๙๙๕. สังเกตว่าตนเองเป็นคนคิดบวกหรือไม่


สังเกตว่าตนเองเป็นคนคิดบวกหรือไม่

การฝึกที่จะหัดเป็นคนคิดบวกอาจทำกันได้ง่าย ๆ โดยเริ่มต้นได้จากตัวของเราเอง เพราะการคิดบวกนั้น ขึ้นอยู่ที่ใจของเราเอง เป็นการสร้างพลังบวกจากความเชื่อมั่น ความศรัทธาผลดีแห่งการคิดดี คิดบวก ด้วยการใช้จินตนาการภาพของการคิดบวกให้มีความชัดเจน หลังจากนั้น ทำให้ตนเองรู้สึกถึงพลังบวกได้ โดยเราสามารถเปลี่ยนการกระทำของเราเองให้เป็นบวก เช่น มั่นใจว่า “ฉันทำได้” ก็นับว่าเป็นวิธีการคิดบวก เป็นการปลุกความกล้า มันจะเป็นแรงผลักดันพลังงานด้านความคิด กระตุ้นให้เราเองมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และลงมือทำจนประสบความสำเร็จได้ การสังเกตว่าตนเองเป็นคนคิดบวกหรือคิดลบ อาจดูได้จากสิ่งต่าง ๆ ดังนี้

๑. การสร้างความศรัทธาในตนเอง มีความเชื่อมั่นและความศรัทธา เป็นแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตที่ดีขึ้น มั่นใจว่าตัวของเราเองทำได้ เป็นพลังเพื่อกระตุ้นให้เกิดการปรับปรุงตนเอง เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตัวเราเองให้ดีกว่าที่เป็นอยู่เดิม วิธีที่สร้างความเชื่อมั่นในตนเอง คือ ขยันใส่เรื่องเชิงบวกแบบซ้ำ ๆ บ่อย ๆ ให้เกิดขึ้นเสมอ ป้อนความคิดบวกให้กับจิตใต้สำนึกด้วยวิธีพูดกับตนเองทุก ๆ วันว่า ฉันทำได้ เลือกฟังเฉพาะคำพูดที่เป็นกำลังใจ สร้างแรงบันดาลใจ อ่านและเขียนแต่สิ่งที่เป็นบวกทุก ๆ วัน และต้องมีความเชื่อว่า สิ่งที่ป้อนให้กับจิตใต้สำนึกนั้นเป็นเรื่องที่เป็นจริง

๒. พูดและทำแต่สิ่งที่ดี ๆ เป็นวิธีป้อนสิ่งที่เป็นด้านบวกให้กับจิตใต้สำนึกของเราเอง โดยมีความตั้งใจทำในสิ่งที่เป็นบวกให้กับตนเองบ่อย ๆ เช่น ฉันทำได้ ฉันเป็นคนกล้า ฉันมีความฉลาด เพื่อตอกย้ำความคิดในเชิงบวกให้ฝังอยู่กับจิตใต้สำนึกในทุก ๆ วัน จะทำให้ทุก ๆ วันเป็นวันที่ตัวเราเองคิดบวกได้ ด้วยการคิดดีต่อตนเองและผู้อื่นเสมอ ๆ มั่นใจกับสิ่งที่ตนเองทำดี ไม่ได้เป็นเรื่องร้าย ๆ ต่อผู้อื่น หรือตัวของเราเอง

๓. ฝึกให้เป็นคนที่รับเฉพาะข้อมูลด้านดี ซึ่งปัจจุบันมีข่าวมากมายที่มีทั้งเรื่องร้าย ๆ และดี เราก็ควรฝึกที่จะเป็นคนรับข่าวสาร ข้อมูล เรื่องราวต่าง ๆ ในด้านดีมากกว่าเรื่องร้าย หรือด้านลบ ตัวเราเองต้องเป็นผู้ตัดสินใจในการเลือกที่จะเสพข่าวสารว่าจะเลือกเสพข่าวดีหรือร้าย อีกเรื่องหนึ่งคือ การกระทำในสิ่งดี บางครั้งต้องอาศัยเวลาและการแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ มากมาย กว่าจะได้รับชัยชนะตามเป้าหมายที่ต้องการ ต้องอาศัยเวลาในการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง แต่ถึงแม้ว่าข้อมูลสิ่งดีมีน้อย ก็ควรเลือกเสพข้อมูลด้านดี ฟัง ดู อ่าน เขียน เฉพาะเรื่องที่ดี ๆ การที่เราตัดสินใจนั้น ขึ้นอยู่กับตัวของเราเองว่าจะตัดสินใจไปทางด้านดีหรือไม่ดี

