“มูฮัมหมัด อาลี” 

 

เศร้า!'มูฮัมหมัด อาลี' นักมวยเฮฟวี่เวทผู้เป็นตำนาน เสียชีวิต
ทำไม 'มูฮัมหมัด อาลี' จึงมี 'ท่ามวย' ที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี
สาระเรื่อยเปื่อย - รำลึกถึง "สิงห์จอมโว" มูฮัมหมัด อาลี  อดีตราชามวยโลกผู้ยิ่งใหญ่  เมื่อเช้าวันนี้ใครหลายคนที่ติดตามข่าวสารโดยเฉพาะด้านกีฬา  ก็คงจะได้รับทราบข่าวการจากไปของตำนานนักมวยอดีตแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวตผู้ยิ่งใหญ่  มูฮัมหมัด อาลี มูฮัมหมัด อาลี ...

   “มูฮัมหมัด อาลี” ( Muhammad Ali) เป็นอดีตยอดนักมวยชาวอเมริกันในรุ่นเฮฟวี่เวทผู้เป็นตำนาน อาลีมีชื่อจริงแต่กำเนิดว่า “เคสเซียส มาเซลลัส เคลย์ จูเนียร์” (Cassius Marcellus Clay Jr.) แต่นิยมเรียกว่า เคสเซียส เคลย์ (Cassius Clay)

 * ชีวประวัติและผลงาน

   - อาลีขึ้นชกมวยครั้งแรกเมื่ออายุได้เพียง 12 ปี โดยมีครูฝึกเป็นตำรวจเชื้อสายไอริชชื่อ โจ มาร์ติน จุดประสงค์แรกก็คือให้อาลีใช้เป็นทักษะการต่อสู้เพื่อปกป้องจักรยานราคา 60 ดอลลาร์ของตนจากเด็กละแวกบ้านเดียวกัน 

  - อาลีได้พัฒนาฝีมือการชกขึ้นตามลำดับจนกระทั่งคว้าแชมป์มวยสากลสมัครเล่นรุ่นไลท์เฮฟวี่เวทของเมืองลุยส์วิลล์ จากนั้นได้ครองแชมป์ระดับภูมิภาคของชิคาโก ได้แชมป์มวยสากลสมัครเล่นแห่งชาติ และประสบความสำเร็จสูงสุดจากการได้เหรียญทองในรุ่นไลท์เฮฟวีเวทในการแข่งขันโอลิมปิกที่กรุงโรมประเทศอิตาลีแต่การเดินทางด้วยเครื่องบินในครั้งนั้น อาลีกลัวเครื่องบินจะตกมาก ถึงขนาดสวมใส่เสื้อชูชีพไว้ตลอดการเดินทาง

    - หลังจากนั้นอาลีได้เดินทางกลับสหรัฐอเมริกาเยี่ยงวีรบุรุษ แต่เมื่อเขาได้เข้าไปที่ภัตตาคารแห่งหนึ่งเพื่อที่จะเฉลิมฉลอง กลับถูกบริกรในร้านปฏิเสธเพราะมีข้อกำหนดว่าบริการเฉพาะคนผิวขาวเท่านั้น อาลีจึงตอบโต้ด้วยการเขวี้ยงเหรียญที่ได้รับลงแม่น้ำโอไฮโอเพื่อเป็นการประท้วง แต่เขากลับอ้างว่าไม่ได้เขวี้ยง แต่ลืมทิ้งไว้ไม่รู้หายไปไหน ซึ่งอีกหลายปีต่อมาในโอลิมปิคที่แอตแลนต้า ทางคณะกรรมการโอลิมปิกสากลได้มอบเหรียญรางวัลใหม่เพื่อเป็นเกียรติให้แก่เขา

