หลวงตาแก่น คมฺภีรมุนี “หลวงตาแก่น คมฺภีรมุนี” -วัดสุวรรัตนน์โพธิยาราม อำเภอลำดวน จังหวัดสุรินทร์ -พระครูโพธิสุวรรณรัตน์(มนต์รัตน์ คมฺภีรมุนี)หรือที่เรียกท่านติดปากว่า หลวงพ่อแก่น -พระครูโพธิสุวรรณรัตน์ ฉายา คมฺภีรมุนี อายุ๓๙ ปี พรรษา๑๗ -วิทยฐานะ นักธรรมเอกวัดสุวรรณรัตน์โพธิยาราม และปริญญาตรีพุทธศาสตร์บัณฑิต(พธ.บ)มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(วิทยาเขตสุรินทร์) -ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสุวรรณรัตน์โพธิยาราม *สถานะเดิม -ชื่อ มนต์รัตน์(แก่น)นามสกุล ยอดแก้ว เกิด วันจันทร์ ที่๒๘ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๒๐(ตรงกับวันขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเส็ง)บิดาชื่อ ร.ต.ต มรกต ยอดแก้ว มารดา ชื่อ นางอรจิต ยอดแก้ว(มารดาของท่านเสียชีวิตแล้ว)ท่านมีพี่น้องร่วมบิดามารดา ทั้งหมด ๔ ท่าน ซึ่งมีรายนามดังต่อไปนี้ ๑. นางอรพินท์ สมใจชนะ ๒. นายชาติเพชร ยอดแก้ว ๓. พระครูโพธิสุวรรณรัตน์(มนต์รัตน์ ยอดแก้ว) ๔. นายมารุต ยอดแก้ว วิทยาฐานะ - สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่๖(ป.๖)จากโรงเรียนดรุณวิทยากร ตำบลตรำดม อำเภอลำดวน จังหวัดสุริทร์ - สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จากโรงเรียนพระปริยัติกลางโกสุม อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม - สำเร็จการศึกษานักธรรมชั้นเอก จากสำนักเรียนวัดกลางโกสุมพิสัย อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม - สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมตอนปลาย จากศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน อำเภอลำดวน จังหวัดสุรินทร์ - สำเร็จการศึกษาระดับปริญาตรี จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินร์ ชีวิตในวัยเด็ก -ชีวิตในวัยเด็กของหลวงตาแก่น เหมือนกับเด็กชนบททั่วไป ศึกษาเรียนรู้ไปตามยุคตามสมัยแต่ท่านจะมีลักษณะบางสิ่งบางอย่างที่แปลกไปจากเด็กทั่วไปก็คือ ชอบศึกษาและสนใจเรื่องพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก เพราะมารดาของท่านมักจะพาท่านไปทำบุญในวันพระเป็นประจำ ซึ่งท่านมีความสามารถพิเศษในการวาดรูปพระเถระอาจารย์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ศรัทธาของชาวพุทธหลายรูป และนำดินเหนียวมาปั้นเป็นรูปเหมือนได้ด้วย เรียกว่าท่านสามารถวาดรูปและขณะเดียวกันก็สามารถปั้นรูปพระเถราจารย์ได้เหมือนอีกด้วย เช่น รูปหลวงปูทวด หลวงปูแหวน เป็นต้น มีอยู่ครั้งหนึ่งคุณครูที่สอนท่านในช่วงชั้นประถมได้ให้เขียนเรียงความ เรื่อง อยาคตของฉันอยากเป็นอะไร ท่านได้เขียนเรียงความใส่กนะดาษส่งครูในหัวข้อที่ว่า"อนาคตของฉันอยากเป็นพระ" มีอีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจมาก คือตอนที่ท่านยังเรียนอยู่ประมาณชั้น ป.