๔. การเขียนสะสมคำดี ๆ ข้อคิดดี ๆ ให้เยอะ ๆ เข้าไว้ เช่น สุดยอด เจ๋ง เยี่ยมมาก Smart การเขียนสะสมคำดี ๆ ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ป้อนพลังบวกให้กับตัวของเราเอง การเขียนคำขอบคุณสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ เช่น ขอบคุณ…..ที่ทำให้ฉันได้พัฒนาการเขียน และมอบแนวคิดดี ๆ ให้กับผู้คนได้อ่าน ขอบคุณที่ได้แบ่งปันแนวคิดดี ๆ ที่ตัวเราเองมีอยู่ ขอบคุณทุกคนที่ให้เกียรติเข้ามาอ่าน ขอบคุณท่านที่ช่วยแชร์บทความดี ๆ เป็นต้น

๕. การทำให้ตัวเองมีความสุขแบบง่าย ๆ โดยการทำให้เกิดขึ้นบ่อย ๆ เมื่อเราได้ลงมือทำสิ่งต่าง ๆ จนสำเร็จแล้ว ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นเรื่องเล็กน้อยเพียงใด เช่น การตื่อนเช้าไปทำงานทันเวลาเข้างาน ก็ยิ้มให้กับตัวเราเอง เมื่อได้รับคำชมเรื่องงานก็ให้รางวัลกับตัวเองด้วยการยิ้มรับ อาจทำด้วยการฝึกยิ้มรับคำชมจากคนรอบข้าง ทำสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่ทำสีหน้าบึ้งตึง เพราะนั่นจะกลายเป็นกำลังใจให้กับตัวเราเองในการคิดบวกต่อไป

๖. ตัดสินใจทำทันที มีความสุขทันที ยิ้มทันที หัวเราะเมื่อมีความสุข ไม่เสแสร้ง กระทำด้วยความจริงใจที่คิดต้องการที่จะทำ เช่น การยิ้มแย้มแจ่มใสในใบหน้า กระทำตนเช่นคนที่มีความสุขด้วยการแสดงออกทางแววตาและสีหน้า ท่าทาง

๗. ช่วยกันสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี ด้วยการเริ่มจากสิ่งที่เราอาศัยอยู่ เช่นที่บ้านของตนเอง เก็บกวาดบ้านให้สะอาดเรียบร้อย เป็นระเบียบ เพราะทำให้เราเปลี่ยนมุมมองได้ มีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ มี Idea ใหม่ ๆ เกิดขึ้น โดยออกมาจากความคิด เปลี่ยนตำแหน่งการจัดวางสิ่งของให้เป็นหมวดหมู่ การจัดสิ่งของต่าง ๆ ให้มีพื้นที่มากขึ้น คนจะมองโลกในแง่ดีได้ต้องเกิดจากสภาพแวดล้อมที่ดี เพราะสิ่งที่เป็นบวก สามารถขยายความดีให้กันและกันได้ การได้คบเพื่อนคิดบวกจะทำให้ตนเองกลายเป็นคนที่คิดบวกไปด้วย เพราะจะเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดทัศนคติทางด้านบวก

๘. การมีจินตนาการ จินตนาการ เป็นการคิดตามแนวคิดที่ตัวเราคิดว่าเราเป็นคนสำเร็จแล้วจริง ๆ เป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบวิธีการทำงาน เพราะจิตใต้สำนึกไม่สามารถแยกแยะได้ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงแต่จินตนาการหรือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง เพราะจินตนาการเป็นส่วนให้เกิดแรงผลักดันในการสร้างการคิดเชิงบวก

๙. การสร้างแรงบันดาลใจ อาจด้วยการมองหาต้นแบบ หรือตัวอย่างของคนต้นแบบที่ช่วยสร้างให้เกิดแรงบันดาลใจและสร้างกำลังใจ ช่วยกระตุ้นให้เกิดความขยันและอดทน ไม่ท้อแท้สิ้นหวัง เมื่อต้องเผชิญกับความล้มเหลวแล้วเกิดความท้อแท้ ก็ยังสามารถที่จะคิดให้กำลังใจตนเองได้ มุมานะสู้งาน มีวิธีคิดถึงคนต้นแบบที่ประสบผลสำเร็จ ให้มองดูว่า พวกเขามาถึงปัจจุบันนี้ได้อย่างไร พวกเขาก็เคยล้มเหลวมามากด้วยซ้ำ เช่นเดียวกับที่ตัวของเรากำลังเผชิญอยู่

๑๐. ทำตัวเราเองให้เป็นน้ำครึ่งแก้ว หรือไม่เต็มแก้วอยู่เสมอ และพร้อมที่จะเติมเต็มสิ่งต่าง ๆ ด้วยการเปิดใจ เปิดโอกาสพร้อมที่จะเรียนรู้ รับความรู้ที่เกิดขึ้นใหม่ คือ ต้องดีกว่าเดิมกับการทำงานที่มีความแตกต่างได้ และที่สำคัญจะต้องไม่ทำให้ตัวเราเองกลายเป็นคนที่มีความมั่นใจในตนเองมากจนเกินไป โดยไม่สนว่าสิ่งที่ตนเองคิดจะผิดหรือถูก เพราะจะทำให้เราตัดสินว่าเราเก่งชำนาญแล้วไม่มีใครที่จะรู้ดีกว่าฉันได้ ต้องระวังถึงเรื่องนี้ให้มากๆ เพราะนั่นมิใช่สิ่งที่ดี