    -อาลีได้ขึ้นชกมวยอาชีพครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 ตุลาคมพ.ศ. 2503 โดยมีแองเจโล่ ดันดี เทรนเนอร์ชื่อดังระดับโลกเป็นผู้ฝึกสอน ซึ่งการชกภายใต้การควบคุมของดันดี ทำให้อาลีพัฒนาสไตล์การชกแตกต่างไปจากนักมวยในรุ่นเฮฟวีเวทคนอื่น ๆ มาก เพราะอาลีแม้จะเป็นมวยรุ่นใหญ่แต่สามารถชกคู่ต่อสู้ขณะเต้นฟุทเวิร์กได้ตลอดเวลาอย่างสวยงามและมีลีลาเหมือนมวยรุ่นเล็ก แต่ก็ยังปล่อยหมัดได้แม่นยำและหนักหน่วง ถึงขนาดสามารถที่จะชกพร้อมกับเต้นถอยหลังได้ จึงทำให้อาลีได้รับนิยามว่า "โบยบินเหมือนผีเสื้อ ต่อยเจ็บเหมือนผึ้ง" (Float like a Butterfly, Sting Like a Bee)จุดนี้ทำให้อาลีนำพู่มาติดที่รองเท้าเป็นรายแรกยามที่พู่สะบัดก็จะยิ่งเพิ่มความงดงามให้กับการชกของตน

   -อาลีขึ้นชิงแชมป์โลกครั้งแรกกับซอนนี ลิสตันนักมวยจอมโหดผู้เคยผ่านการติดคุกมาแล้ว เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2507ในการชกครั้งนี้หลายฝ่ายคาดว่าอาลีคงต้องถูกน็อกอย่างแน่ แต่อาลีกลับเป็นฝ่ายที่สามารถชนะอาร์ทีดี (คู่ต่อสู้ขอยอมแพ้หลังหมดยก) ลิสตันได้ในยก 6 และได้ชื่อเสียงมาในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน

    - ในปี พ.ศ. 2509 อาลีได้รับหมายเกณฑ์เพื่อเข้าร่วมรบในสงครามเวียดนามเขาถูกจัดให้อยู่ในประเภท A-1 (ดีเยี่ยม) โดยทางการให้สัญญาว่า ตำแหน่งของเขาจะอยู่ห่างจากสมรภูมิหลายร้อยไมล์ แต่อาลีก็ตอบโต้คำสั่งด้วยประโยคที่เป็นอมตะว่า "ผมไม่เคยมีเรื่องราวอะไรกับพวกเวียดกง" (I ain't got no quarrel with them Viet Cong) นั่นทำให้ในวันที่28 เมษายนพ.ศ. 2510 อาลีปฏิเสธอย่างเป็นทางการว่าจะไม่เข้าร่วมในกองทัพ อีก 10 วันต่อมาเขาถูกดำเนินคดีที่ฮิวสตันในข้อหาหลีกเลี่ยงทหาร ผู้พิพากษา โจ อิงแกรม ตัดสินให้เขาได้รับโทษสูงสุดคือจำคุก 5 ปี และปรับเป็นเงิน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ในระหว่างการยื่นอุทธรณ์อาลีถูกสั่งห้ามชก)

   -ตัวอย่างของอาลียังทำให้มาร์ติน ลูเทอร์ คิง จูเนียร์ ที่ยังลังเลที่จะต่อต้านนโยบายของรัฐบาลประธานาธิบดีจอห์นสัน ได้แสดงแนวความต่อต้านสงครามของตนออกมาเป็นครั้งแรก

   -จากนั้นอาลีได้ทำในสิ่งที่ชาวโลกตะลึง เมื่อจู่ ๆ เขาประกาศว่าเขาหันมานับถือศาสนาอิสลาม โดยคำสอนของศาสนาไม่ให้ไปเข่นฆ่าผู้คน ดังนั้นการเกณฑ์เป็นทหารจึงเป็นสิ่งที่เขารับไม่ได้ และได้เปลี่ยนชื่อจากเคสเซียส เคลย์ มาเป็น มูฮัมหมัด อาลี อย่างที่รู้จักกันแพร่หลาย

   - ซึ่งชื่อนี้ อีไลจาห์ มูฮัมหมัดผู้นำมุสลิมในสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ตั้งให้ โดยมีความหมายว่า "ควรค่าแก่การสรรเสริญ" แต่อย่างไรก็ตาม อาลีเคยให้สัมภาษณ์ว่า ในตอนแรกทีขึ้นชกมวยเขาเคยใช้ชื่อว่า "เคสเซียส เอ็กซ์" (Cassius X) ตามแบบแมลคัม เอ็กซ์ นักต่อสู้เพื่อสิทธิคนผิวดำในสหรัฐอเมริกา

