำลังมุ่งเน้นไปที่เรื่องใดเรื่องหนึ่งมากจนเกินไปหรือไม่ และควรให้ความสำคัญกับเรื่องใดมากขึ้น
อ่านเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่ https://www.sasimasuk.com/17181355/wheel-of-life-วงล้อชีวิต-ตั้งเป้าหมายให้ชีวิตสมดุล
- Pain point คือปัญหาที่ทำให้เกิดความรู้สึกไม่ชอบและใช้ชีวิตลำบากขึ้นจนอยากหาวิธีแก้ปัญหาดังกล่าวซึ่งเป็นประโยชน์แก่การวางแผนสร้างธุรกิจอย่างมาก โดยอาจารย์พิเศษได้แยกส่วนประกอบออกมา ดังนี้ 1.) Past 2.) Action 3.) Important 4.) No(ไม่สำเร็จ)
อ่านเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่ https://greedisgoods.com/pain-point-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD-2/
Purposeful Practice
- Spotlight เราชอบ แนวคิดด้านการทำงานของอาจารย์พิเศษ
- Explain ผู้รู้ให้ความคิดเรื่อง การทำงานอย่างมีความสุข
- Appreciation เราขอบคุณความจริงเรื่อง wheel of life ที่ทำให้เรามองชีวิตได้รอบด้านมากขึ้นและยังทำให้เราได้ตระหนักถึงสมดุลในการใช้ชีวิตของตนเองอีกด้วย รวมถึงการใช้หลัก MPS model ในการค้นหาสิ่งที่เราทำแล้วมีความสุข
Deliberate Practice
Describe ประเด็นที่ฟังแล้วไม่เข้าใจคือเราจะทำงานอย่างมีความสุขได้อย่างไร
Express สาเหตุที่ยังไม่เข้าใจ – เนื่องจากว่าอาจารย์พิเศษได้นำเสนอ happy workplace ที่เกิดมาจากการเปลี่ยนแปลงระดับองค์กร ผู้บริหารในที่ทำงานนั้นต้องเล็งเห็นความสำคัญในเรื่องนี้จึงเกิดการบริหารให้เกิดสถานที่ทำงานที่เปี่ยมไปด้วยความสุข แต่ไม่ใช่ที่ทำงานทุกที่ที่จะเป็นเช่นนั้นและในฐานะคนทำงานก็ไม่สามารถขึ้นไปเปลี่ยนการบริหารได้ดังนั้นเราจึงควรจัดการตัวเองให้ดีไว้ก่อน จึงเกิดความสงสัยว่าเราจะทำอย่างไรให้มีความสุขในการทำงานแม้ว่าที่ที่เราทำอยู่จะไม่ได้ใช้กลักการ happy workplace
Specify ทำการค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อสร้างความเข้าใจจะค้นพบว่า วิธีการทำงานอย่างมีความสุขที่เริ่มมาจากตัวเรานั้นมีหลายวิธี เช่น การโฟกัสเรื่องการพัฒนาความสามารถมากกว่านำตัวเองไปเทียบกับคนอื่น, ตามหาแรงบันดาลใจ, แบ่งเวลาให้กับการพักผ่อนทำในสิ่งทิ่ชอบเพื่อสร้างพลังด้านบวก เป็นค้น
อ่านเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่ https://www.supalai.com/blog/detail/10-วิธี-ที่จะทำให้คุณมีความสุขในการทำงาน
Consequence สะท้อนความรู้ความเข้าใจแบบ How to Upskill 21 วัน ด้วยการทำความเข้าใจเนื้อหาที่นำมาอ้างอิงแล้วนำมาปฏิบัติตามเนื่องจากบางวิธีก็สามารถนำมาใช้สร้างความสุขในการเรียนได้เช่นกัน
1.2.Nutrition
Naive Practice
