บริษัท นาโนบิ จำกัด สำรวจความใฝ่ฝันของวัยรุ่นในเรื่องการศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยในหัวข้อ “มหาวิทยาลัยในฝัน” (กันยายน 47) พบลักษณะของมหาวิทยาลัยในฝันหลายอย่าง
วัยรุ่นไทยฝันที่จะเป็นเจ้าของกิจการ มีอิสระในการทำงาน รายได้สูง และรวยด้วยตนเอง จึงมองปริญญาตรีเป็นใบเบิกทางสำหรับการทำงาน เป็นการยกฐานะทางสังคม และทำให้พ่อแม่สบายใจหมดห่วง
![]()
วัยรุ่นไทยมองปริญญาโทว่า เป็นการต่อยอดแบบ global (ทันโลก)หรือ international (ทันกระแสข้ามชาติ) มากขึ้น ทำให้เงินเดือนสูงขึ้น และมีโอกาสสร้าง connection (เครือข่ายจากคนรู้จักกัน)ทางธุรกิจ
ส่วนปริญญาเอกนั้น...วัยรุ่นมองว่า เป็นความสำเร็จทางการศึกษาขั้นสูงสุด ได้ยกฐานะทางสังคม ภาพพจน์ดีขึ้น และเป็นที่น่าเคารพนับถือในฐานะอาจารย์
![]()
ไม่ว่าท่านผู้อ่านจะชื่นชอบ หรือชิงชังสถาบันต่อไปนี้ ขออย่าไปจริงจังมากเกินนะครับ เพราะเรื่องนี้เขาสำรวจวัยรุ่น...ไม่ใช่ผู้ใหญ่ และเขาสำรวจความฝัน...ไม่ใช่ความจริง
1. จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
จุฬาฯ ได้เป็นแหล่งความฝันอันดับหนึ่ง เนื่องจากคุณภาพเนื้อหา อาจารย์ และนักศึกษาเต็มเปี่ยม อย่างไรก็ตาม, กลุ่มตัวอย่างบอกว่า การแก่งแย่งแข่งขันที่นี่เข้มข้นไปหน่อย...
![]()
2. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ที่นี่มีชื่อเสียงทางนิติศาสตร์ ภาพพจน์ของนักศึกษาที่นี่ดูจะติดดิน ไม่หยิ่ง เข้ากับคนง่าย ไม่เห็นแก่ตัว และชอบช่วยเหลือเพื่อนฝูง โดนใจวัยรุ่นที่เขาอยากจะเป็นผู้จัดการ หรือเป็นเจ้านายในอนาคต
![]()
3. มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) โดดเด่นด้านภาษาอังกฤษ นักศึกษาที่นี่ไฮโซ รวย มีความมั่นใจในตัวเองสูง ส่วนใหญ่จะมีกิจการส่วนตัว
![]()
4. มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
ที่นี่มีชื่อเสียงในด้านเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำ มีอุปกรณ์การเรียนการสอนทันสมัย มีตำรามาก
![]()
5. มหาวิทยาลัยหอการค้า
มหาวิทยาลัยหอการค้ามีภาพพจน์นักการบัญชี แต่บุคลิกค่อนข้างนิ่ง ไม่ค่อยมีอะไรใหม่ๆ
![]()
6. มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ที่นี่มีภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเปิด เข้าง่าย จบยาก สิ่งที่โดดเด่นที่สุดที่นี่คือสาขากฎหมาย
![]()
หลายปีมาแล้วผู้เขียนเองเคยเข้าไปในม.รามฯ เห็นห้องติดแอร์สำหรับอ่านหนังสือ นักศึกษาที่นั่นคนหนึ่งเล่าว่า คนที่นั่นชอบห้องอ่านหนังสือมาก เพราะเปิดให้อ่าน 24 ชั่วโมง บางคนเดินทางมาจากต่างจังหวัดก็อ่านหนังสือโต้รุ่งรอสอบตอนเช้าเลย ฟังแล้วชื่นชมมาก อยากให้มหาวิทยาลัยอื่นมีบริการอย่างนี้บ้าง และนิสิตนักศึกษาที่อื่นขยันแบบนี้บ้าง
![]()
สถาบันการศึกษาอื่นๆ ที่มีนิสิตนักศึกษาดีๆ ก็มี เช่น นักศึกษาวิทยาลัยพยาบาลแห่งหนึ่งเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า อยากให้ทางวิทยาลัยยอมให้อ่านหนังสือดึกกว่านี้อีกหน่อย ตอนนั้นทางวิทยาลัยปิดไฟเร็ว ทำให้เสียโอกาสอ่านตำรับตำรา ฯลฯ
![]()
มหาวิทยาลัยในฝันของผู้เขียนเป็นที่ที่ทั้งอาจารย์และนิสิตนักศึกษาเรียนรู้ร่วมกัน (interactive learning) อาจารย์ค้นคว้ามาสอน นิสิตนักศึกษาค้นคว้ามาเรียน ไม่ใช่ให้อาจารย์ป้อนให้ฝ่ายเดียว (spoon feeding) มีลักษณะเป็นสถาบันการเรียน (learning center) มากกว่าสถาบันการสอน (teaching center)
![]()
ปรัชญาการศึกษาพื้นฐานประการหนึ่งคือ คนที่มีการศึกษาควรรู้ว่าจะเรียนด้วยตนเองได้อย่างไร (An educated one should know how to learn by self.)