๑๑. การฝึกรู้จักให้อภัยตัวเองและผู้อื่นอยู่เสมอ การทำงานบางเรื่องเราทำและตัดสินใจผิดพลาด ซึ่งอาจทำให้เราจดจำเหตุการณ์ที่ผิดพลาดนั้น และเก็บไว้ในใจทำให้เป็นทุกข์ จนไม่กล้าที่จะเผชิญปัญหานั้น ดังนั้นเราควรจะต้องปล่อยให้มันผ่านไป เพื่อเป็นการให้อภัยตนเอง ทุกครั้งที่รู้ว่าเราทำผิดพลาด จงควรให้อภัยตัวของเราเอง โดยใช้การผิดพลาดนั้นเป็นบทเรียน เพื่อที่เราได้เรียนรู้ และเดินหน้าต่อไปเพื่อทำให้สิ่งนั้นดีขึ้นกว่าดี อย่าหมกหมุ่นกับเรื่องที่ผิดพลาดนั้นอยู่

๑๒. การเอาชนะความคิดด้านลบ พยายามฝึกตัวเองไม่ให้คิดถึงเรื่องลบ ๆ เพราะการคิดลบทำให้ตนเองเกิดทุกข์ และมองคนอื่นในทิศทางที่ลบ พยายามมองสิ่งต่าง ๆ รอบตัวของเราในทางด้านบวกเสมอเพราะจะทำให้เราเกิดความสุข

๑๓. นำพาตนเองเข้าไปอยู่ในแวดวงของคนที่มองโลกในแง่บวก หรือแง่ดี เพราะพลังอำนาจจากคนดี ๆ จะทำให้ส่งเป็นพลังความคิดดีเข้าไปในจิตใจของเราได้ เพราะคนคิดบวกจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ตัวเองได้ จะทำให้มีพลังในการทำงาน มีความเพียร มีความมุ่งมั่นและพยายามทำให้งานนั้นสำเร็จตามเป้าหมาย ไม่ควรมองโลกในแง่ลบ เพราะสิ่งลบทำให้ตัวเราเกิดความทุกข์ขึ้นภายในจิตใจของเราเอง

๑๔. มีการวางแผนที่มองไปข้างหน้า คิดเสมอว่า ชีวิตของเราต้องดำเนินต่อไป ให้วางเป้าหมายที่เป็นไปได้ต่อไป พยายามทำงานนั้นให้สำเร็จ คิดบวก ด้วยการฝึกคิดดี แบบต่อเนื่องเสมอเพื่อเป็นพลังสะสมให้กับจิตใต้สำนึกมีมากยิ่งขึ้น การคิดบวกจะเป็นเสมือนเข็มทิศในการเปลี่ยนชีวิตของเราให้กลายเป็นคนที่ประสบผลสำเร็จในชีวิต

สิ่งต่าง ๆ ข้างต้น เป็นเรื่องของการคิดบวก…และผู้เขียนก็ได้พิสูจน์มาแล้วเช่นกันว่า สิ่งต่าง ๆ ข้างต้น เป็นพลังบวกทางด้านความคิดของผู้เขียนทำให้เรามีความพยายาม มุมานะ พากเพียรจนทำให้เกิดเป็นผลสำเร็จต่อตัวเอง และมิเคยใส่ใจ หรือสนใจกับสิ่งที่เป็นลบ เพราะผู้เขียนมิได้ให้ความสำคัญกับเรื่องของการคิดลบต่อตนเองและผู้อื่นเลย…ขอบคุณทุก ๆ สิ่ง ที่เข้ามาเป็นพลังส่งเสริมให้ผู้เขียนได้เกิดการคิดบวกเสมอ ๆ สุดท้ายที่เห็น คือ ตนเองมีความสงบทางด้านจิตใจ เพราะใจมิเคยคิดร้ายต่อตนเองและผู้อื่นเลย…การฝึกกระทำตนดังกล่าวข้างต้น เปรียบเสมือนการเริ่มต้นในการปฏิบัติธรรมเช่นกัน กับเรื่องที่เราได้กระทำสิ่งดี ๆ ต่อตัวของเราเอง ทำแล้วสิ่งที่ได้ คือ ความสุขทางใจนั่นเอง

********************************

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านในบันทึกนี้

บุษยมาศ แสงเงิน

๓ สิงหาคม ๒๕๖๕

หมายเลขบันทึก: 704850เขียนเมื่อ 3 สิงหาคม 2022 17:09 น. ()แก้ไขเมื่อ 3 สิงหาคม 2022 19:12 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี