“สมรักษ์ คำสิงห์”

 

จาก 'รุ่งโรจน์' สู่ 'ล้มละลาย' ส่องชีวิตนอกสังเวียนผ้าใบ 'บาส' สมรักษ์  คำสิงห์
ข่าว - เปิดตัวธุรกิจปั๊มน้ำมัน'สมรักษ์ คำสิงห์' สถานะร้าง-ขาดทุน 1.9  ล.ก่อนศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์
Somluck Kamsing.jpg

  "นาวาตรี สมรักษ์ คำสิงห์ ร.น.ป็นนักกีฬามวยสากลสมัครเล่นชาวไทย เขาเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลเหรียญทองจากการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่น ในโอลิมปิกฤดูร้อน 1996 ที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย สหรัฐ ในปี พ.ศ. 2539

*ประวัติ

*วัยเด็ก

   -สมรักษ์ เป็นชาวหมู่บ้านโนนสมบูรณ์ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น (ปัจจุบันคือ อำเภอบ้านแฮด

   -เกิดเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2516 ในครอบครัวยากจน เป็นบุตรคนกลาง ในจำนวนลูกทั้ง 3 คน ของ นายแดงและนางประยูร คำสิงห์ เหตุที่มีชื่อเล่นว่า "บาส" ก็เพราะต้องการให้คล้องกับชื่อเล่นของพี่ชายซึ่งเป็นนักมวยด้วยเหมือนกัน คือ สมรถ คำสิงห์ ที่มีชื่อว่า "รถ" เนื่องจาก คลอดบนรถโดยสาร ระหว่างเดินทางไปสถานีอนามัยอำเภอ เคยศึกษา โรงเรียนนายเรือ

*เส้นทางมวยไทย

    สมรักษ์เข้าเรียนครั้งแรกที่โรงเรียนมหาไถ่ศึกษาโนนสมบูรณ์ ด้วยเหตุที่สมรักษ์มีพ่อเป็นนักมวยเก่า จึงได้รับการฝึกการชกมวยไทยมาตั้งแต่เด็ก ขึ้นชกมวยครั้งแรกขณะอายุได้ 7 ปี และได้ตระเวนชกตามเวทีงานวัดต่าง ๆ จนทั่ว และได้รับการทาบทามจาก ณรงค์ กองณรงค์ หัวหน้าคณะณรงค์ยิมให้มาร่วมค่าย สมรักษ์จึงขอขึ้นชกมวยไทยในชื่อ สมรักษ์ ณรงค์ยิม และกลายเป็นนักมวยมีชื่อในแถบจังหวัดขอนแก่น

ต่อมา ณรงค์กับนายแดงพ่อของสมรักษ์เกิดแตกคอกัน สมรักษ์จึงย้ายไปอยู่ค่ายศิษย์อรัญ เข้ามาชกมวยในกรุงเทพฯ ได้ไปเรียนที่ โรงเรียนผะดุงศิษย์พิทยา โดยชกทั้งมวยไทย และมวยสากลสมัครเล่น สมรักษ์ขึ้นชกมวยไทยในชื่อ "พิมพ์อรัญเล็ก ศิษย์อรัญ" แต่พอสมรักษ์ขึ้น ม.2 พ่อก็ถึงแก่กรรม

   -ในเส้นทางมวยไทย สมรักษ์ตระเวนชกตามเวทีต่างทั้ง ชลบุรี สำโรง อ้อมน้อยจนกระดูกแข็ง เจนสังเวียนมากขึ้นจึงขึ้นชกมวยที่เวทีมาตรฐานทั้งเวทีราชดำเนินและเวทีลุมพินี มีโอกาสขึ้นชกกับนักมวยชื่อดังยุคนั้นหลายคน เช่น ชาติชายน้อย ชาวไร่อ้อย, ช้างน้อย ศรีมงคล, บัวขาว ป.พิสิษฐ์เชษฐ์, ฉมวกเพชร ช่อชะมวง แต่ไม่เคยได้แชมป์มวยไทยของเวทีใด จนปี พ.ศ. 2538 จึงขึ้นชกมวยไทยครั้งสุดท้าย ชนะน็อค สุวิทย์เล็ก ส.สกาวรัตน์ ยก 4 แล้วจึงหันมาเอาดีด้านมวยสากลสมัครเล่นอย่างเดียว 