๔ นั้น เวลาท่านถูกมารดาหรือคูณตาคูณยายดุว่ากล่าวให้ท่าน ท่านจะโกรธและน้อยใจตามประสาของวัยเด็กที่แปลกก็คือ เมื่อท่านโดนดุด่าให้โกรธและน้อยใจนั้น ท่านจะหยิบเอาเสียมด้ามหนึ่งติดตัวและเดินไปที่ทุ่งนาเพื่อขุดเอาดินเหนียวและมาปั้นเป็นพระพุทธรูป หรือรูปพระเถรจารย์ บางครั้งก็ปั้นเป็นรูปตาฤษีมีหนวดเครา ท่านจะหายไปประมาณเกือบชั่วโมง แล้วกลับมา พร้อมกับรูปปั้นด้วยท่าทางที่เรียกว่าอารมณ์ดี ร่าเริง ยิ้มแย้มแจ่มใส ซึ่งเป็นที่รู้และเข้าใจว่าท่านหายโกรธหายน้อยใจแล้วนั้นเอง ซึ่งเป็นอย่างนี้แทบจะทุกครั้งที่ท่านโดนดุด่า จนคุณตาของท่านพูดว่า มันได้รูปพระแล้วทำให้หายโกรธ ซึ่งเรื่องนี้เมื่อพิจารณาดูแล้ว เท่ากับว่าท่านได้อุบายในการปฎิบัติธรรมตั้งแต่ยังเด็ก (เรื่องนี้สอบถามได้จากญาติๆของท่านและอดีตครูใหญ่โรงเรียนดรุณวิทยากร)ยังมีอีกอย่างซึ่งถือว่าเป็นคุณลักษณะพิเศษของท่านตั้งแต่เป็นเด็ก คือ ชอบศึกษาและสนใจในเรื่องของคาถาอาคม เวทมนต์ต่างๆเป็นอย่างมากท่านจึงซึมซับรับรู้ในสรรพวิชาต่างๆ เป็นอย่างมากและมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนกระทั่งอายุ ๑๔ ปี ท่านเกิดปิติสุขสงบกายใจอยากที่จะบวชเณร *บรรพชา -ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันศุกร์ ที่๑๙ เดือนเมษายน พ.ศ๒๕๓๔(ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๖ ปี มะแม) ณ.วัดทักษิณวารีสิริสุข ตำบลลำดวน จังหวัดสุรินทร์ โดย พระครูสังขปุรานุรักษ์ (สมพงษ์กนฺตสีโล) เป็นพระอุปัชฌาย์ -เมื่อได้บรรพชาเป็นสามเณรแล้ว ก็มีชื่อเรียกตามชื่อเดิมของท่านว่า สามเณรแก่น ยอดแก้ว ท่านได้ศึกษาพระธรรมวินัยสามเณรสิกขาข้อวัตรปฏิบัติต่างๆ พร้อมกับรับใช้ปฏิบัติครูบาอาจารย์ด้วยความเคารพและได้ศึกษานักธรรมชั้นตรีด้วย ในขณะเดียวกันท่านก็จะหาเวลาว่างปลีกตัวไปศึกษาด้านวิชาอาคมและอักขระขอมกับหลวงตาหลอด มหานาโถ ซึ่งเป็นพระผู้เฒ่าอาวุโสในวัดนั้น จนสามารถเขียนได้อย่างสวยงามและอ่านภาษาขอมที่เป็นคัมภีร์เทศนาได้อย่างคล่องแคล่วมีความชำนาญแตกฉานอย่างมาก บางคัมภีร์ถึงกับสามารถท่องจำได้อย่างขึ้นใจ เช่น คำกลอน สุภาษิต คำสอนต่างๆที่เป็นภาษาขอมได้เป็นอย่างดี และท่านสามารถเทศน์สอนได้ตั้งแต่ยังเป็นสามเณรด้วย เป็นที่ชอบใจเลื่อมใสศรัทธาจากญาติโยมเป็นอย่างมากโดยเฉพาะพระสงฆ์ครูบาอาจารย์ท่านได้ฟังสามเณรเทศน์แล้วรู้สึกชื่นชมมากเพราะเป็นเรื่องแปลกอยู่เหมือนกันที่สามเณรอายุแค่นี้แต่สามารถเทศน์ภาษาขอมโบราณมีสำนวนโวหารด้วยน้ำเสียงกังวานไพเราะลึกซึ้งจับใจเป็นอย่างมากฟังแล้วชวนให้คิดพิจารณาตามคำเทศนานั้นจนเกิดปัญญาได้และต่อมาท่านก็เป็นพระนักเทศน์ที่มีชื่อเสียงรูปหนึ่งในจังหวัดสุรินทร์ ในด้านพุทธาคมต่างๆท่านก็ได้รับการถ่ายทอดจากหลวงตาหลอด มหานาโถ อย่างเต็มภูมิ เพราะหลวงตาท่านเมตตาสามเณรแก่นเป็นอย่างมาก ซึ่งหลวงตาหลอด ท่านเป็นศิษย์ทายาทธรรมจาก หลวงพ่อหว่าง ธมฺมโชโต เกจิอาจารย์ชื่อดังสมัยก่อนและหลวงพ่อหว่าง ท่านก็เป็นพระอุปัชฌา ของพระเกจิชื่อดังแห่งอีสานใต้รูปหนึ่งที่เราคุ้นเคยรู้จักกันคือ หลวงปู่เจียม อติสฺสโย วัดอินทราสุการาม ตำบลกระเทียม อำเภอลำดวน จังหวัดสุรินทร์และในปีนั้นสามเณรแก่นท่านก็สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี และในปีต่อมาประมาณ พ.