ถึงเวลาแล้วที่ขบวนการสหกรณ์ และหน่วยงานส่งเสริมสหกรณ์ จะต้อง ปรับพัฒนา ร่างข้อบังคับ ของสหกรณ์ประเภทต่าง ๆ ให้เปิดกว้างทันยุค
ที่ผ่านมาเวลาจะจัดตั้งสหกรณ์ คณะผู้จัดตั้งสหกรณ์ก็จะเข้าร้องของจดทะเบียนผ่านหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
หน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ให้บริการรับจดทะเบียนสหกรณ์ให้ โดยมีร่างข้อบังคับให้ผู้ที่จะจดทะเบียนนำไปใช้เป็นแนวทาง เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการจัดตั้ง
แต่ร่างข้อบังคับที่หน่วยงานร่างไว้ใก้นั้น จะเป็นแบบรวม ๆ สหกรณ์สามารถแก้ไขได้เองโดยอิสระ โดยที่ไม่ขัดกับกฏหมายสหกรณ์และกฏหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้เหมาะกับสหกรณ์ของตนเอง
สิ่งสำคัญคือ สหกรณ์ต้องยังคงไว้ซึ่งความเป็นองค์การอิสระ ตอบสนองความต้องการอันจำเป็น และควบคุมโดยสมาชิกสหกรณ์ ตามนิยามสหกรณ์สากลที่ว่า
สหกรณ์เป็นองค์การอิสระของบุคคลซึ่งรวมกันด้วยความสมัครใจเพื่อสนองความต้องการ อันจำเป็น และความมุ่งหมายร่วมกัน ทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยการดำเนินวิสาหกิจที่เป็นเจ้าของร่วมกัน และควบคุม ตามแนวทางประชาธิปไตย
A co-operative is an autonomous association of persons united voluntarily to meet their common economic, social, and cultural needs and aspirations through a jointly-owned and democratically-controlled enterprise.
ทั้งนี้แต่ละสหกรณ์ ต้องกำหนดข้อบังคับ เองให้เหมาะสมกับภูมิสังคมของสหกรณ์นั้น ๆ เพื่อให้บริการสมาชิก (เจ้าของสหกรณ์)ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
แต่ข้อจำกัดของการกำหนดข้อบังคับสหกรณ์ขึ้น นั้นต้องอยู่ภายใต้ พรบ. สหกรณ์ ซึ่งในปัจจุบัน นั้น พรบ. สหกรณ์มีข้อกำหนดที่ไม่สอดคล้องกับ หลักวิชาการสหกรณ์หลายจุด และไม่สอดคล้องกับภาวะการปัจจุบัน ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล หลายจุด
ในพรบ.สหกรณ์ ที่ใช้อยู่ในปีปัจจุบัน (ปี 2565)
https://www.tucoop.or.th/coop/FileManager/uploads/files/test/2563/Regulations%202563/Ps1.pdf
ในมาตรา 46
สหกรณ์สามารถดำเนินการให้บริการสมาชิกได้ตั้งมากมาย แต่ในร่างข้อบังคับ แยกเป็นสหกรณ์แต่ละประเภท จำกัดการให้บริการสมาชิกของสหกรณ์
ในมาตรา 50
ทำให้การควบคุมสหกรณ์ของสมาชิกสหกรณ์ ไม่ต่อเนื่อง เพราะกรรมการต้องเว้นวรรค คณะกรรมการไม่ต่อเนื่อง การพัฒนาสหกรณ์ในระยะปานกลาง และระยะยาวทำได้ยาก และเป็นอุปสรรค์ต่อการปฏิบัติตามหลักการสหกรณ์สากลที่ 2 ใน primary cooprative เพราะแยกการเลือกตั้ง ประธานกรรมการ ออกจากการเลือกตั้ง กรรมการปกติ ในเวลาเดียวกัน ทำให้ไม่เป็น one member one vote
เห็นสมควร ปรับแก้ที่พรบ. สหกรณ์ให้สอดคล้องกับภาวะการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้สหกรณ์มีความถูกต้องตามหลักวิชาการสหกรณ และเป็นสากลด้วยก็จะดียิ่ง จะเป็นหนทางที่มีประสิทธิภาพมากกว่า จะช่วยลดต้นทุนในการให้บริการสมาชิกได้มากกว่า ประชาชนคนไทยจะได้ใช้วิธีการสหกรณ์ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข
ลองประเมินผลการปฏิบัติ ตรา พรบ. สหกรณ์ที่เป็นอยู่ดูแล้ว มาตราไหนไม่เหมาะไม่ควรไม่เป็นปัจจุบัน ทำให้สหกรณ์ไม่เป็นอิสระ ก็ปรับปรุงใหม่ครับ มาตราไหนที่ไม่จำเป็นต่อความเป็นสหกรณ์ก็ควรตัดออกไป ปรับลงมาให้เป็นกฏกระทรวง ประกาศ คำสั่ง ระเบียบ คำแนะนำนายทะเบียนสหกรณ์จะดีกว่า เพราะแก้ไขได้ง่ายกว่า หากหมดความจำเป็น
ทุกวันนี้ประชาชนจะจดทะเบียนเป็นสหกรณ์ ต้องยุ่งยากมากมาย
สหกรณ์มีสมาชิกสหกรณ์เป็นเจ้าของ ไม่ใช่เป็นส่วนราชการ
ท้ายนี้ขออัญเชิญหลักการทรงงานของ ในหลวง รัชกาลที่ 9 นำมาปฏิบัติ
ทำให้ง่าย
…ทรงคิดค้น ดัดแปลง ปรับปรุงและแก้ไขงานการพัฒนาประเทศตามแนวพระราชดำริให้ดำเนินไปได้โดยง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน และสอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่และระบบนิเวศโดยรวมตลอดจนสภาพสังคมของชุมชนนั้นๆ โดยทรงโปรดที่จะทำสิ่งที่ยากให้กลายเป็นง่าย ทำสิ่งที่สลับซับซ้อนให้เข้าใจง่าย…
พีระพงศ์ วาระเสน บ๊อบบี้
นักการสหกรณ์ไทย ด้วยหัวใจ
4 สิงหาคม 2565