“วัดเนรมิตวิปัสสนา”

วัดเนรมิตวิปัสสนา - SASCIENCE.com
วัดสวย เมืองเลย วัดเนรมิตวิปัสสนา ด่านซ้าย วัดศิลาแลง แห่งเดียวในไทย  ไหว้พระพุทธชินราชจำลอง
วัดเนรมิตวิปัสสนา (Wat neramit Vipassana) เลย - แผนที่ รีวิว บทความ  โปรโมชั่น | PaiNaiDii.com
วัดเนรมิตวิปัสสนา : Wat Neramit Wipatsana

   “วัดเนรมิตวิปัสสนา” ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2521 โดยพระครูภาวนาวิสุทธิญาน หรือหลวงพ่อมหาพันธ์ สีลวิสุมโธ เจ้าอาวาสรูปแรก 

  -แต่เดิม วัดมีชื่อว่า "วัดป่าหัวนายูง" ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดเนรมิตวิปัสสนา"ในปีพ.ศ. 2521 

   -ขณะหลวงพ่อมหาพันธ์ สิลวิสุทโธ พำนักจำพรรษาอยู่ที่วัดจำปา จังหวัดสุรินทร์ (บ้านเกิด) ท่านได้ปรารภในที่ ประชุมสงฆ์ว่า ท่านจะออกธุดงค์เดินทางไปเรื่อยไม่พำนักเป็นหลักแหล่งถาวรแต่ที่ประชุมมีความเห็นพ้องกันว่า หลวงพ่อมีอายุมากเกรงว่าจะได้รับความลำบาก อยากให้ท่านมีที่พำนักถาวร จะได้เป็นที่อาศัยเป็นเนื้อนา บุญแก่ ญาติโยมทั้งหลายซึ่งหลวงพ่อเองก็เห็นชอบด้วย ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2522 หลวงพ่อเป็นประธานออกเดินธุดงค์ พร้อมด้วยคณะสงฆ์ อุบาสก อุบาสิกา ได้เดินทางไปพำนักอยู่ที่พระธาตุศรีสองรัก อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ระหว่างนั้นหลวงพ่อได้ตัดสินใจหาสถานที่เป็นหลักแหล่งมั่นคงถาวร โดยเลือกเอาพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติซึ่ง ถูก ชาวบ้านบุกรุกเพื่อทำไร่เผาถ่านจนมีลักษณะเป็นที่โล่งเตียน เหมือนภูเขาหัวโล้น ที่เรียกว่า ภูเปือย ซึ่งทางวัดได้ รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยได้เมื่อตั้งวัดขึ้นจึงได้ปลูกป่าอนุรักษ์ให้คง สภาพเดิมมากที่สุด 

  - เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2522 หลวงพ่อและคณะได้ปักกลดอยู่ ณ ที่ตั้งวัด พร้อมกับเร่งดำเนินการปลูกสร้างที่พักอาศัย ชั่วคราวขึ้น จากนั้นจึงทำการปรับพื้นที่ ปลูกสร้างถาวรวัตถุและในปีพ.ศ. 2529 ได้ร่วมกันสร้างอุโบสถ ภายในวัด ขึ้นมีขนาดกว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร
    วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2540 หลวงพ่อท่านได้ มรณภาพภาพลง แต่ร่างของท่านไม่เน่าเปื่อย ปัจจุบันถูกเก็บอยู่ใน มณฑปด้านหลังอุโบสถ หลังจากที่หลวงพ่อมรณภาพลง พระครูภาวนาวิสุทธาภรณ์ เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ได้รับ เป็นประธานดำเนินการก่อสร้างต่อ พร้อมด้วยบรรดาคณะศิษยานุศิษย์ พระภิกษุสามเณร ข้าราชการ ทหารตำรวจ พ่อค้าและประชาชนชาวอำเภอด่านซ้าย ใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 197 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง14 ปี จึงแล้วเสร็จต่อมาในปีพ.ศ. 2549 วัดหัวนายูง เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดเนรมิตวิปัสสนา"

หลวงพ่อมหาพันธ์ สีลวิสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดเนรมิตวิปัสสนา : อริยะโลกที่ 6

    -มีนามเดิมว่า พันธ์ สุขเป็ง เกิดเมื่อวันที่ 5 พ.ค.2464 ที่หมู่บ้านหนอกเหล็ก ต.หนองบัวทอง อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ครอบครัวประกอบอาชีพด้วยการทำไร่ทำนา

