เทศบาลตำบลมาบแค 

                                                       อำเภอเมืองนครปฐม  จังหวัดนครปฐม

1. ข้อมูลสะท้อนคุณลักษณะตำบล

                เดิมตำบลมาบแคในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่6 ใช้ชื่อว่าตำบลพะเนียงแตกแขวงนครชัยศรีมีกำนันหลงเป็นกำนันตำบลมาบแคโดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จออกตรวจหัวเมืองกำแพงแสนได้แต่งตั้งกำนันหลงเป็นท่านขุน มีชื่อเต็มว่า ท่านขุนมาบแคขจร และเมื่อพ.ศ. 2475ได้เปลี่ยนชื่อตำบลใหม่จากตำบลพะเนียงแตกเป็นตำบลมาบแคตามชื่อของท่านขุนมาบแคขจรตั้งแต่นั้นถึงปัจจุบัน

           1.1 ลักษณะทางกายภาพ      

               ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปของเทศบาลตำบลมาบแค มีพื้นที่เป็นที่ราบลุ่ม ไม่มีภูเขาและป่าไม้ สภาพภูมิอากาศส่วนใหญ่ของตำบลมาบแค มี3ฤดู ได้แก่ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว  ฤดูร้อน เริ่มประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคม โดยเดือนเมษายนเป็นเดือนที่มีอากาศร้อนอบอ้าวมากที่สุดในรอบปี  ฤดูฝน เริ่มประมาณกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม ทำให้มีฝนตกชุกชื้นตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม เป็นต้นไปโดยเดือนที่มีฝนตกชุกมากที่สุด ในรอบปีและช่วงที่มีความชื้นสูง คือ เดือนกันยายน ฤดูหนาวเริ่มตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ โดยเริ่มมีอากาศหนาวประมาณกลางเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไปและเดือนที่มีอากาศหนาวที่สุดคือเดือนธันวาคม นอกจากนี้พื้นที่ตำบลมาบแคดินมีลักษณะเป็นดินเหนียวปนทราย สภาพพื้นที่เหมาะสมแก่การทำการเกษตรกรรมและกสิกรรม

           1.2 การปกครอง       

               ตําบลมาบแคตั้งอยู่ทางทิศเหนือขององค์พระปฐมเจดีย์อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดนครปฐม ประมาณ  20  กิโลเมตร มีทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3036 สายนครปฐม - ดอนตูม ตัดผ่านพื้นที่ตำบลมาบแค ตำบลมาบแค อยู่ห่างจากอำเภอเมืองนครปฐม  ประมาณ 7  กิโลเมตรตำบลมาบแคมีพื้นที่ประมาณ  20.147 ตารางกิโลเมตร  หรือ 12,592 ไร่ โดยมีอาณาเขตดังนี้

              ทิศเหนือ  ติดต่อกับ ตำบลห้วยพระและตำบลห้วยด้วน  อำเภอดอนตูม 

              ทิศใต้      ติดต่อกับ ตำบลทุ่งน้อย  อำเภอเมืองนครปฐม

              ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตำบลดอนรวก  อำเภอดอนตูม

              ทิศตะวันตก        ติดต่อกับ  ตำบลนครปฐมและตำบลตาก้อง  อำเภอเมืองนครปฐม 

           ประชากรในเขตตำบลมาบแคมีจำนวนทั้งสิ้น 8,677 คน แยกเป็นประชากรชายจำนวน 4,176 คน ประชากรหญิงจำนวน 4,501 คน มีจำนวนครัวเรือนทั้งสิ้น 2,727 ครัวเรือน แบ่งการปกครองออกเป็น 11 หมู่บ้าน โดยอยู่ในเขตตำบลมาบแค ประกอบด้วย หมู่ 1 บ้านหนองอ้อ หมู่ 2 บ้านดอนกลาง หมู่ 3 บ้านดอนตาก่าน หมู่ 4 บ้านอุทัย หมู่ 5 บ้านพะเนียงแตก หมู่ 6 บ้านรางน้ำเค็ม หมู่ 7 บ้านสำนักคร้อ หมู่ 8 บ้านห้วยชัน หมู่ 9 บ้านสวนใหม่ หมู่ 10 บ้านทุ่งตะพรม หมู่ 11 บ้านดุมหัก และมีตัวแทนแต่ละหมู่เป็นสมาชิกสภาเทศบาลตำบล

                                                  ภาพที่ 1 แผนที่ตำแหน่งหมู่บ้านตำบลมาบแค

                

              ตำบลมาบแค แบ่งเขตการปกครองระดับหมู่บ้านเป็น 11 หมู่บ้าน และมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านประจำหมู่

ต่าง ๆ ดังนี้


 

หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้าน
1 บ้านหนองอ้อ นายขจร          เหล่างาม
2 บ้านดอนกลาง นายสุริยา        สงวนพันธุ์
3 บ้านดอนตาก่าน นายสมบูรณ์    สงวนรักษา
4 บ้านอุทัย นางสาวกิตติวีณ์  สงวนสัตย์
5 บ้านพะเนียงแตก นางกมลวรรณ  นิ่มเป๋า
6 บ้านรางน้ำเค็ม นายชุมพล       เชื่อมวราศาสตร์
7 บ้านสำนักคร้อ นายชาญยทธ  เจริญสุข
8 บ้านห้วยชัน นายธณรัสย์   ทิมนาคสิริวงศ์
9 บ้านสวนใหม่ นายนิติพันธ์   ไพรสงบ
10 บ้านทุ่งตะพรม นายประทวน  ทูลยอดพันธุ์
11 บ้านดุมหัก นายพงษ์ศักดิ์  ทรงนิพิฐกุล


                1.3 บริบททางเศรษฐกิจ       

                  สภาพเศรษฐกิจของตำบลมาบแคในปัจจุบันประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตรกรรม ได้แก่กระชาย คะน้า กวางตุ้ง รวมทั้งปลูกเผือก ขมิ้น การประมง ตำบลมาบแคมีการประมงที่ขึ้นชื่อคือ เลี้ยงกบ เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา และ การปศุสัตว์ตำบลมาบแค มีการปศุสัตว์ คือ การเลี้ยงโคและสุกร ในทุกหมู่บ้านของตำบลมาบแค อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม และ มีการบริการต่างๆล้วนเป็นอาชีพที่สุจริตและเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวในชุมชนอีกด้วย

                1.4 บริบททางสังคม  

                  การตั้งบ้านเรือนของชาวบ้านที่นี่ไม่กระจุกตัวหนาแน่น แต่จะตั้งบ้านเรือนอยู่ห่างๆ กระจายตามที่ทำกินของตนเอง มีกระจุกตัวเป็นกลุ่มอยู่บางช่วง เช่น ในเขตพื้นที่ก่อสร้าง ในเขตที่ใกล้วัดและโรงเรียน โดยรวมแล้วตำบลมาบแคจึงมีความชนบทมากกว่าความเป็นเมือง ตำบลมาบแคจะมีระบบพานิชย์ชุมชนะบบพานิชย์ของตำบลมาบแค ส่วนใหญ่ประกอบด้วยร้านค้า 1)ประเภทขายของชำและทั่วไป 7 แห่ง 2) โต๊ะจีน 3 แห่ง 3)ร้านอาหารและเครื่องดื่ม 26 แห่ง 4)ร้านอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ 4 แห่ง 5)ร้านบริการล้างรถ 4 แห่ง 6)ร้านซ่อมรถยนต์ 4 แห่ง 7)ร้านวัสดุก่อสร้าง 4 แห่ง 8)ร้านเครื่องเสียงรถยนต์ 2 แห่ง  9) ร้านเสื้อผ้า 2 แห่ง 10)ร้านเสริมสวย ทำเล็บ 3 แห่ง  12)บริการผลิตภัณฑ์ความงาม 1 แห่ง11)เก็บคลังสินค้า 2 แห่ง  12)ร้านจำหน่ายรถจักรยานไฟฟ้า 1 แห่งและระบบอุตสาหกรรมของตำบลมาบแค ส่วนใหญ่ประกอบด้วย1)โรงงานประเภทย้อมสีฟอก ย้อมผ้าจำนวน1แห่ง 2)โรงงานประเภทผลิตและจำหน่ายพลาสติกและระบบน้ำการเกษตรจำนวน1แห่ง 3)โรงงานเกี่ยวกับกิจการรถยนต์2แห่ง 3)โรงงานประเภทเกี่ยวกับสัตว์5แห่ง 4)โรงงานเกี่ยวกับอุปกรณ์/เฟอร์นิเจอร์2แห่ง  5)บริษัทเงินทุนและหลักทรัพย์ 1 แห่ง

                 ประชากรส่วนใหญ่เป็นคนดั้งดิมของพื้นที่ แต่ก็อาจจะมีกลุ่มชาติพันธุ์ปะปนบ้างแต่ไม่ได้อยู่กระจายกันในพื้นที่ส่วนมากจะรวมตัวกันเป็นกลุ่ม จะเห็นได้จากการแต่งกาย การพูดสื่อสาร อาหารการกินภายในกลุ่มนั้นๆ 

                 ด้านสาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมาบแคจำนวน 1 แห่งมีข้าราชการ 3 คนลูกจ้างชั่วคราว 1 คน ลูกจ้างประจำ 1 คน ลูกจ้างรายวัน 1 คน อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) 162 คน

                 ด้านอาชญากรรม   เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.สามควายเผือก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน สมาชิกอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) 

                 ด้านการคมนาคมและสาธารณูปโภคพื้นฐาน พบว่า ถนนภายในหมู่บ้าส่วนใหญ่โครงข่ายถนนเข้าถึงทุกที่ แต่สภาพถนนขรุขระรอการซ่อมแซม สืบเนื่องมาจากมีรถบรรทุกขับขี่บนถนนค่อยข้างบ่อยจึงทำให้ถนนบางส่วนทรุดโทรมลง จึงมีการสัญจรบนถนนที่ไม่สะดวกและปลอดภัยกับชาวบ้าน ส่วนในด้านน้ำเพื่อการบริโภคและอุปโภคถือว่าเพียงพอ แต่บางที่อาจจะเป็นน้ำบาดาล น้ำประปาแตกต่างกันไป แต่ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของชาวบ้านในพื้นที่ตำบลมาบแค 

                 ด้านไฟฟ้า พบว่ามีโครงข่ายเข้าถึงทุกหมู่บ้าน แต่บางพื้นที่อาจจะทำให้มีอุปสรรคไฟฟ้าสาธารณะไม่เพียงพอต่อความต้องการแต่ไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับชาวบ้าน ชาวบ้านสามารถใช้ไฟสาธาณะได้ในหมู่บ้านของตน เช่นเดียวกับด้านการโทรคมนาคมมีโครงข่ายถึงทุกหมู่บ้านและมักใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นส่วนใหญ๋

                                                  ภาพที่ 2 แผนที่ตำแหน่งพานิชย์ชุมชนตำบลมาบแค

               1.5 บริบททางการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

                  ตำบลมาบแคมีสถานศึกษาที่อยู่ในความดูแลของเทศบาลและวัด จำนวน3 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนวัดพะเนียงแตก สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขต 1 จังหวัดนครปฐม เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล และระดับ ป.1 – ป.6 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลมาบแค และการศึกษานอกระบบ(กศน.มาบแค)  เทศบาลมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนโครงการต่างๆ ของโรงเรียนทั้งทุนทรัพย์ บุคลากร และการเป็นพื้นที่ให้โรงเรียนได้มีโอกาสประชาสัมพันธ์กิจกรรมของนักเรียน

