เราได้รับคำสอนมาแต่เด็ก ว่าชีวิตคนเราเป็นไปตามกรรม   โดยกรรมในที่นี้คือการกระทำของตนเอง   ไม่ใช่กรรมที่ฟ้าดินบันดาล  หากเราต้องการมีชีวิตที่ดี ต้องหมั่นทำกรรมดี   

ผมเชื่อในคำสอนนี้อย่างสุดใจ  และหมั่นปฏิบัติกรรมดีมาตลอดชีวิต    และเห็นได้ชัดว่า ได้รับการตอบแทนจากการกระทำของตนเป็นอย่างดียิ่ง    ยามชรา ผมและครอบครัวมีชีวิตที่ดีอย่างน่าพอใจ   

แต่ก็ตงิดใจเรื่อยมา    ว่าชีวิตของเราต้องเผชิญเหตุการณ์ลุ่มๆ ดอนๆ มาตลอด โดยที่ไม่ได้เกิดจากการกระทำของตัวเรา   แต่มีคนอื่นเป็นตัวการ   

อย่างกรณีน้ำมันแพง ข้าวของแพง ในขณะนี้ มันเกิดจากอเมริการบกับรัสเซีย โดยใช้ยูเครนเป็นสนามรบ   คนยูเครนจึงประสบเคราะห์กรรมที่ตนเองไม่ได้ก่อ    เกิดการล้มตายบ้านแตกสาแหรกขาด    ต้องอพยพหนีตาย   พวกเราอยู่ไกลจุดสงครามก็พลอยได้รับเคราะห์กรรมไปด้วย    เพราะโลกมันเชื่อมโยงถึงกันหมด   

ความจริงคือ โลก และจักรวาลเชื่อมถึงกันหมด   

ที่เป็นจริงอย่างยิ่งคือ ปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ที่เกิดจากพฤติกรรมของมนุษย์    ที่ใช้พลังงานฟอสซิลมากมาย เพื่อปรนเปรอความสะดวกสบายของตน   คนในประเทศรวยเป็นตัวการใหญ่    แต่ผู้รับเคราะห์หนักอยู่ในประเทศด้อยพัฒนา   

อารัมภบทมาเสียยาว    ขอเข้าเรื่องว่า ผมอ่านบทความ Stealth Migrations : Trillioins of tiny animals may be coordinating their daily movements in ways that affect every organism on the planet  ใน Scientific American ฉบับเดือนสิงหาคม ๒๕๖๕    ตื่นตาตื่นใจกับรูป zooplankton หลากชนิดในมหาสมุทร   ที่เขาบอกว่ามันพากันเดินทางจากน้ำลึกสู่น้ำตื้นยามพลบ    และเดินทางกลับยามอรุณรุ่ง    เป็นวงจรเช่นนี้เป็นธรรมชาติ   

เขาเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า diel vertical migration ที่สัตว์เล็กๆ เหล่านี้ปริมาณ ๑ หมื่นล้านตัน เดินทางไปกลับในความลึกของมหาสมุทรใน ๑ วัน   เป็นชีวิตของนักเดินทาง โดยมีเป้าหมายเพื่อการดำรงชีวิต .. เพื่อหากิน  และเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกกิน         

อาหารของเขาคือ phytoplankton ที่ต้องอยู่ในน้ำตื้น เพื่อได้รับแสงอาทิตย์สำหรับใช้สังคราะห์แสง     ศัตรูหรือผู้ล่าของเขาคือฝูงปลา  โปรดดูรูปใน diel vertical migration จะเห็นชัด   

นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันมีเครื่องมือสมัยใหม่ที่ก้าวหน้ามาก    สำหรับใช้ศึกษา diurnal vertical migration นี้    และพบว่า สัตว์ตัวจิ๋วเหล่านี้มีการจัดระบบการเดินทางที่ซับซ้อน    ไม่ใช่ต่างตัวต่างเดินทางแบบตัวใครตัวมัน    นี่คือการเดินทางระหว่างความลึก ๓,๐๐๐ ฟุต กับผิวน้ำ

ยังมีอีกกลุ่มการเดินทาง เป็นของ phytoplankton … พืชขนาดจิ๋ว    ที่เดินทาง ๑๐๐ ฟุต ลงไปใต้ผิวน้ำ ไปหาสารอาหาร และกลับมาที่ผิวน้ำเพื่อรับแสงแดด   

การเดินทางของสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วในมหาสมุทรนี้มีความซับซ้อนมาก    เกี่ยวข้องกับกระแสน้ำ  แสงแดด อุณหภูมิ    และวงจรการเดินทางใช้เวลาแตกต่างกัน  อาจเพียงไม่กี่ชั่วโมง  ไปถึงหลายวัน และหลายสัปดาห์    

เป็นเรื่องราวของระบบนิเวศในมหาสมุทร ที่เราเพิ่งเริ่มเข้าใจ   ยังจะต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมอีกมากมาย   เพื่อทำความเข้าใจว่า ระบบนิเวศในมหาสมุทรมีส่วนเกี่ยวข้องกับภาวะเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกอย่างไร     

เพราะทุกสิ่ง ทุกเรื่องราวในโลก ในจักรวาล เชื่อมโยงถึงกัน   กรรมในมหาสมุทรอันลี้ลับ   ย่อมมีส่วนส่งผลต่อชีวิตของคนเราด้วย    เป็นกรรมที่เราไม่ได้ก่อ       

วิจารณ์ พานิช

๑๕ ส.ค. ๖๕