ศ ๒๕๓๕-๒๕๓๖ พระอาจารย์ก็ได้ส่งท่านไปเรียนต่อที่วัดกลางโกสุม อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม เรียนต่อพระปริยัติสามัญ ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ (เพราะก่อนท่านมาบวชท่านเรียนอยู่ระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๑ แล้ว) ในระยะที่มาบวชจึงเรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ พร้อมกับเรียนนักธรรมชั้นโทและนักธรรมชั้นเอก ช่วงที่ท่านไปจำพรรษาและศึกษาอยู่ที่วัดกลางโกสุม จังหวัดมหาสารคามนั้น ด้วยบุคลิกภาพที่ท่านเป็นผู้มีอุปนิสัยและมารยาทที่อ้อนน้อมถ่อมตนจึงเป็นที่รักใคร่เอ็นดูจากเจ้าอาวาสเป็นอย่างมาก นั้นก็คือ พระครูพิสัยสารคุณ เจ้าอาวาสวัดโกสุมพิสัย เจ้าคณะอำเภอโกสุมพิสัย ท่านจึงเมตตาให้สามเณรมาอยู่รับใช้ที่กุฏิของท่านด้วย และท่านก็เมตตาสามเณรเป็นอย่างมาก ได้ดูแลส่งเสียค่าเล่าเรียนให้จนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และสอบได้นักธรรมชั้นโท,นักธรรมชั้นเอก จากสำนักเรียนที่จังหวัดมหาสารคาม เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาจากญาติโยมในเขตอำเภอโกสุมพิสัยเป็นอย่างมากบวกกับท่านสามารถเทศน์ปากเปล่าอาศัยปฏิภาณไหวพริบความจำจากการศึกษาเรียนรู้ในหลักธรรม เป็นประจำทุกครั้งเวลาขึ้นเทศน์สร้างความชื่นชมชื่นอกชื่นใจแก่ญาติโยมเป็นอย่างมาก -เมื่อเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และนักธรรมชั้นโท,นักธรรมชั้นเอกแล้ว ท่านก็ได้กลับมาที่จังหวัดสุรินทร์บ้านเกิด โดยในปี พ.ศ ๒๕๓๗ สามเณรแก่นก็ได้ไปจำพรรษาที่วัดอู่โลก ตำบลอู่โลก อำเภอลำดวน จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นวัดของหลวงลุงของท่าน คือ พระครูวิมลพัฒนกิจ (หลวงพ่อนิตย์ มหิสฺสโร) ซึ่งอดีตเคยเป็นหมอเจรียงเบริญชื่อดังในนามว่า สังขะเขต ท่านได้จำพรรษาอยู่ที่นั้น ๑ พรรษา และได้ช่วยหลวงลุงสอนนักธรรมแก่พระสงฆ์ในวัดด้วย อีกทั้งได้ศึกษาวิชาอาคมจากพระชาวกัมพูชา ที่มาจำพรรษาในวัดอู่โลก ซึ่งสามเณรเป็นผู้สนใจในศึกษาในเรื่องของวิชาอาคมมาตั้งแต่เด็กแล้ว ฉะนั้นเมื่อท่านรู้ว่าใครที่มีวิชาอาคมดีท่านจะไปฝากตัวเป็นศิษย์และขอเล่าศึกษาเล่าเรียนวิชาอาคมจากท่านเหล่านั้นด้วยความศรัทธาเป็นประจำเรื่อยมา *อุปสมบท -อุปสมบทเมื่อวันจันทร์ที่ ๑๙ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๔๓ (แรม ๔ ค่ำ เดือน ๔ ปีชวด) ณ.วัดสุวรรณรัตน์โพธิยาราม ตำบลลำดวน อำเภอลำดวน จังหวัดสุรินทร์ โดยมี -พระอุปัชฌาย์ พระครูสังฆกิจจาทร วัดสุวรรณรัตน์โพธิยาราม ตำบลลำดวน อำเภอลำดวน จังหวัดสุรินทร์ -พระกรรมวาจาจารย์ พระครูรัตนธรรมนิวิฐ วัดเกาะแก้วสิริสุข ตำบลอู่โลก อำเภอลำดวน จังหวัดสุรินทร์ -พระอนุสาวนาจารย์ พระครูวิมลพัฒนกิจ วัดอู่โลก ตำบลอู่โลก อำเภอลำดวน จังหวัดสุรินทร์ ได้รับฉายาว่า "คมฺภีรมุนี" -เมื่ออุปสมบทแล้ว พระแก่น คมฺภีรมุนี (หลวงตาแก่น) ได้จำพรรษา ณ.