   -คำร้องอุทธรณ์ของอาลีมาประสบความสำเร็จในวันที่ 28 มิถุนายนพ.ศ. 2514 คำตัดสินของศาลสูงสุดยกฟ้องด้วยเสียง 8:0 นับเป็นระยะเวลา 3 ปีที่อาลีไม่ได้ขึ้นเวทีชกมวยเลย 

  -ซึ่งปัจจุบันหลายฝ่ายเห็นว่า นั่นคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของเขา น่าจะเป็นช่วงที่อาลีขึ้นถึงจุดสูงสุดในชีวิตการชกมวยได้ แต่กลับต้องเลยผ่านไปอย่างน่าเสียดาย

  -นักมวยรุ่นเฮฟวีเวทในระยะเวลาเดียวกันนั้นที่นับได้ว่าเป็นคู่ปรับคนสำคัญของอาลีคือ โจ เฟรเซียร์ทั้งคู่พบกันบนเวทีหลายครั้ง และทุกครั้งก็นับการเป็นการชกครั้งประวัติศาสตร์ 

   -ในครั้งแรกเฟรเซียร์สามารถเอาชนะคะแนนอาลีได้ในเวลา 15 ยก แต่กระนั้นเฟรเซียร์ก็ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลนานถึง 10 เดือน ด้วยฤทธิ์หมัดของอาลี 

  -ต่อมาทั้งคู่ชกกันอีกที่ฟิลิปปินส์ ในศึกที่มีชื่อว่า "Thrilla in Manila" คราวนี้เฟรเซียร์เป็นฝ่ายแพ้อาร์ทีดีไปในยกที่ 14

   -อีกครั้งหนึ่งที่นับเป็นการชกครั้งประวัติศาสตร์ของอาลีและของวงการมวยโลก คือ การพบกับ จอร์จ โฟร์แมนซึ่งขณะนั้นโฟร์แมนเป็นแชมป์โลกอยู่ และเป็นการชิงแชมป์โลกครั้งที่ 3 ในชีวิตของอาลี ในศึกที่มีชื่อว่า "The Rumble in the Jungle" ที่กรุงกินซาซ่า ประเทศซาอีร์   

   - การชกครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการจัดชกมวยระดับโลกเป็นครั้งแรกใจกลางทวีปแอฟริกาด้วย แต่หากยังมีนัยทางการเมืองแฝงอยู่ด้วย เพราะในขณะนั้นกระแสการเหยียดสีผิวกระเพื่อมรุนแรงมากในทั่วทุกมุมโลก โดยโปรโมเตอร์ผู้จัดครั้งนี้คือ ดอน คิง ซึ่งต่อมาศึกครั้งนี้ได้สร้างชื่อให้กับดอน คิง แจ้งเกิดได้ในวงการมวยระดับโลกมาจนปัจจุบัน

    -ผลการชก โฟร์แมนเป็นฝ่ายเดินเข้าหาและปล่อยหมัดใส่อาลีตั้งแต่ยกแรก ขณะที่อาลีได้แต่ปัดป้องและถอยพิงเชือก จนกระทั่งถึงยกที่ 8 ขณะที่โฟร์แมนเริ่มหมดแรง อาลีเร่งระดมปล่อยหมัดจนกระทั่งกรรมการยุติการชก ทำให้อาลีได้กลับมาเป็นแชมป์โลกสมัยที่ 2 ได้ในที่สุด 

  -ซึ่งในอีกหลายปีต่อมาโฟร์แมนได้เปิดเผยว่า ตนถูกฝ่ายอาลีและดอน คิง เอาเปรียบทุกอย่างและมีการเตรียมเชือกกั้นเวทีให้หย่อนกว่าปกติเพื่อที่อาลีจะได้โยกหลบหมัดของตนได้อย่างเต็มที่

    -อาลีมาเสียแชมป์โลกเมื่อเป็นฝ่ายแพ้คะแนน 15 ยกแก่ ลีออน สปิงก์ส์ นักมวยรุ่นน้องอดีตแชมป์เหรียญทองโอลิมปิคที่มอนทรีออล 