![]()
โครงสร้างพื้นฐานประการหนึ่งของม.ในฝันของผู้เขียนคือ น่าจะมีห้องสมุดที่ดีทั้งห้องสมุดที่จับต้องได้ (tangible library) หรือมีหนังสือ ตำรา วารสารต่างๆ ให้ครบทั้งสาระและบันเทิง ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ และมีห้องสมุดเสมือน (virtual / intanbible library) ทางอินเตอร์เน็ต ให้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ค้นคว้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง
![]()
ม.ในฝันของผู้เขียนน่าจะขยายขอบเขตออกไปจากภายในสู่ภายนอก เช่น มีการศึกษาร่วมกันกับชุมชน มีหลักสูตรสำหรับคนภายนอก ฯลฯ แน่นอนว่า น่าจะมีห้องสมุดสำหรับประชาชนด้วยทั้งห้องสมุดจับต้องได้และห้องสมุดเสมือน
![]()
ม.ในฝันของผู้เขียนมีหลักสูตรหลายระดับชั้น(ไม่จำเป็นต้องเป็นปริญญา) โดยเฉพาะมีการส่งเสริมภูมิปัญญาแบบองค์รวม เช่น มีหลักสูตรการทำกับข้าวไทย การอบรมไกด์ภาษาต่างๆ การทำสวนครัว การรักษาสุขภาพ การนำเสนอสื่อในที่สาธารณะ มีเวทีให้แสดงความคิดเห็น (เช่น หนังสือพิมพ์ online ฯลฯ) ฯลฯ
![]()
มหาวิทยาลัยน่าจะเป็นที่ที่คนส่วนใหญ่มีความสุขกับการเรียน จะให้ทุกคนมีความสุขกับการเรียนไม่ได้ เพราะธรรมชาติของความดีงาม เช่น ฉันทะในการเล่าเรียน ฯลฯ เป็นของคนหมู่มากได้ แต่เป็นของทุกคนไม่ได้ (Any good was born for many, not for all.)
![]()
ท่านผู้อ่านที่เป็นครูบาอาจารย์ บุคลากร หรือนิสิตนักศึกษาอ่านแล้วช่วยกันหาทางปรับปรุงสถาบันของท่าน(ไม่ว่าจะเป็นระดับใด)ให้ดีขึ้นนะครับ
ตัวอย่างเช่น จัดกิจกรรมบริจาคเลือดทุกเดือน ฯลฯ
![]()
สถาบันการศึกษาจะดีได้ไม่ใช่เพราะใครที่ไหนเลย...เพราะท่านผู้อ่านทุกท่านนี่เอง ถึงตอนนี้ใครที่คิดเรื่องดีๆ อยู่ก็ขอได้รับความชื่นชมจากผู้เขียนนะครับ...
แหล่งที่มา:
- ขอขอบพระคุณ > มหาวิทยาลัยในฝัน. ใน: กรุงเทพธุรกิจ BizWeek ปี 1 ฉบับ 74 (11-14 พฤศจิกายน 2548).
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ จัดทำ > ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๘.
- เชิญอ่าน "บ้านสุขภาพ" > [ Click - Click ]

มหาวิทยาลัยรามคำแหงให้นักเรียนที่จบมัธยมต้นลงทะเบียนเป็นนักศึกษารามคำแหงคณะอะไรก็ไร
เรียนเก็บหน่วยกิตไปเรื่อยๆ เข้าใจว่าน่าจะดี เพราะว่าอ่านแล้วไปสอบได้เลยไม่ต้องรอจบมัธยมปลาย
เคยเห็นเด็กโรงเรียนชิโนรสวิทยาลัยเขาทำกันเขาบอกว่าไม่ต้องเสียเงินค่ากวดวิชาอีก
ขอขอบคุณ... อาจารย์จิราภา
เชื่อมั่นว่า วิธีนี้คงจะทำให้เด็กไทยรุ่นใหม่มีโอกาสทางการศึกษาดีขึ้น
ขอแสดงความชื่นชมแนวคิดของ ม.รามคำแหง... สาธุ สาธุ สาธุ