- Recall ความรู้ที่มีอยู่ คือ การกิยอาหารที่ดีและเหมาะสมกับตัวเองไม่เพียงทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงเท่านั้นแต่ยังมีผลในการทำให้เรามีสุขภาพจิตที่ดี อารมณ์ไม่แปรปรวน ส่งผลให้สารสื่อประสาทในสมองทำงานได้ดีนอกจากนี้อาหารบางชนิดยังมีสรรพคุณที่ช่วยให้เราอารมณ์ดีขึ้นอีกด้วย เช่น ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ น้ำผึ้ง ปลาแซลมอน เป็นต้น
- Recap ความรู้ใหม่ที่ได้รับ คือ ได้แนวทางในการคิดโครงการที่มีความเกี่ยวข้องกับโภชนาการว่า นอกจากจะคำนึงถึงสารอาหารที่ชุมชนต้องการแล้วเรายังต้องคิดลึกลงไปถึงวัฒนธรรมของชุมชนนั้นด้วย เนื่องจากวัฒนธรรมจะเป็นหนึ่งในสิ่งที่ช่วยดึงดูดผู้คนให้สนใจอยากเข้าร่วมโครงการของเรา เช่น เหตุการณ์ตัวอย่างที่อาจารย์พิเศษนำมาเสนอ “iron fish” เป็นโครงการเสริมธาตุเหล็กให้กับคนในชุมชนโดยออกแบบนวัตกรรมให้มีรูปร่างเป็นปลาเพื่อให้ตรงกับความเชื่อที่ว่า ปลาเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี ซึ่งการกระทำเพียงเท่านี้ก็สามารถทำให้คนในชุมชนหันมาใช้นวัตกรรมนี้มากขึ้น
Purposeful Practice
- Spotlight เราชอบประสบการณ์การการทำโครงการของอาจารย์พิเศษ
- Explain ผู้รู้ให้ความคิดเรื่อง วัฒนธรรมและอาหาร
- Appreciation เราขอบคุณความจริงเรื่อง การทำโครงการพัฒนาชุมชนจริงๆนั้นไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ ต้องผ่านอุปสรรคมากมายทั้งเรื่องงบประมาณ และการทำงานร่วมกับส่วนงานอื่นๆ อีกทั้งโครงการแต่ละโครงการไม่ได้ทำเสร็จได้ภายในไม่กี่วันแต่ต้องทำและเก็บผลอยู่หลายปีจึงสามารถสรุปผลได้ว่าโครงการของเรานั้นตอบโจทย์และเป็นประโยชน์ต่อชุมชนจริงๆ ซึ่งความจริงเหล่านี้ทำให้เราเกิดแรงบันดาลใจในการสานต่องานพัฒนาชุมชนต่างๆ
Deliberate Practice
- Describe ประเด็นที่ฟังแล้วไม่เข้าใจคือ ปัญหาทุพโภชนาการในไทยเกิดจากอะไร และมีคนมากแค่ไหนที่ประสบกับปัญหานี้
- Express สาเหตุที่ยังไม่เข้าใจ เพราะฉันไม่เคยได้สัมผัสกับความรุนแรงของปัญหานี้จึงไม่เคยให้ความสนใจ เมื่ออาจารย์พิเศษนำมาเล่าให้ฟังจึงเกิดความสงสัยว่าภาวะทุพโภชนาการในไทยเป็นอย่างไร
- Specify เราจะทำอย่างไรให้เข้าใจเรื่องนี้อย่างแท้จริง
หาข้อมูลสถิติเพิ่มเติมที่ https://shorturl.asia/lHiek
หาข้อมูลภาวะทุพโภชนาการในผู้สูงอายุเพิ่มเติมที่ https://www.nakornthon.com/article/detail/ภาวะทุพโภชนาการในผู้สูงอายุ-ภัยร้ายที่อาจซ่อนเร้นอยู่
หาข้อมูลสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะทุพโภชนาการเพิ่มเติมที่ https://www.pobpad.com/ภาวะทุพโภชนาการ
- Consequence สะท้อนความรู้ความเข้าใจแบบ How to Upskill 21 วัน ด้วยการหาข้อมูลและทำความเข้าใจเพื่อตระหนักถึงปัญหาที่เปรียบเสมือนภัยเงียบในสังคมไทย
2.ความรู้เหล่านี้มีความเชื่อมโยงกับชีวิตและโครงงานกลุ่มของเราอย่างไร