   -แม้ต่อมาจะเป็นฝ่ายแก้มือเอาชนะสปิงก์ส์ในครั้งต่อมาได้ ปีต่อมาก็ประกาศแขวนนวม แต่ก็อีกไม่นานก็คัมแบ็ แลร์รี โฮล์มส์คกลับมาด้วยการแพ้อาร์ทีดีในยกที่ 10 ต่อ เมื่อ วันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2523 ต่อมากลายเป็นแชมป์โลกรุ่นเฮฟวีเวทที่สามารถป้องกันตำแหน่งได้มากถึง 17 ครั้ง 

  -อาลีขึ้นชกมวยครั้งสุดท้ายก็เป็นฝ่าย​แพ้คะแนน ต่อ เทรเวอร์ เบอร์บิก ที่ต่อมากลายเป็นแชมป์โลก WBC รุ่นเฮฟวีเวท โดยสภาพร่างกายของอาลีไม่ไหวแล้ว ในวันที่ 12 พฤศจิกายนพ.ศ. 2524

   สำหรับการชกที่ถือว่าอาลีต้องเจ็บตัวมากที่สุด คือการพ่ายแพ้แก่ เคน นอร์ตัน นักมวยโนเนมในขณะนั้น เมื่อวันที่ 31 มีนาคมพ.ศ. 2516 แม้จะเป็นฝ่ายแพ้คะแนน แต่หลังการชกอาลีถูกตรวจพบว่าถึงกับกรามหักจากฤทธิ์หมัดของนอร์ตัน

(อาลี หลังแขวนนวม)

   -มูฮัมหมัด อาลี ถือว่าเป็นนักมวยผู้เป็นตำนานในหลายด้าน นอกจากบุคลิกที่โดดเด่น กล้าคิด กล้าพูด หลายเรื่องที่อาลีแสดงความเห็นและแสดงออกทางสังคมล้วนแต่มีนัย มีความหมายทั้งสิ้น ประกอบกับกระแสการเมืองทั้งในสหรัฐอเมริกาและการเมืองโลกขณะนั้นยิ่งทำให้อาลีกลายเป็นบุคคลที่โดดเด่นขึ้นมา ได้รับเชิญให้ไปบรรยายในมหาวิทยาลัยและสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ จนได้รับการคัดเลือกให้เป็นบุคคลแห่งปีของหลายสถาบัน และได้รับเลือกให้เป็นบุคคลในวงการกีฬาแห่งปี พ.ศ. 2517 ของนิตยสารสปอร์ตอิลลัสเตรด อีกทั้งยังเป็นนักมวยรายแรกที่กล้าทำนายผลการชกของตัวเองล่วงหน้า แม้จะฟังดูว่าอวดตัวเอง แต่อาลีก็สามารถทำได้ในหลายต่อหลายครั้ง จนทำให้มีจอห์นนี เวกกิน นักดนตรีชาวอังกฤษแต่งเพลงให้แก่อาลีชื่อ "Black Superman" ซึ่งต่อมาคำนี้ได้กลายเป็นฉายาของอาลีในภาษาอังกฤษด้วย และในส่วนของแฟนมวยชาวไทยได้ให้ฉายาแก่อาลีในแบบที่สอดคล้องกับชื่อภาษาอังกฤษว่า "สิงห์จอมโว"

   * ชีวิตครอบครัว อาลีสมรสทั้งหมด 4 ครั้ง มีบุตรทั้งหมด 9 คน เป็นหญิง 7 คน ชาย 2 คน 

  -โดยอาลีสมรสครั้งแรกกับ ซอนจี รอย สาวเสิร์ฟค็อกเทล เมื่อปี พ.ศ. 2507 หลังรู้จักกันได้เพียง 1 เดือนก่อนจะเลิกรากัน

   -ในอีก 2 ปีถัดมา จากนั้นจึงสมรสเป็นครั้งที่ 2 กับ เบลินดา บอยด์ เมื่อปี พ.ศ. 2510 มีบุตรสาว 3 คน บุตรชาย 1 คน แต่หย่าร้างกันในปี พ.ศ. 2519      -จากนั้นปีถัดมาสมรสใหม่อีกครั้งกับ เวโรนิกา พอร์ช มีบุตรสาวทั้งหมด 4 คน แต่ก็หย่าอีกเมื่อปี พ.ศ. 2529 

