วันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๕ ทีม มรภ. ภูเก็ต นำเสนอแผนงานของโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง (รุ่นที่ ๒) ปีที่ ๓ ทำให้ผมนึกถึงชื่อบันทึกนี้
เพราะทีม มรภ. ภูเก็ตเล่าวิธีทำงาน ที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นปัจจัยหนุนความเป็นโรงเรียนพัฒนาตนเองของโรงเรียนในเครือข่าย ๓ ประเด็น คือ
- มี “โรงเรียนร่วมพัฒนา” ที่อยู่นอกโครงการ แต่เห็นคุณค่าของการดำเนินการของ มรภ. ภูเก็ต จึงขอเข้าร่วมด้วย โดยที่ต้นสังกัดสนับสนุน
- ในปีที่ ๒ ของโครงการ (พ.ศ. ๒๕๖๔ - ๒๕๖๕) ได้หนุนให้ ศน. ของ ศธจ. และ สพป. ทำหน้าที่โค้ช ซึ่งจะมีผลให้หน่วยงานต้นสังกัดในพื้นที่คุ้นเคยกับระบบนิเวศการเรียนรู้ และวิธีจัดประสบการณ์การเรียนรู้แนวใหม่
- หนุนให้ครูในโรงเรียนที่มีความถนัดบางเรื่อง เป็นโค้ชแก่ครูโรงเรียนอื่น เช่นมีครูในโรงเรียนไทยรัฐวิทยา เก่งด้านการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ได้จัดให้โค้ชครูโรงเรียนอื่นในเครือข่ายด้วย เกิดเป็นเครือข่ายการเรียนรู้ระหว่างโรงเรียน
ทีมมูลนิธิสตาร์ฟิชฯ เล่าเรื่องผลการที่โรงเรียนนำเครื่องมือประเมินตนเองไปใช้ประเมินตนเองในหลากหลายมิติ เพื่อนำผลการประเมินตนเองเป็นข้อมูล feed forward สู่การวางยุทธศาสตร์พัฒนาตนเอง นี่คือกลไกสำหรับสร้างวัฒนธรรมพัฒนาตนเองต่อเนื่องของโรงเรียน
ผศ. ดร. เลขา ปิยะอัจฉริยะ แนะนำให้ทีมโค้ชทั้งสองทีม ดำเนินการให้โรงเรียน accredit ตนเองได้ โดยทีมโค้ชช่วยตรวจสอบว่า การ accredit ของโรงเรียนมีความแม่นยำ เชื่อถือได้ นี่คือแนวทางที่ระบบการศึกษาของประเทศฟินแลนด์ใช้ และทำให้ฟินแลนด์มีผลการประเมินคุณภาพการศึกษาทุกสำนัก อยู่ในแนวหน้าของโลกเสมอ
วิจารณ์ พานิช
๑๒ ก.ค. ๖๕