ผมได้แนวคิดนี้ระหว่างนั่งร่วมประชุม CPD Workshop on “The Future of Continuing Professional Development (CPD) in Thailand” โดยวิทยากร Prof. Valerie Wass และ Professor Ahmed Rashid จาก Royal College of General Practitioners (RCGP) จัดโดยมูลนิธิพัฒนาการศึกษาบุคลากรสุขภาพ ร่วมกับ Better Health Programme (BHP) แห่งสหราชอาณาจักร ในวันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2565 เวลา 14:00-16:00 น.
CPD ย่อจาก Continuous Professional Development เป็นแนวทางพัฒนาบุคลากรในวิชาชีพสุขภาพที่ทางอังกฤษพัฒนาขึ้นแทน CME (continuing medical education), CNE (continuing nursing education) เป็นต้น โดยที่ CPD เน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติวิชาชีพ ที่มีระบบเรียนรู้จากประสบการณ์ (experiential learning) โดยใช้กระบวนการใคร่ครวญสะท้อนคิด (reflection) โดยมี mentor คอยให้คำแนะนำ ใช้ข้อเขียนสะท้อนคิดการเรียนรู้นี้เสนอต่อองค์กรวิชาชีพเป็นรายปี เพื่อเป็นหลักฐานว่าตนเรียนรู้จากการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง ไม่ล้าหลังตกยุคทางวิชาชีพ สะท้อนการเรียนรู้บูรณาการ ไม่ใช่แค่ด้านความรู้
ต่างจากแนวทางของการพัฒนาบุคลากรสุขภาพไทย ที่ยังเน้นใช้การเก็บคะแนนจากการเข้ารับการอบรม หรือประชุมวิชาการ ที่เน้นการพัฒนาความรู้ ซึ่งเป็นโมเดลเก่า เราประชุมกับทาง BHP มา ๒ ปี เขาชวนเราคุยลงลึกในงิชาชีพต่างๆ ทาง ออนไลน์ หากมีโอกาสผมเข้าไปซุ่มฟังเพื่อทำความเข้าใจ และเห็นชัดเจนว่า ระบบไทยยังอยู่ในขั้นตอนที่กลุ่มบุคคลที่เห็นคุณค่าของแนวทาง CPD จากองค์กรวิชาชีพต่างๆ พยายามขับเคลื่อน เพราะคนส่วนใหญ่ยังยึดติดกับแนวทางเก่า
ผมจึงขอเสนอแนวทางใหม่สำหรับประเทศไทย ที่น่าจะได้ผลดีกว่าวิธีที่องค์กรวิชาชีพทำเป็นการภายในของวิชาชีพเอง คือทำร่วมกับระบบ HA ที่ขับเคลื่อนโดย สรพ. ซึ่งหมายความว่า เป็นการขับเคลื่อนสามประสาน คือ (๑) องค์กรวิชาชีพ (๒) หน่วยงานให้บริการคือสถานพยาบาล และ (๓) สรพ.
เป็นการนำเอา CPD เข้าไปเชื่อมกับคุณภาพของบริการสุขภาพ โดยมูลนิธิพัฒนาการศึกษาบุคลากรสุขภาพเจรจาความร่วมมือกับ สรพ. ในการพัฒนากลไก CPD เพื่อคุณภาพของบริการ โดยร่วมกันทำวิจัยเพื่อพิสูจน์ว่าสถานบริการที่ประยุกต์โมเดล CPD ในงานประจำของตน มีคุณภาพบริการสูงกว่าสถานบริการที่ไม่ใช้
ในที่สุด CPD จะถูกบูรณาการเข้ากับมาตรฐานคุณภาพสถานบริการ โดยมีข้อมูลหลักฐานยืนยันคุณประโยชน์ของตัวชี้วัดดังกล่าว
จึงขอเสนอความคิดให้ ศ. พญ. วณิชา ชื่นกองแก้ว ผู้จัดการความร่วมมือนี้ ให้เสนอ BHP เข้าร่วมโครงการวิจัยดังกล่าว ที่ สวรส. น่าจะสนับสนุนทุนวิจัยได้ เพราะเป็นงานวิจัยเพื่อพัฒนาระบบสาธารณสุข หรือระบบสุขภาพโดยตรง
วิจารณ์ พานิช
๑๑ ส.ค. ๖๕