   -และปีเดียวกันนั้นเอง อาลีสมรสครั้งสุดท้ายกับ โยลันดา วิลเลียมส์ และรับอุปการะเด็กมาเลี้ยง

     -หลังแขวนนวม มูฮัมหมัด อาลี ได้ทำงานเกี่ยวกับสาธารณกุศลไปทั่วโลก และในสงครามอ่าวเปอร์เซีย เมื่อปี พ.ศ. 2533 เมื่ออิรักบุกยึดคูเวตได้แล้ว กองทัพอิรักได้จับกุมตัวประกันชาวอเมริกันได้กว่า 2,000 ราย อาลีได้เสนอตัวเข้าไปเป็นผู้เจรจาปล่อยตัวประกันด้วยตนเองกับประธานาธิบดี ซัดดัม ฮุสเซน ถึงกรุงแบกแดก ด้วยคิดว่าชื่อเสียงของเขาและการที่เป็นชาวมุสลิมเหมือนกันจะช่วยให้การเจรจาเป็นไปได้ด้วยดี ปรากฏว่าความพยายามของอาลีเป็นที่สำเร็จ เมื่อทางฮุสเซนยอมปล่อยตัวประกันออกมา 15 ราย หลังจากใช้เวลาเจรจาเพียง 50 นาที 

    -นอกจากนี้แล้ว อาลียังเป็นที่รับรู้กันดีว่าเป็นโรคพาร์กินสันหรือโรคเมาหมัด ซึ่งเป็นผลจากการชกมวย แต่ในพิธีเปิดโอลิมปิคที่แอตแลนต้า อาลีได้รับเกียรติจากคณะกรรมการจัดการแข่งขัน ให้เป็นบุคคลสุดท้ายที่จุดคบเพลิงด้วยมือที่สั่นเทา แต่อาลีก็สามารถทำได้ เป็นที่ประทับใจของผู้คนทั่วโลก แม้กระทั่งบิล คลินตันประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ผู้เป็นประธานพิธีเปิดถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความซาบซึ้ง

    -ต่อมาเขาถูกยกย่องให้เป็นแชมป์โลกตลอดกาลในรุ่นเฮฟวีเวทโดยสมาคมมวยโลก ในปี 2554

   -อาลี เสียชีวิตในวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2559 ที่โรงพยาบาลในเมืองสกอตส์เดล รัฐแอริโซนา เวลา 21:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น จากโรคพาร์กินสันและระบบทางเดินหายใจ ขณะอายุได้ 74 ปี 

 - และหลังจากข่าวการเสียชีวิตได้เป็นที่รับรู้กัน ได้มีการแสดงความเสียใจจากบุคคลในวงการมวยระดับโลกหลายคนและอีกหลากหลายวงการ เช่น ดอน คิง, จอร์จ โฟร์แมน, ไมก์ ไทสัน, แมนนี ปาเกียว และฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ รวมถึงบารัก โอบามา

*เกียรติ​ประวัติ​

-เหรียญทองมวยสากลสมัครเล่นโอลิมปิกฤดูร้อน 1960 ​รุ่นไลท์เฮฟวี่เวท ที่ กรุงโรม​ ประเทศอิตาลี

-แชมป์โลก WBA​ WBC The Ring และ Lineal รุ่นเฮฟวีเวท

ชิง , 25 กุมภาพันธ์​ 2507 , ชนะอาร์ทีดี​ ซอนนี ลิสตัน ​( สหรัฐ) ยก 6 ที่ ไมแอมี บีช คอนเวนชัน เซนเตอร์​ ไมแอมี สหรัฐ (ต่อมาสละแชมป์ WBA)

-ป้องกันตำแหน่ง​ครั้งที่ 1 , 25 พฤษภาคม​ 2508 , ชนะน็อก ซอนนี ลิสตัน ( สหรัฐ) ยก 1 ที่ แอนดรอสคอกกิน แบงก์ คอลิซิเอ เลวิสตัน​ สหรัฐ