  -ค่าตัวสูงสุดที่ได้รับจากการชกมวยไทยอยู่ที่ราว 180,000 บาท จัดเป็นนักมวยเงินแสนคนหนึ่ง

  *เส้นทางมวยสากลสมัครเล่น

    สมรักษ์เริ่มเข้าแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นในนามของโรงเรียน เมื่อปี พ.ศ. 2528 เมื่ออายุ 12 ปี โดยมีพิกัดน้ำหนัก 52 กิโลกรัมเมื่อสมรักษ์จบ ม.6 จากโรงเรียนผดุงศิษย์ฯ ได้รับการทาบทามจากสโมสรราชนาวีให้ชกมวยสากลสมัครเล่นในนามของสโมสรและจะบรรจุให้เข้ารับราชการในกองทัพเรือด้วย สมรักษ์จึงตอบตกลง สมรักษ์ประสบความสำเร็จได้ทั้งแชมป์ประเทศไทยและเหรียญทองกีฬาแห่งชาติ

*ติดทีมชาติ

   สมรักษ์ เข้าสู่ทีมชาติครั้งแรก ในการแข่งขันโอลิมปิก ที่บาร์เซโลนา ในปี พ.ศ. 2535 ในรุ่นเฟเธอร์เวท รอบแรก ชนะ ไมค์ สแตรงก์ จากแคนาดา เมื่อ 29 กรกฎาคม รอบสอง แพ้ ฟาอุสติโน เรเยส จากสเปน เมื่อ 2 สิงหาคม ตกรอบ พ.ศ. 2536 ได้เหรียญทองมวยทหารโลกที่ประเทศอิตาลี แต่ไม่ได้ติดทีมชาติไปแข่งกีฬาซีเกมส์ในปีนั้นเพราะไม่พร้อม สมรักษ์เริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาเป็นครั้งแรก จากการเป็นนักกีฬาไทย ที่ได้เหรียญทองเพียงคนเดียว ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 12 ในปี พ.ศ. 2537 ที่เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นเกือบจะถูกตัดสิทธิ์เพราะตรวจสมรรถภาพร่างกายไม่ผ่านในครั้งแรก (ภายหลังสภาโอลิมปิคเอเชีย ได้กลับคำตัดสิน โดยให้ รัฐพงศ์ ศิริสานนท์ นักว่ายน้ำ ได้ 2 เหรียญทอง)

  *นักมวยประวัติศาสตร์

(ภาพแสตมป์ของสมรักษ์ในรอบชิงชนะเลิศ)

   - พ.ศ. 2538 สมรักษ์ได้เหรียญทองจากกีฬาซีเกมส์ที่เชียงใหม่ และผ่านการคัดเลือกไปแข่งกีฬาโอลิมปิกรอบสุดท้ายได้

  -สมรักษ์โด่งดังถึงที่สุดในปี พ.ศ. 2539 เมื่อสมรักษ์สามารถคว้าเหรียญทองจากโอลิมปิกมาได้ โดยชนะ เซราฟิม โทโดรอฟ จากบัลแกเรีย ด้วยคะแนน 8-5 เส้นทางสู่ทองประวัติศาสตร์เริ่มจากรอบแรกเอาชนะแดเนี่ยล เซต้า นักชกเปอร์โตริโก 13-   

   -2, รอบสอง ชนะฟิลิป เอ็นดู จากแอฟริกาใต้12-7, รอบสามหรือรอบก่อนรองชนะ รามาส พาเลียนี่ จากรัสเซีย 13-4 นั่นหมายถึงว่าได้เหรียญทองแดงคล้องคอไว้แล้ว และสมรักษ์ชนะ พาโบล ชาคอน จากอาร์เจนตินาไปได้ 20-8 และท้ายที่สุดเอาชนะ เซราฟิม โทโดรอฟ จากบัลแกเรียไปได้ ซึ่งก่อนการชกในรอบชิงชนะเลิศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารได้พระราชทานกระเช้าผลไม้มายังสมรักษ์และทีมงานพร้อมทั้งทรงอวยพรให้สมรักษ์ได้รับชัยชนะด้วย โดยการแข่งขันโอลิมปิคในครั้งนี้ สมรักษ์ ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า "Kamsing Somluck" โดยเจตนาให้มีนัยทางโชคด้วย (แต่ผู้บรรยายภาษาอังกฤษอ่านออกเสียงว่า คำซิง สมลุก)