               ด้านศิลปะและวัฒนธรรม  เทศบาลตำบลมาบแคมีการสำรวจภูมิปัญญาท้องถิ่น พบว่ามีชาวบ้านในชุมชนมีความเชี่ยวชาญและมีความสามารถในการคิดค้นสูตรการทำแป้งขนมจีน จึงทำให้มีนำมาสืบสานต่อจึงทำให้เกิดประเพณีตำขนมจีนและการทำแป้งขนมจีนของชาวตำบลมาบแคในปัจจุบัน

               ด้านศาสนา    ประชากรเกือบทั้งหมดนับถือศาสนาพุทธ มีวัดในพื้นที่ความดูแลของ เทศบาล เพียงแห่งเดียวคือวัดพะเนียงแตก ตามประวัติเล่าว่า วัดพะเนียงแตก เดิมเป็นวัดเก่ารกร้างหลวงพ่อทาเดินธุดงค์มาปักกลดแล้วจำพรรษาและได้บูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่เหตุที่เรียกว่าวัด"พะเนียงแตก"เพราะในงานประจำปีครั้งหนึ่งหลวงพ่อทาได้ใช้นิ้วอุดปากกระบอกพลุไฟพะเนียงทำให้พลุไม่สามารถพุ่งออกมาได้กระบอกพลุจึงแตก แต่หลวงพ่อไม่เป็นอันตรายใดใดเลยชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์นำไปเล่าขานและเรียกหลวงพ่อว่า"หลวงพ่อพะเนียงแตก" เพราะต้องการกำราบพวกนักเลงหัวไม้ให้เกรงกลัว ประชากรของตำบลมาบแคเลือกที่จะไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านคือวัดพะเนียงแตก

 

                                            ภาพที่ 3 แผนที่ตำแหน่งสถานที่ราชการตำบลมาบแค

                1.6 บริบททางการเมือง   นายกเทศมนตรีตำบลมาบแค ปัจจุบันคือ นายปัญญาวัฒน์ ธนะตระกลูพานิช มีวาระการดำรงตำแหน่ง สมัยแรกตั้งแต่ปี2564  ได้รัการดำรงตำแหน่งจากการเลือกตั้งของประชาชนในพื้นที่ในวันที่28 มีนาคม 2564  โดยได้คะแนนการเลือกตั้งทั้งหมด 2,743 คะแนนนโยบายการทำงานของนายกเทศบาล คือ มุ่งมั่น รวมพลัง พัฒนา เพื่อเปลี่ยนแปลงทุกปัญหาต้องได้รับการแก้ไข

                2.ข้อมูลสะท้อนคุณลักษณะองค์กร

              

                                                        ภาพที่ 4  สำนักงานเทศบาลตำบลมาบแค

               เทศบาลตำบลมาบแค เดิมจัดตั้งเป็นสภาตำบลมาบแค และได้รับการยกฐานะจัดตั้งเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลมาบแค เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2539 ต่อมาได้จัดตั้งเป็นเทศบาลตำบลมาบแค เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2555 ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 24 เมษายน 2555 มีฐานะเป็นนิติบุคคล และเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น มีโครงสร้างการบริหารงานครอบคลุมพื้นที่ตำบลมาบแคทั้งตำบล ตั้งอยู่ที่16/5 หมู่ที่ 10 ต.มาบแค อ.เมืองนครปฐม   จ.นครปฐม

 