   -ช่วยพ่อแม่ประกอบอาชีพทำไร่ทำนาหาเลี้ยงครอบครัว กระทั่งอายุ 23 ปี เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 9 พ.ค.2487 ที่วัดเหนือ อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ได้รับฉายานาม สีลวิสุทโธ

  -จากนั้นไปอยู่จำพรรษาที่วัดจำปา ต.หนองบัวทอง อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ มีโอกาสเล่าเรียนภาษาลาว ส่วย ขอม เขมร

  -นอกจากนี้ ยังมานะพยายามศึกษาเล่าเรียนด้านพระปริยัติธรรม ทั้งบาลี ไวยากรณ์ มูลกัจจายน์ จบนักธรรมชั้นเอก และสอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยค

   - ตอนหลังท่านตัดสินใจหันเหชีวิตมุ่งสู่การปฏิบัติธรรมวิปัสสนากัมมัฏฐานอย่างเอาจริงเอาจัง ด้วยการศึกษาด้วยตนเอง อ่านจากตำรา แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จึงได้เสาะหาอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิปัสสนากัมมัฏฐาน ท่านได้ไปฝากตัวเป็นศิษย์ของพระครูสังวรสมาธิวัตร เจ้าอาวาสวัดเพลงวิปัสสนา กรุงเทพฯ

    -หลังจากที่ได้ศึกษาวิปัสสนากัมมัฏฐานสามารถ รู้แนวทางในการทำสมาธิ จึงออกธุดงค์ไปตาม สถานที่ต่างๆ ส่วนใหญ่จะเป็นทางภาคอีสาน เป็นเวลาถึง 20 ปี

   “ก่อนกลับไปจำพรรษาอยู่ที่วัดจำปา เป็นอาจารย์สอนในเรื่องของวิปัสสนากัมมัฏฐานแก่พระภิกษุสามเณรและพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป”

  - วันที่ 1 มกราคม 2522 ออกธุดงค์มาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของภาคอีสานไปทางภาคเหนือตอนล่าง จ.เพชรบูรณ์ แล้วย้อนกลับมา อ.ด่านซ้าย จ.เลย โดย มาปักกลดอยู่ที่บริเวณวัดพระธาตุศรีสองรัก

  “ระหว่างนั้นตัดสินใจหาสถานที่ปักหลักถาวร สุดท้ายท่านเลือกเอาบริเวณภูเปือยเป็นสถานที่ตั้งวัด โดยใช้ชื่อว่าวัดเนรมิตวิปัสสนา”

   -ได้ก่อสร้างอุโบสถขนาดใหญ่ที่สวยงาม โดยรอบอุโบสถเป็นห้องพักและสถานที่ในการปฏิบัติธรรมวิปัสสนากัมมัฏฐาน

  -วัดเนรมิตวิปัสสนามีบทบาทต่อสังคม เป็นสถานที่ในการอบรมธรรมะแก่พุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป สนับสนุนให้มีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามประเพณีนิยม

   -ยังเป็นพระอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แม้ว่าวัดจะมีป่าอยู่แล้ว แต่ท่านก็หาต้นไม้มาปลูกทำให้วัดเกิดความร่มเย็น อีกทั้งสืบทอดและถ่ายทอดวัฒนธรรมไทยที่มีมาแต่โบราณให้แก่อนุชนรุ่นหลัง

  -ด้านปฏิบัติธรรม สอนลูกศิษย์ลูกหาในการนั่งวิปัสสนากัมมัฏฐาน สามารถบรรยายธรรมชั้นสูงให้คนฟังเข้าใจง่าย เสียสละ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เมตตาโอบอ้อมอารีแก่สาธุชนทั่วไปโดยไม่เลือกชั้นวรรณะ ไม่โลภ โกรธ หลง

  -ในช่วงบั้นปลายชีวิต อาพาธด้วยโรคกระดูก สันหลังเสื่อม คณะศิษย์ได้ส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลศิริราชจากคณะแพทย์ผ่าตัดกระดูกสันหลัง ภายหลังผ่าตัดอาการดีขึ้นบ้าง แต่ไม่หายขาด ต่อมาอาการทรุดลงจากโรคแทรกซ้อน สุดความสามารถที่คณะแพทย์จะรักษาเยียวยาได้

มรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 20 ก.ย.2540 สิริอายุ 76 ปี

พระมหาพันธ์ สีลวิสุทโธ - YouTube

“หลวงพ่อมหาพันธ์ สีลวิสุทโธ”