    -ซึ่งการคว้าเหรียญทองโอลิมปิกในครั้งนี้ การสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) ได้ออกแสตมป์ที่มีรูปการชกรอบชิงชนะเลิศของสมรักษ์ ราคาดวงละ 6 บาท มาด้วย เพื่อเป็นที่ระลึกถึงเหตุการณ์นี้ และทางกองทัพเรือ (ทร.) ต้นสังกัดก็ได้เลื่อนยศให้สมรักษ์เป็นเรือตรี (ร.ต.) ซึ่งเดิมสมรักษ์มียศเป็นจ่าเอก (จ.อ.)

*วีรบุรุษโอลิมปิก

   ภายหลังจากได้เหรียญทองแล้ว สมรักษ์กลายเป็นบุคคลชื่อดังไปในทันที กลายเป็นซุปเปอร์สตาร์ในเวลาไม่นาน ด้วยความเป็นคนมีบุคคลิกเฮฮา มีสีสัน น่าสนใจ ภายหลังจากกลับมาจากโอลิมปิคที่แอตแลนต้าแล้ว สมรักษ์ก็มีงานในวงการบันเทิงเข้ามา เริ่มจาก ละครเรื่อง "นายขนมต้ม" ทางช่อง 7 ที่รับบทเป็นนายขนมต้มพระเอกเอง โดยประกบคู่กับ กุลณัฐ ปรียะวัฒน์ นางเอก และเพื่อน ๆ นักมวยรุ่นพี่อีกหลายคน

    และนับแต่นั้นมา สมรักษ์ก็มีสถานะเหมือนเป็นดาราคนหนึ่ง มีงานต่าง ๆ เข้ามาเรื่อย ๆ ทำให้สมรักษ์เอาใจใส่ในการชกมวยน้อยลง จนมีข่าวว่าซ้อมน้อยลงบ้าง หนีซ้อมบ้าง แต่กระนั้นเจ้าตัวก็ยังยืนยันว่าฝีมือของตัวเองยังคงเหมือนเดิม ถึงขนาดกล้าทำนายผลการชกล่วงหน้า ซึ่งก็ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง จนได้ฉายาว่า "โม้อมตะ" แต่หลังจากได้รับเหรียญทองกีฬาเอเชียนเกมส์ใน ปี พ.ศ. 2541 แล้ว การชกครั้งหลังจากนี้ สมรักษ์ไม่ประสบความสำเร็จเลย ในการแข่งขันโอลิมปิกที่ซิดนีย์ ปี พ.ศ. 2543 สมรักษ์เข้าแข่งขันในรุ่นเฟเธอร์เวท รอบแรก ชนะอาร์เอสซี อันเดรส โลเดสมา จากโคลัมเบีย ยก 4 เมื่อ 18 กันยายน รอบสอง ชนะ ตุลกุนบาย ตูร์กูนอฟ จากอุซเบกิสถาน เมื่อ 23 กันยายน รอบ 8 คนสุดท้าย แพ้ ร็อกกี้ ฮัวเรซ จากสหรัฐเมื่อ 27 กันยายน และในโอลิมปิก ที่กรุงเอเธนส์ ปี พ.ศ. 2547สมรักษ์เข้าแข่งขันรุ่นเฟเธอร์เวท รอบแรก แพ้คะแนน เบโนต กูเดต จากแคนาดา ตกรอบเมื่อ 16 สิงหาคม[1] ทำให้เลิกชกมวยสากลสมัครเล่นอย่างเด็ดขาด

