เย็นวันอาทิตย์ที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๕  ผมเข้าเฝ้าสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตน์ฯ ที่วังสระปทุม   ไปทำหน้าที่อ่านคำถวายรายงานเรื่อง  Prince Mahidol Fund at Trinity, Cambridge University  ดังต่อไปนี้   ในพิธีลงนามความร่วมมือระหว่าง มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ  กับ Trinity College มหาวิทยาลัย เคมบริดจ์   

(คำกราบบังคมทูล)

เสร็จจากงานที่วังสระปทุม ท่านอดีตนายกฯ อานันท์ ปันยารชุน เชิญไปร่วมงานเลี้ยงฉลอง ที่ภัตตาคารเบญจรงค์ บ้านดุสิตธานี ถนนศาลาแดง    ผมจึงได้มีโอกาสทั้งเรียนรู้วิธีทำหน้าที่เจ้าภาพในงานเลี้ยงที่มีคนใหญ่คนโตมาร่วมงาน ทั้งจากต่างประเทศและในประเทศไทย    และได้กินอาหารไทยที่แสนอร่อย แกล้มไวน์แดง 

ความประทับใจของผมอยู่ที่คำกล่าวของท่านอานันท์    ที่บอกว่า ขั้นตอนต่อไปของกิจการระดมทุนเพื่อหนุน Prince Mahidol Studentship at Trinity คือการเปิดให้มีการบริจาครายย่อย คนละ ๑๐๐ บาท   ๑,๐๐๐ บาท  หรือ ๑๐,๐๐๐ บาท   เพื่อเปิดโอกาสให้คนมีศรัทธาในพระปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนก ในการสนับสนุนคนที่มุ่งทำเพื่อประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์    เพราะการระดมทุน ๒.๕ ล้านปอนด์ในครั้งนี้   ได้จากเศรษฐีไทยเพียง ๓ ท่านเท่านั้น   คือ มรว. เกษมสโมสร เกษมศรี (๑.๕ ล้านปอนด์), มูลนิธิซีพี (๕ แสนปอนด์), และมูลนิธิสิริวัฒนภักดี (๕ แสนปอนด์)   

ความภูมิใจของผมคือ ได้มีส่วนเล็กๆ ในการก่อตั้งกองทุนให้คนเก่งและคนดีของไทยได้มีโอกาสไปเรียนปริญญาเอกที่ ทรินิตีคอลเลจ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ 

อีกเรื่องหนึ่งที่ควรบันทึกไว้ คือพระราชปฏิสัณฐานกับ เซอร์ เกร็ก หลังการลงนาม และถ่ายรูปหมู่    เซอร์เกร็ก ถามว่า ทรงมีพระราชประสงค์ให้ฝึกผู้ได้รับทุนโดยเน้นด้านไหน เพื่อฝึกนักวิชาการที่มีความเป็นผู้ประกอบการ หรือเพื่อเป็นนักวิชาการดิ่งลึกในศาสตร์    รับสั่งตอบว่า อยากให้ได้คนที่กลับมาทำประโยชน์แก่สังคม และร่วมมือกับผู้คนได้ทั่วโลก   

แน่นอนว่า เมื่อผู้ใหญ่ของไทยกลุ่มที่ไปจากมหาวิทยาลัย และเกี่ยวข้องกับ PMAC จะได้ใช้เวลาว่างช่วงรอ หารือกันเรื่องการก่อตั้ง Prince Mahidol Global Health Network และ Scholarship    ที่น่าจะก่อตัวขึ้นในไม่ช้า 

วิจารณ์ พานิช

๑๒ ก.ย. ๖๕