จากรายการที่ Yuwal Noah Harari (ynharari.com) คุยกับ Tom Bilyeu แห่ง impacttheory.com  ฟังได้ที่ (๑)

Harari บอกว่าเวลานี้มนุษย์เราเป็น hackable organism    คือ biotech + infotech สามารถนำสู่การพัฒนา algorithm สำหรับตรวจสอบสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในร่างกายมนุษย์    และต่อไปจะสามารถบงการ (manipulate) มนุษย์ได้    อาจส่งผลทางบวกก็ได้ ทางลบก็ได้   

ทางบวก เช่นด้านสุขภาพ   เทคโนโลยีนี้อาจนำไปสู่การจัดระบบสุขภาพที่ดีกว่าระบบปัจจุบันอย่างเทียบกันไม่ติด    และอาจช่วยให้มนุษย์เป็นรายคนค้นพบตัวเองได้ง่ายขึ้นหรือเร็วขึ้น   

เรื่องการค้นพบตัวเองนี้ ผมคิดต่อว่า เป็นเรื่องของการเรียนรู้หรือการศึกษา   กล่าวใหม่ว่าเป้าหมายของการศึกษาหรือการเรียนรู้ที่สำคัญที่สุดคือการค้นพบตัวเอง    และผมเชื่อว่าดีที่สุดผ่านกระบวนการที่หนุนให้แต่ละคนค้นพบด้วยตัวเอง   ค้นพบตัวเองด้วยตัวเองดีกว่าให้คนอื่นหรือให้เทคโนโลยีมาบอก 

Harari ทำนายว่า algorithm จะเก่งขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถเข้าถึง ทำความเข้าใจ อ่านใจ  และหาทางบงการมนุษย์เป็นรายคน    หรืออาจตรวจพบเซลล์มะเร็งที่เพิ่งก่อตัวสองสามเซลล์    เพื่อดำเนินการแก้ไขก่อนจะลุกลาม    โดยนัยนี้ มนุษย์ส่วนใหญ่จะยอมให้ algorithm เข้าถึงตนได้  ยอมสูญเสียความเป็นส่วนตัวเพื่อประโยชน์ด้านสุขภาพ หรือการป้องกันโรค   

  Harari บอกว่า มนุษย์ในปัจจุบัน สร้างภาพลักษณ์ของตัวตนผ่านข้อมูลที่ตนสร้างและเผยแพร่เข้าไปในสื่อ    เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ  เมื่อได้รับการตอบรับในลักษณะที่เกินเลยความจริง    ตนเองดูดซับเอา “ความจริงที่ดีเกินจริง” มาเป็นตัวตนของตน    ทำให้ไม่รู้จักตนเอง    ฟังดูคล้ายๆ ตัวเองหลอกคนอื่น จนในที่สุดความหลอกมันตามมาหลอกตัวเราเอง   เป็นการหลงผิด (delusion)   

ที่จริง “ความหลงผิดต่อตัวเอง” เป็นสิ่งที่คู่กับมนุษย์    

อีกทักษะหนึ่งที่มนุษย์ในอนาคตต้องทำได้คือ “การสร้างตัวตนใหม่” (reinventing oneself)    เพื่อหนีความสามารถของเทคโนโลยีอัตโนมัติที่คืบคลานเข้ามาทำงานแทน     ที่เขาพูด เป็นการทำนายว่า ต้องสร้างตัวตนใหม่ทุกๆ ๑๐ ปี   ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับมนุษย์ 

เขาบอกว่าความท้าทายต่ออนาคตของมนุษยชาติมี ๓ อย่างคือ สงครามนิวเคลียร์ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ และการถูกเปลี่ยนทำลายโดยเทคโนโลยี (technology disruption)     ที่จะต้องเป็นประเด็นทางการเมืองของทุกประเทศ   

วิจารณ์ พานิช

๘ พ.ค. ๖๕