*กลับมาชกอีกครั้ง

  *ในปี พ.ศ. 2552 มีข่าวว่าฌอง-โกล็ด วอง ดัม นักแสดงชื่อดังระดับโลกอยากจะชกมวยนัดพิเศษกับสมรักษ์ดูสักครั้ง แต่แล้วการชกในครั้งนี้ก็ได้มีการเลื่อนไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด รวมถึงมีแผนการว่าจะย้ายสถานที่ชกจากสหรัฐอเมริกาจากกำหนดเดิมเนื่องจากมีกฎเกณฑ์ที่ไม่เอื้ออำนวย โดยจะย้ายสถานที่แข่งมายังประเทศไทยแทน ในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2554  แต่แล้วก็เลื่อนไปแข่งขันในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2555 แทน

  *ปี พ.ศ. 2555 ในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2012 ณ กรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร สมรักษ์ได้รับหน้าที่เป็นผู้บรรยายการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นของสถานีโทรทัศน์NBT ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้ชมเป็นอย่างดีอีกทั้งเป็นที่กล่าวถึงในเรื่องความตลกของการบรรยายมวยของสมรักษ์ และในปีเดียวกันนี้ ในวันที่4 ตุลาคม สมรักษ์ได้สร้างความฮือฮาอีกครั้ง เมื่อกลับขึ้นมาชกมวยไทยอีกครั้ง โดยพบกับ ยอดวันเผด็จ สุวรรณวิจิตร (ใช้ชื่อท้ายในครั้งนั้นว่า "ไก่ย่างห้าดาว") อดีตยอดนักมวยไทยอีกคน ในการชกนัดพิเศษที่เวทีราชดำเนิน ที่มีเงินเดิมพันถึง 5,770,000 บาท ผลการชกปรากฏว่าสมรักษ์เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ในยกที่ 3 ด้วยการฟันศอกใส่ จนกรรมการต้องยุติการชก ซึ่งการชกนัดนี้ยังสามารถเก็บเงินค่าผ่านประตูได้สูงถึง 2,950,000 บาท ยอดผู้ชมกว่า 20,000 คน ปลุกกระแสมวยไทยที่ซบเซาให้กลับมาคึกคักได้อีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ สมรักษ์ยังเปิดเผยอีกว่าต้องการที่จะชกกับบัวขาว ป.ประมุข อีกด้วย

  *วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2555 สมรักษ์ขึ้นชกในรายการศึกลุมพินีแชมเปี้ยนเกริกไกร ที่เวทีมวยลุมพินี โดยใช้ชื่อว่า "สมรักษ์ ส.เทพสุทิน" ในสังกัดของสมศักดิ์ เทพสุทิน โดยมีฌอง-โกล็ด วอง ดัมรับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง และสมรักษ์เป็นฝ่ายแพ้คะแนนจอมโหด หมอเบสกมลา หรือ จอมโหด เกียรติอดิศักดิ์ ไปด้วยคะแนน 47-49, 47-49 และ 47-49 

  -และต่อมาในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 ทั้งคู่ได้กลับมาชกล้างตากันอีกครั้ง ผลปรากฏว่าสมรักษ์เป็นฝ่ายชนะคะแนนไป 49-47 ไปทั้ง 3 เสียง ที่เวทีราชดำเนิน และเป็นฝ่ายคว้าเงินรางวัลเดินพันจำนวน 6,000,000 บาทไปและทางสมรักษ์ยังคงยืนยันที่จะสู้กับบัวขาว ป.ประมุข โดยให้จัดนอกเวทีมวยราชดำเนิน หรือนอกเวทีมวยลุมพินีแทน ส่วนทางจอมโหดได้เปิดเผยว่ามีความต้องการที่จะสู้กับสมรักษ์อีกเป็นครั้งที่ 3  และสมรักษ์ยังได้ขึ้นชกอีกหลายต่อหลายครั้ง

   ในวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2557 สมรักษ์มีกำหนดขึ้นชกกับ ฟิลิปเป บัวส์ นักมวยไทยชาวฝรั่งเศส ในรุ่นมิดเดิลเวท ที่เวทีมวยชั่วคราว โกดัง 4 ภายในศูนย์การค้าเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ มีการถ่ายทอดไปทั่วประเทศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 แต่เมื่อถึงเวลาชกแล้ว ตัวของสมรักษ์กลับไม่ได้อยู่เวทีหรือห้องพักแต่อย่างใด ทำให้ บริษัท เพชรยินดี บ็อกซิ่ง โปรโมชั่น ไม่พอใจเป็นอย่างมากในฐานะผู้จัดการแข่งขัน ซึ่งได้จ่ายเงินมัดจำเป็นค่าตัวให้สมรักษ์ไปหนึ่งแสนบาทแล้ว และเมื่อติดต่อไปทางไลน์ ก็ไม่ได้รับการตอบกลับ วันต่อมาสมรักษ์ได้ออกมาเปิดเผยเป็นเพราะตนติดถ่ายละครโทรทัศน์มาก ไม่มีเวลาซ้อม เกรงว่าจะชกสู้ไม่ได้ ยินดีจะคืนเงินมัดจำทั้งหมด และเปรยว่าจะแขวนนวมแล้ว เนื่องจากอายุมากถึง 41 ปีแล้ว หากจะชกจะเป็นการชกโชว์เท่านั้น

    -ปัจจุบัน สมรักษ์ยังคงมีผลงานในวงการบันเทิง มีผลงานออกมาเป็นระยะ ๆ ล่าสุด ได้แสดงภาพยนตร์ระดับโลกเรื่อง จอมคนผงาดโลก 

   -ในปี พ.ศ. 2549 โดยบทบาทในเรื่องต้องปะทะกับหลี่เหลียนเจี๋ย ด้วย มีกิจการของตัวเอง เช่น ร้านหมูกระทะ ชื่อ "สมรักษ์ย่างเกาหลี" ย่านเกษตร-นวมินทร์ และมีค่ายมวยของตนเอง ชื่อค่าย "ส.คำสิงห์"

* ชีวิตส่วนตัว และ ชีวิตครอบครัว

   -สมรักษ์แต่งงานกับนางเสาวนีย์ คำสิงห์ ที่รู้จักกันมาตั้งแต่ทั้งคู่ยังเรียนหนังสืออยู่ที่ขอนแก่น มีบุตรด้วยกัน 2 คน คนโตเป็นหญิง ชื่อ "เบสท์" รักษ์วนีย์ คำสิงห์ และ คนเล็กเป็นชาย ชื่อ "โบ๊ท" ภูวรักษ์ คำสิงห์

   -ในวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 สมรักษ์ได้เปิดตัวเป็นผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. สังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา ร่วมกับเพื่อนนักมวยอีก 3 คน ได้แก่ เขาทราย แกแล็คซี่, มนัส บุญจำนงค์ และเจริญทอง เกียรติบ้านช่อง โดยที่สมรักษ์ลงรับสมัครเลือกตั้งในเขต 10 อำเภอบ้านไผ่จังหวัดขอนแก่น แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง

   -ต่อมาในปี พ.ศ. 2565 สมรักษ์ได้เปิดตัวเป็นผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. เขต 10 จังหวัดขอนแก่น สังกัดพรรคพลังประชารัฐ 

   *ล้มละลาย

    -เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2561 ราชกิจจานุเบกษาออกประกาศเรื่อง ให้พิทักษ์ทรัพย์ของ นางเสาวนีย์ คำสิงห์ และนายสมรักษ์ คำสิงห์ เด็ดขาด ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ มหานคร จำกัด ได้ยื่นฟ้องต่อศาลล้มละลายกลาง ขอให้จำเลยทั้งสองล้มละลาย มีอำนาจจัดการเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของจำเลย เนื่องจากมีหนี้สินจากการเปิดปั๊มน้ำมันกว่า 4 ล้านบาท

   *สมรักษ์ชี้แจงว่า กรณีนี้เป็นคดีเก่าที่ค้างคามาหลายทศวรรษปีแล้ว ตั้งแต่สมัยยังคงชกมวยสมัครเล่น มีสาเหตุอันเนื่องมาจากความไม่รู้ไม่เชี่ยวชาญในเรื่องเอกสารต่างๆ ประกอบกับธุรกิจขาดทุน จนสุดท้ายก็เลยกลายเป็นคดียืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน 

   -ขณะที่ ธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชี้ว่า หากศาลสั่งให้ล้มละลาย สามารถเป็นเหตุให้สมรักษ์ต้องออกจากราชการด้วย