Happy workplace เป็นการเรียนรู้เพื่อเข้าถึงความสุขในชีวิตวัยทำงานในขณะที่ Nutrition จะเป็นการทำความเข้าใจว่าอาหารนั้นก็มีผลต่อสุขภาวะที่ดีของคนในสังคมรวมไปถึงการได้เห็นตัวอย่างโครงการที่ถูกทำขึ้นจริงซึ่งการที่โครงการหนึ่งโครงการจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องพึ่งการทำงานประสานกันของหน่วยงานหลายหน่วยงาน ต้องอาศัยการทำงานเป็นทีม มีแรงกดดันว่าโครงงานของเราจะไปได้ไกลแค่ไหนและตอบโจทย์ปัญหาของสังคมได้หรือไม่จึงสามารถนำหลักความคิดของ Happy workplace มาประกอบด้วยได้เพื่อลดความเครียดในการดำเนินโครงการและเดินหน้าทำงานต่อได้อย่างมั่นคง
สิ่งที่สำคัญจากการเรียนรู้เรื่องการทำโครงการคือ interprofessional collaboration การทำงานร่วมกันของสหวิชาชีพ คือการเติมเต็มความถนัดให้กันและกัน เนื่องจากวิชาชีพเดียวไม่สามารถที่จะมีความชำนาญในทุกด้านได้ การร่วมมือกันของวิชาชีพที่หลากหลายจึงสำคัญ
จากบทเรียนทั้งสองช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เราอยากลองลงมือทำโครงการขึ้นมาจริงๆและยังทำให้เรามองปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมอย่างรอบด้านมากขึ้น ทั้งเรื่องที่เรามองข้ามและที่เห็นอยู่ทุกวันแต่ไม่ได้รู้สึกว่ามันสำคัญ ซึ่งทำให้เกิดตัวเลือกในการทำโครงการมากขึ้นทั้งโครงการที่เกี่ยวข้องกับความสุขในที่ทำงานและเกี่ยวกับโภชนาการในชุมชน นอกจากนี้หลักความคิดที่ได้จากอาจารย์พิเศษแต่ละท่านก็ช่วยให้เราสามารถคิดวางแผนดำเนินโครงการได้ดีขึ้น เช่น การใช้ pain point ในการค้นหาว่าสิ่งที่เราทำนั้นตอบโจทย์ปัญหาได้จริงหรือไม่ เป็นต้น
Technics for addressing risk
1.Avoid = ในโครงการเกี่ยวกับโภชนาการมีการหลีกเลี่ยงการมองข้ามปัญหาด้านโภชนาการ สิ่งที่โครงการของฉันเลี่ยงเช่นเดียวกับโครงการนี้คือ การเลี่ยงให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องกับคนในชุมชน
2.Modify = ในโครงการเกี่ยวกับโภชนาการมีการปรับเปลี่ยนโครงการให้เข้ากับวัฒนธรรมในสังคมซึ่งโครงการของฉันก็นำหลักการนี้มาปรับใช้เพื่อให้เข้าถึงผู้คนมากขึ้น
3.Transfer = ในโครงการเกี่ยวกับโภชนาการมีการการส่งต่อความรู้ให้คนในชุมชนตระหนักถึงความสำคัญของโภชนาการและวิธีในการส่งเสริมโภชนาการในชุมชนเช่นเดียวกับโครงการของฉันที่ต้องการที่จะส่งต่อความรู้ด้านการใช้เทคโนโลยีที่ถูกต้องกับลูกให้พ่อแม่รุ่นใหม่
4.Retain = ในโครงการเกี่ยวกับโภชนาการมีการทำโครงการที่สม่ำเสมอ คงไว้ซึ่งการตระหนักและพฤติกรรมที่ลดปัญหาโภชนาการในชุมชนและโครงการของฉันก็นำวิธีนี้มาใช้กับการอัพเดตข่าวสารอย่างต่อเนื่อง
5.Exploit = ในโครงการเกี่ยวกับโภชนาการมีการเผยแพร่ความรู้อย่างทั่วถึงในชุมชน พยายามให้ทุกคนเข้าถึงโครงการอย่างเท่าเทียม ส่วนโครงการของฉันมีการจัดคอร์สให้ความรู้ผู้ปกครองทั้งแบบฟรีและเสียค่าลงทะเบียนเพื่อหาเงินทุนในการทำโครงการในขณะที่คนที่มีปัญหาด้านเศรษฐานะก็ยังสามารถเข้าร่วมโครงการกับเราได้