วัดสุวรรณรัตน์โพธิยาราม ซึ่งท่านเคร่งครัดในข้อวัตรปฏิบัติสร้างความเลื่อมใสศรัทธาต่อญาติโยมเป็นอย่างมาก ได้เป็นที่พึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านทั้งในหมู่บ้านในเขตวัดและละแวกใกล้เคียง โดยเฉพาะชื่อเสียงของท่านในด้านการเทศนาก็เป็นที่ชื่นชอบและศรัทธาของญาติโยมทั้งในเขตจังหวัดสุรินทร์รวมทั้งเขตใกล้เคียงด้วย และแน่นอนที่สุดสรรพวิชาอาคมที่ท่านมีอยู่ท่านก็หมั่นศึกษาและปฏิบัติอยู่เสมอ รวมทั้งเรียนรู้เพิ่มจากครูบาอาจารย์ผู้ทรงภูมิธรรมในเขตพื่้นที่นั้นๆ และศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองจากคัมภีร์ตำราเก่าๆ ที่ได้รับการสั่งสมและสืบทอดต่อกันมาอีกด้วย -ในปี พ.ศ.๒๕๔๗ ท่านก็ได้ตั้งใจปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด ด้วยการขึ้นครูปฏิบัติกัมมัฏฐาน หรือ ชาวบ้านในพื้นที่เขตนั้น เรียกเป็นภาษาเขมรว่า"เลิงเปรี๊ยะเธิร" หรือขึ้นพระธรรม คือการขึ้นกัมมัฏฐาน กับหลวงปู่เลียม ธมฺมวโร ซึ่งเป็นศิษย์กัมมัฏฐาน ของ พระครูสังขบุรารักษ์ (หลวงพ่อประณต นตฺตโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดสุวรรณรัตน์โพธิยาราม โดยหลวงพ่อประณต นตฺตโร ท่านก็เป็นศิษย์ของหลวงปู่เปราะ พุทฺธโชคฺ เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงอภิญญามากด้วยบุญฤทธิ์และอิทธิฤทธิ์ในสมัยก่อน ซึ่งหลวงตาแก่น ท่านได้ตั้งใจปฏิบัติตามคำสั่งสอนของครูบาอาจารย์อย่างเคร่งครัด และได้รับคำชื่นชมจากครูบาอาจารย์ว่า ปฏิบัติได้เคร่งครัด และหลวงพ่อเลียม ก็ได้สอนวิชาอาคมต่างๆให้อีกด้วย เมื่อออกพรรษา คณะศรัทธาญาติโยมได้ร่วมกันทำบุญฉลองพระกรรมฐานให้ท่านซึ่งถือเป็นประเพณีพิธีกรรมแต่โบราณอย่างหนึ่งของชาวบ้านแถวอำเภอลำดวน โดยในสมัยก่อนได้เคยยึดถือปฏิบัติพิธีอย่างนี้เป็นประจำ และในระหว่างที่ท่านได้จำพรรษาอยู่นั้น ท่านก็ได้ศึกษาการเทศนาจาก พระครูสังฆกิจจาทร (ลาน ปญฺญาคโม) พระอุปัชฌาย์ของท่าน ซึ่งหลวงพ่อลานนั้นท่านถือได้ว่าเป็นพระนักเทศน์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่ศรัทธาแก่ญาติโยมเป็นอย่างมาก และหลวงพ่อลาน ก็เห็นแววไหวพริบปฏิภาณของหลวงตาแก่น ในการศึกษาเรียนรู้ในหลักธรรม ท่านจึงได้สั่งสอนการเทศน์ให้อย่างสมบูรณ์และบ่อยครั้งที่ท่านจะให้ หลวงตาแก่นเทศน์ร่วมกับท่าน ซึ่งทำให้สำนวนการเทศน์ของหลวงตาแก่นนั้นมีความคล้ายกับสำนวนของครูบาอาจารย์อย่างมาก ถือเป็นเอกลักษณ์การเทศน์ของท่านด้วย *งานการปกครอง -พ.ศ.๒๕๔๘ ภายหลังพระครูสังฆกิจจาทร (ลาน ปญฺญาคโม) ได้มรณะภาพลง คณะสงฆ์ คณะกรรมการวัด มีมติพร้อมใจกันให้ หลวงตาแก่น ดำรงตำแหน่งเป็น รักษาการเจ้าอาวาสวัดสุวรรณรัตน์โพธิยาราม ตำบลลำดวน อำเภอลำดวน จังหวัดสุรินทร์ -พ.ศ.๒๕๔๙ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดสุวรรณรัตน์โพธิยาราม และได้รับ ฐานานุกรมที่ "พระสมุห์ "ของท่านเจ้าคุณ พระศรีวิสุทธิคุณ รองเจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ งานการศึกษา -พ.