*ผลงาน

     -แชมเปียน นักเรียนนวมทอง ของ โรงเรียนผะดุงศิษย์พิทยา 5 ปี

แชมเปียน การแข่งขันมวย ของกรุงเทพมหานคร 2 ปี

  -เหรียญทอง การแข่งขันมวยสากลสมัครเล่น ในกีฬาแห่งชาติ ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

-เหรียญทองแดง การแข่งขันมวยทหารโลก ที่ประเทศเดนมาร์ก

-เหรียญเงิน การแข่งขัน เมเยอร์ คัพ ที่ประเทศฟิลิปปินส์

-เหรียญทอง การแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศอิหร่าน

- เหรียญเงิน การแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 7 ที่ประเทศไทย

 - เหรียญทอง การแข่งขันมวยสากลสมัครเล่น รุ่นเฟเธอร์เวท ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 12 ประจำปี พ.ศ. 2537 ที่ฮิโรชิมะญี่ปุ่น

-เหรียญทอง การแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 20 ประจำปี พ.ศ. 2538 ที่ จังหวัดเชียงใหม่

-เหรียญทอง การแข่งขันมวยสากลสมัครเล่น ในซีเกมส์ ครั้งที่ 18 ประจำปี พ.ศ. 2538 ที่จังหวัดเชียงใหม่

-เหรียญทอง การแข่งขันมวยสากลสมัครเล่น ในโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 26 ประจำปี พ.ศ. 2539 ที่แอตแลนตา รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา

-เหรียญทอง การแข่งขันมวยสากลสมัครเล่น ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 ประจำปี พ.ศ. 2541 ที่ กรุงเทพมหานคร

-เหรียญทอง การแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 25 ประจำปี พ.ศ. 2545

  -เป็นนักมวยไทยคนแรกที่ผ่านรอบคัดเลือก เป็นตัวแทนประเทศไทย ไปแข่งขันรอบสุดท้าย ในกีฬา โอลิมปิก เกม ถึง 4 ครั้งติดต่อกัน คือ

-กีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 25 พ.ศ. 2535 ที่บาร์เซโลนา

-กีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 26 พ.ศ. 2539 ที่แอตแลนตา

-กีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 27 พ.ศ. 2543 ที่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย

-กีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 28 พ.ศ. 2547 ที่เอเธนส์ กรีซ

*ละครโทรทัศน์

พ.ศ. 2539 นายขนมต้ม (ช่อง 7)

พ.ศ. 2544 เพชรตัดเพชร รับบท ไตร (ช่อง 7)

พ.ศ. 2548 ทางหลวงทางรัก (ช่อง 3)

พ.ศ. 2550 ผู้กองเจ้าเสน่ห์ (ช่อง 3)

พ.ศ. 2553 ศิราพัชร ดวงใจนักรบ รับบท จ่าแสง (ช่อง 3)

นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว รับบท ลิงลม ลูกพญาไฟ (ช่อง 7)

พ.ศ. 2554 เสือสั่งฟ้า รับบท กระทิง (ช่อง 7)

พ.ศ. 2557 หมัดเด็ดเสียงทอง (โมเดิร์นไนน์ทีวี)

พ.ศ. 2558 

-สิงห์สี่แคว (ช่อง 3)

-ลิเกหมัดสั่ง รับบท คม (ช่อง 8)

-มือปราบกุ๊กกุ๊กกู๋ รับบท ผีแชมป์นักมวย (ช่องวัน 31)

พ.ศ. 2560  

-แหวนปราบมาร รับบท ภูติวายุ (ช่อง 7)

-นายฮ้อยทมิฬ รับบท สุบิน (ช่อง 7)

พ.ศ. 2561

-แม่สื่อจอมป่วน รับบท โจ๊ก (ช่อง 7)

-นักสู้สะท้านฟ้า รับบท ครูแดง (ช่อง 7)

-รักสุดปลายนวม รับบท สมศักดิ์ (ช่อง 7)

พ.ศ. 2562

-มธุรสโลกันตร์ รับบท รุ่ง (ช่อง 7)