-ป้องกันตำแหน่ง​ครั้งที่ 2 , 22 พฤศจิกายน​ 2508 , ชนะทีเคโอ​ ฟลอยด์ แพทเทอร์สัน ( สหรัฐ) ยก 12 ที่ ลาสเวกัส​ คอนเวนชัน เซนเตอร์ วินเชสเตอร์ สหรัฐ

-ป้องกันตำแหน่ง​ครั้งที่ 3 , 29 มีนาคม 2509 , ชนะคะแนน จอร์จ​ ชูเวโล (ธงของประเทศแคนาดา แคนาดา) ที่ เมเปิล ลีฟ การ์เดน โทรอนโต ประเทศแคนาดา

-ป้องกันตำแหน่ง​ครั้งที่ 4 , 21 พฤษภาคม 2509 , ชนะทีเคโอ เฮนรี คูเปอร์​ ( สหราชอาณาจักร) ยก 6 ที่ อาร์เซนอลสเตเดียม ลอนดอน สหราชอาณาจักร

-ป้องกันตำแหน่ง​ครั้งที่ 5 , 6 สิงหาคม 2509 , ชนะน็อก​ ไบรอัน ลอนดอน ( สหราชอาณาจักร) ยก 3 ที่ เอิร์ลส์ คอร์ท เอ็กซ์ซิบิชัน เซนเตอร์​ ลอนดอน สหราชอาณาจักร​

-ป้องกันตำแหน่ง​ครั้งที่ 6 , 10 กันยายน 2509 , ชนะทีเคโอ​ คาร์ล มิลเชินแบร์เกอร์ (ธงของประเทศเยอรมนี เยอรมนี) ยก 10 ที่ วัลท์ชตาดีอ็อน แฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนีตะวันตก

-ป้องกันตำแหน่ง​ครั้งที่ 7 , 14 พฤศจิกายน​ 2509 , ชนะทีเคโอ​ คลีฟแลนด์​ วิลเลียมส์ ( สหรัฐ) ยก 3 ที่ แอสโตรโดม ฮิวสตัน สหรัฐ​

-ป้องกันตำแหน่ง​ครั้งที่ 8 และชิงแชมป์โลก WBA ใน​รุ่น​เดียวกัน​ , 6 กุมภาพันธ์​ 2510 , ชนะคะแนน​ เออร์นี เทอร์เรล ( สหรัฐ) ที่ แอสโตรโดม ฮิวสตัน สหรัฐ

-แชมป์ NABF รุ่นเฮฟวีเวท

ชิง , 7 ธันวาคม​ 2513 , ชนะทีเคโอ​ โอสการ์ โบนาเบนา (ธงของประเทศอาร์เจนตินา อาร์เจนตินา) ยก 15 ที่ เมดิสันสแควร์การ์เดน นครนิวยอร์ก สหรัฐ

-แชมป์ NABF รุ่นเฮฟวีเวท (สมัยที่ 2)

ชิง , 26 มิถุนายน​ 2514 , ชนะทีเคโอ​ จิมมี เอลลิส ( สหรัฐ) ยก 12 ที่ แอสโตรโดม ฮิวสตัน สหรัฐ

-ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 1 , 17 พฤศจิกายน​ 2514 , ชนะคะแนน​ บัสเตอร์ เมทิส ( สหรัฐ) ที่ แอสโตรโดม ฮิวสตัน สหรัฐ

-ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 2 , 1 พฤษภาคม​ 2515 , ชนะคะแนน​ จอร์จ ชูเวโล (ธงของประเทศแคนาดา แคนาดา) ที่ แปซิฟิกคอลิเซียมแวนคูเวอร์ ประเทศ​แคนาดา​

-ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 3 , 27 มิถุนายน​ 2515 , ชนะทีเคโอ​ เจอร์รี แควรี ( สหรัฐ) ยก 7 ที่ ลาสเวกัส​ คอนเวนชัน เซนเตอร์ วินเชสเตอร์ สหรัฐ

-ป้องกันตำแหน่ง​ครั้งที่ 4 , 22 กันยายน​ 2515 , ชนะอาร์ทีดี ฟลอยด์ แพทเทอร์สัน ( สหรัฐ) ยก 7 ที่ เมดิสันสแควร์การ์เดน นครนิวยอร์ก สหรัฐ​