ศ.๒๕๔๘ ได้รับการแต่งตั้งเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม แผนกธรรมประจำวัดสุวรรณรัตน์โพธิยาราม -พ.ศ.๒๕๔๙ ดำเนินโครงการมอบทุนเพื่อศาสนศึกษาของวัดสุวรรณรัตน์โพธิยาราม แก่เด็กนักเรียนตามโรงเรียนต่างๆและทุนการศึกษาแก่พระภิกษูสามเณรที่ศึกษาต่อเป็นประจำทุกปี งานเผยแพร่พระพุทธศาสนา - เชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนปฏิบัติหน้าที่ของความเป็นชาวพุทธในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา - เป็นพระธรรมกถึกแสดงพระธรรมเทศนาในงานบุญพิธี,กุศลพิธี,วันธรรมสวนะและได้อบรมสั่งสอนในเรื่องของการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน แก่พระภิกษุสามเณรและญาติโยมอุบาสกอุบาสิกกาตามวาระโอกาสและในพิธีต่างๆ - เป็นผู้นำในการจัดกิจกรรมวันสำคัญต่างๆ เช่นในวันเฉลิมพระชนมพรรษาได้จัดกิจกรรมสวดมนต์และปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติในวันที่ ๑๒ สิงหาคม วันที่ ๕ ธันวาคม รวมทั้งงานประเพณีอื่นๆเช่น วันผู้สูงอายุ,วันสงกรานต์,พิธีแซนโฏนตาเดือนสิบ และพิธีกวนข้าวทิพย์ในวัออกพรรษา - เป็นพระวิทยากรอบรมในโครงการบรรพชาอุปสมบทพระภิกษุสามเณรภาคฤดูรัอนในอำเภอลำดวนและเขตใกล้เคียง - ให้ความร่วมมือกับคณะสงฆ์อำเภอลำดวนและคณะสงฆ์จังหวัดสุรินทร์ทุกครั้งที่การขอร้องขอ และขอความร่วมมือ - ให้สวนราชการใช้สถานที่ของวัดสุวรรณรัตน์โพธิยารามเพื่อพบปะประชาชนและประชุมชี้แจงชาวบ้าน *งานสาธารณูปการและปฏิสังขรณ์ -พ.ศ. ๒๕๔๘ ถึงปัจจุบัน ดำเนินการก่อสร้างปรับปรุงตกแต่งภูมิทัศน์จัดสวนต่างๆในเขตวัดให้เกิดความสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อยเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจแก่พุทธศาสนิกชน -พ.ศ. ๒๕๔๙ ดำเดินการกาอสร้างกำแพงแก้วรอบพระอุโบสถ และทำกาบูรณปฎิสังขรณ์พระอุโบสถ วัดสุวรรณรัตน์โพธิยาราม -พ.ศ. ๒๕๕๑ ดำเนินการก่อสร้างโรงครัว,ห้องน้ำ,บูรณะฌาปนสถานและทาสีกำแพงรอบวัดสุวรรณรัตน์โพธิยาราม -พ.ศ. ๒๕๕๒ ดำเนินการก่อสร้างศาลาปฏิบัติธรรมประจำวัดสุวรรณรัตน์โพธิยารามและบูรณปฏิสังขรณ์ซุ้มประตูทางด้านทิศใต้ของวัด -พ.ศ.๒๕๕๓ ดำเนินการก่อสร้างอาคารหอประชุมกูฏิสงฆ์สองชั้นโดยคณะศิษยานุศิษย์และผู้มีจิตศรัทธา โดยใช้เวลาในการก่อสร้าง ๑ ปี ๑๐ เดือน จึงแล้วเสร็จ -รวมค่าสาธารณูปการทั้งสิ้น ๑๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท(สิบหกล้านบาทถ้วน) *รางวัลเกียรติคุณ -พ.ศ. ๒๕๕๒ ได้รับพระราชทานรางวัลเสาเสมาธรรมจักรจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ด้านผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา -พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้รับรางวัลรัชตเกียรติคุณ จากสภาผู้แทนราษฏร -พฺศ. ๒๕๕๕ ได้รับพระราชทาน "สมณศักดิ์" เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท ในราชทินนามว่า “พระครูโพธิสุวรรณรัตน์” *พรหลวงพ่อแก่น - สลา คุณวุฒิ