-สู้ตายนายกระจับ รับบท เฮียซ้ง (ไลน์ทีวี)

พ.ศ. 2564

-กู้ภัยอาสารัก รับบท เฮียตุ๊ (ช่อง 7)

-แด่คุณพ่อด้วยแข้งขวา รับบท น้าหมาน (ไทยรัฐทีวี)

-เวราอาฆาต รับบท ถึก (ช่อง 8) (รับเชิญ)

-เสี่ยวซำน้อย รับบท พ่อยิ่งยวด (Ais Play) (รับเชิญ)

*ภาพยนตร์

-หลอน (2546)

-คนสั่งผี (2546)

-พยัคฆ์ร้าย 3 สลึง (2546)

-เกิดมาลุย (2547)

-จอมคนผงาดโลก (2549)

-ซอยคาวบอย (2551)

-Fighting Fish ดุ ดวล ดิบ (2555)

-อีปึก อัศจรรย์วันแห่งศรัทธา (2560)

-ปาฏิหาริย์แก้วนาคราช (2561)

-ขุนบันลือ (2561)

-คืนรัง (2562)

-สงกรานต์ แสบสะท้านโลกันต์ (2562)

-เดอะ สเน็ค (2563)

-คุณชายใหญ่ (2563)

-เลิฟยู โคกอีเกิ้ง (2563)

-มนต์รักดอกผักบุ้ง เลิกคุยทั้งอำเภอ (2563)

-รักเลยร้อยเอ็ด (2563)

*ซิทคอม

-ระเบิดเทิดเทิง (รับเชิญ) ตอน "ความรักของคุณนาย", "เลขเด็ด", "บำเพ็ญประโยชน์"

-บางรักซอย 9 (รับเชิญ) ตอน "ยังไงก็รัก"

*เพลง

-คนขอนแก่น - รวมศิลปินชาวจังหวัดขอนแก่น

-อัลบั้ม 3 หมัด สะบัดไมค์ ร่วมกับ สามารถ พยัคฆ์อรุณ และ เขาทราย แกแล็คซี่ (2546)

-อัลบั้ม ขอร้องด้วยคน (2549)

-เมียพี่ไม่รู้ ร่วมกับ สามารถ พยัคฆ์อรุณ และ เขาทราย แกแล็คซี่ (2559)

-เดิมพันที่ยิ่งใหญ่ (2559)

-รายการ โจ๊กตัดโจ๊ก ฟรีสไตล์ เพลง พี่สาวครับ (2564)

*คอนเสิร์ต

-คอนเสิร์ต เพื่อไม่ทิ้งกัน (2562)

*มิวสิควีดีโอ

-รักเดียวใจเดียว - เสือ ธนพล อินทฤทธิ์

-ไทยแลนด์โอลิมปีก - พงษ์สิทธิ์ คำภีร์, หงา คาราวาน, แอ๊ด คาราบาว

-ผักบุ้งลอยฟ้า - Bodyslam Feat.F.Hero

-เมียพี่ไม่รู้ - สามารถ พยัคฆ์อรุณ

  *ชื่ออื่นๆ

-พิมพ์อรัญเล็ก ศิษย์อรัญ (มวยไทยหนแรก)

-สมรักษ์ ส.เทพสุทิน (มวยไทยหนหลัง)

 *เครื่องราชอิสริยาภรณ์[

-พ.ศ. 2542 – Order of the Direkgunabhorn 3rd class (Thailand) ribbon.svg เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ชั้นที่ 3 ตติยดิเรกคุณาภรณ์ (ต.ภ.)

-พ.ศ. 2547 – Order of the White Elephant - 4th Class (Thailand) ribbon.svg เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นที่ 4 จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก (จ.ช.)

-พ.ศ. 2539 – Order of the Crown of Thailand - 4th Class (Thailand) ribbon.svg เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นที่ 4 จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย (จ.ม.)

-พ.ศ. 2551 – Chakra Mala Medal (Thailand) ribbon.svg เหรียญจักรมาลา (ร.จ.ม.)

*สร้างประวัติศาสตร์เหรียญทอง โอลิมปิก คนแรกของไทย (สมรักษ์ คำสิงห์)