-ป้องกันตำแหน่ง​ครั้งที่ 5 , 21 พฤศจิกายน​ 2515 , ชนะน็อก บ็อบ ฟอสเตอร์ ( สหรัฐ) ยก 8 ที่ โรงแรมและคาสิโน​ฮาร์ดร็อก เลกทาโฮ สเตทไลน์​ สหรัฐ

-เสียแชมป์​ , 31 มีนาคม 2516 , แพ้คะแนน​ เคน นอร์ตัน ( สหรัฐ) ที่ พีแชนกา อารีนา แซนดีเอโก สหรัฐ​

-แชมป์ NABF รุ่นเฮฟวีเวท (สมัยที่ 3)

-ชิง , 10 กันยายน​ 2516 , ชนะคะแนน เคน นอร์ตัน ( สหรัฐ) ที่ เดอะ ฟอรัม อิงเกิลวูด สหรัฐ

-ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 1 , 28 มกราคม​ 2517 , ชนะคะแนน​ โจ เฟรเซียร์ ( สหรัฐ) ที่ เมดิสันสแควร์การ์เดน นครนิวยอร์ก สหรัฐ

-แชมป์โลก WBA WBC The Ring และ Lineal รุ่นเฮฟวี่เวท (สมัยที่ 2)​

ชิง , 30 ตุลาคม​ 2517 , ชนะน็อก​ จอร์จ โฟร์แมน ​( สหรัฐ) ยก 8 ที่ สต๊าดตาตาราฟาเอลกินชาซา สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก

-ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 1 , 24 มีนาคม​ 2518 , ชนะทีเคโอ ชัก เว็พเนอร์ ( สหรัฐ) ยก 15 ที่ ริชฟิลด์คอลิเซียม ริชฟิลด์ สหรัฐ​

-ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 2 , 16 พฤษภาคม​ 2518 , ชนะทีเคโอ รอน ไลยล์ ( สหรัฐ) ยก 11 ที่ ลาสเวกัส​ คอนเวนชัน เซนเตอร์ วินเชสเตอร์ สหรัฐ

-ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 3 , 30 มิถุนายน​ 2518 , ชนะคะแนน​ โจ บักเนอร์​ ( สหราชอาณาจักร) ที่ สนามกีฬาเอกราช กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

-ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 4 , 1 ตุลาคม​ 2518 , ชนะอาร์ทีดี​ โจ เฟรเซียร์ ( สหรัฐ) ยก 14 ที่ สมาร์ท อาราเนตา คอลิเซียม เกซอนซิตีประเทศฟิลิปปินส์

-ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 5 , 20 กุมภาพันธ์​ 2519 , ชนะน็อก​ ฌ็อง ปีแยร์ กูแม็ง (ธงของประเทศเบลเยียม เบลเยียม) ยก 5 ที่ โรเบร์โต เกลเมนเต คอลิเซียม ซานฮวน ปวยร์โตรีโก

-ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 6 , 30 เมษายน​ 2519 , ชนะคะแนน​ จิมมี ยัง ( สหรัฐ) ที่ แคปิตอลเซนเตอร์ แลนด์โอเวอร์​ สหรัฐ

-ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 7 , 24 พฤษภาคม​ 2519 , ชนะทีเคโอ ริชาร์ด ดัน ( สหราชอาณาจักร) ยก 5 ที่ โอลิมพีอาฮาแล มิวนิก ประเทศเยอรมนีตะวันตก​

-ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 8 , 28 กันยายน​ 2519 , ชนะคะแนน เคน นอร์ตัน​ ( สหรัฐ) ที่ สนามกีฬาแยงกี นครนิวยอร์ก สหรัฐ

ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 9 , 16 พฤษภาคม 2520 , ชนะคะแนน อัลเฟรโด เอบังเฆลิสตา (ธงของประเทศอุรุกวัย อุรุกวัย) ที่ แคปิตอลเซนเตอร์​ แลนด์โอเวอร์ สหรัฐ

-ป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 10 , 29 กันยายน​ 2520 , ชนะคะแนน เออร์นี เชเวอร์ ( สหรัฐ) ที่ เมดิสันสแควร์การ์เดน นครนิวยอร์ก สหรัฐ

-เสียแชมป์ , 15 กุมภาพันธ์​ 2521 , แพ้คะแนน ลีออน สปิงก์ส์ ( สหรัฐ) ที่ โรงแรมเวสท์เกต ลาสเวกัส​ วินเชสเตอร์​ สหรัฐ

-แชมป์โลก WBA​ The Ring และ Lineal รุ่นเฮฟวีเวท (สมัยที่ 3)

ชิง ,15 กันยายน​ 2521 , ชนะคะแนน ลีออน สปิงก์ส์ ( สหรัฐ) ที่ เมอร์ซีเดส-เบนซ์ ซุเปอร์โดม นิวออร์ลีนส์​ สหรัฐ​

-เคยชิงแชมป์​ต่อไปนี้​แต่​ไม่​ส​ำ​เร็จ

-ชิงแชมป์โลก WBA WBC The Ring และ Lineal รุ่นเฮฟวีเวท , 8 มีนาคม 2514 , แพ้คะแนน​ โจ เฟรเซียร์ ( สหรัฐ) ที่ เมดิสันสแควร์การ์เดน นครนิวยอร์ก สหรัฐ

-ชิงแชมป์โลก WBC ​รุ่นเฮฟวีเวท , 2 ตุลาคม​ 2523 , แพ้อาร์ทีดี​ แลร์รี โฮล์มส์ ( สหรัฐ) ยก 10 ที่ เซซาร์ พาเลซ​ แพราไดส์ สหรัฐ

ในวัฒนธรรมร่วมสมัย

*ภาพยนตร์

ชีวิตของมูฮัมหมัด อาลี ได้ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์อย่างน้อย 2 ครั้ง

  -ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2539 กับเรื่อง "When We Were Kings" เป็นภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับเรื่องราวของศึก Rumble in the Jungle ที่ซาอีร์ ภาพยนตร์ประสบความสำเร็จอย่างมากเมื่อได้รับรางวัลออสการ์ ประเภทภาพยนตร์สารคดีในปีนั้นด้วย (ใประเทศไทยได้นำมาฉายที่โรงภาพยนตร์ที่เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ในชื่อภาษาไทยว่า "วันเวลาของราชันย์" และต่อมาทางสหมงคลฟิล์มผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ก็ได้ออกวิดีโอออกมาจัดจำหน่ายและให้เช่า)

   -อีกครั้งในปี พ.ศ. 2544 ในชื่อ "Ali" (ชื่อภาษาไทย อาลี กำปั้นท้าชนโลก ฉายในประเทศไทยเมื่อวันที่ 22 มีนาคมพ.ศ. 2545) เป็นภาพยนตร์เรื่องราวชีวประวัติของอาลีล้วน ๆ กำกับโดย ไมเคิล แมนน์นำแสดงเป็นอาลี โดย วิลล์ สมิธ ภาพยนตร์ได้มีชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ในสาขารางวัลดารานำชายและดาราประกอบชาย ถึง 2 รางวัลด้วยกัน

*หนังสือการ์ตูน

มูฮัมหมัด อาลี ได้รับเกียรติเป็นตัวละครสำคัญในหนังสือการ์ตูน Superman vs Muhammad Ali ซึ่งวางจำหน่ายช่วงปี พ.ศ. 2521 ซึ่งในฉบับนี้หน้าปกยังมีบุคคลดังในยุคนั้นแฝงอยู่อีกหลายคน เช่น แฟรงก์ ซินาตรา, เดอะแจ็กสันไฟฟ์หรือแม้กระทั่งบุคคลสมมติเช่น เล็กซ์ ลูเธอร์และแบทแมนและจัดพิมพ์ใหม่อีกครั้งในช่วงปี พ.ศ. 2553

*อัลบั้มเพลง

  นอกจากนี้แล้ว มูฮัมหมัด อาลี ยังได้เคยออกสตูดิโออัลบั้มกับโคลัมเบียเรเคิดส์ ในปี พ.ศ. 2506 ใช้ชื่อว่า "I Am The Greatest" มีเพลงเด่น คือ Stand by Meซึ่งคัฟเวอร์มาจากต้นฉบับของบน อี. คิง

มูฮัมหมัด อาลี v โจ เฟรเซียร์ (ภาค 2)