                                                    ภาพที่ 5 ตราสัญลักษณ์เทศบาลตำบลมาบแค

2.1 ผู้บริหารและคณะทำงาน

           

http://mabkhae.go.th/assets-admin/images/chart/25912435516059.jpg

                                                  ภาพที่ 6 ภาพนายกเทศมนตรีตำบลมาบแค

                  นายกเทศมนตรีตำบลมาบแค ปัจจุบันคือ นายปัญญาวัฒน์ ธนะตระกลูพานิช มีวาระการดำรงตำแหน่ง สมัยแรกตั้งแต่ปี2564 ได้รัการดำรงตำแหน่งจากการเลือกตั้งของประชาชนในพื้นที่ในวันที่28 มีนาคม 2564  โดยได้คะแนนการเลือกตั้งทั้งหมด 2,743 คะแนนนโยบายการทำงานของนายกเทศบาล คือ มุ่งมั่น รวมพลัง พัฒนา เพื่อเปลี่ยนแปลงทุกปัญหาต้องได้รับการแก้ไข

        โครงสร้างการปกครองและการบริหารงานของเทศบาลตำบลมาบแค ประกอบด้วย

              1. สภาเทศบาลตำบลมาบแค เป็นฝ่ายนิติบัญญัติและควบคุมฝ่ายบริหาร ประกอบด้วย สมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้ง 13 คนแบ่งเป็นประธานสภาเทศบาลตำบลมาบแค 1 คน รองประธานสภาเทศบาลตำบลมาบแค1 คน เลขานุการสภาเทศบาลตำบลมาบแค 1 คน สมาชิกสภาเทศบาลตำบลมาบแค เขต 1จำนวน 4 คน และสมาชิกสภาเทศบาลตำบลมาบแค เขต 2 จำนวน 6 คนอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี 

              2. คณะผู้บริหาร ทำหน้าที่บริหารกิจการเทศบาลตามกฎหมาย ประกอบด้วย นายกเทศมนตรี 1 คน คือนายปัญญาวัฒน์ ธนะตระกลูพานิช   รองนายกเทศมนตรี  2 คนคือ นายสาธิต สอนพาและนายพีรดนย์ สาวทรัพย์  เลขานายกเทศมนตรี 1 คนคือ นายสุขสันต์ สงวนรักษา และ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี 1 คนคือ นายมนตรี วิภากูล

              3. ส่วนบริหารงานของเทศบาลตำบลมาบแค ประกอบด้วย 1) ปลัดเทศบาล 2) รองปลัดเทศบาล             3) หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาล 4) ผู้อำนวยการกองคลัง 5)ผู้อำนวยการการช่าง 6) ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม สังกัดอยู่ในสำนักปลัด

           

                                                            ภาพที่ 7 ภาพโครงสร้างส่วนราชการ

             2.2 วิสัยทัศน์ พันธกิจ ยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนา และ เป้าประสงค์

                วิสัยทัศน์

                  “ตำบลมาบแคน่าอยู่ คุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมดี ยึดมั่นธรรมาภิบาล”

               พันธกิจ (Mlission) ยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนา และ เป้าประสงค์

                 1. ยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ 1 ด้านโครงสร้างพื้นฐาน

                   พันธกิจ ปรับปรุงเส้นทางคมนาคมและพัฒนาระบบสาธารณูปโภคให้ได้มาตรฐานเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน        

                   เป้าประสงค์ การคมนาคมและระบบ สาธารณูปโภค น้ำเพื่อการอุปโภค บริโภคเพียงพอ

                 2. ยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ 2 ด้านเศรษฐกิจ

                   พันธกิจ   พัฒนาศักยภาพคนในชุมชนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน      

                   เป้าประสงค์    ประชาชนมีอาชีพ รายได้เพียงพอ บนพื้นฐานหลักเศรษฐกิจพอเพียง

                3. ยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ 3 ด้านสังคม

                   พันธกิจ            มุ่งพัฒนาการศึกษา สาธารณสุข อนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น เพื่อการท่องเที่ยว มีชีวิตปลอดภัย และผู้ด้อยโอกาสได้รับการดูแล

                   เป้าประสงค์ ประชาชนได้รับโอกาสทางการศึกษา มีสุขภาพแข็งแรงปลอดภัยในชีวิต ดูแลสวัสดิการผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส ร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว

               4. ยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ 4 ด้านสิ่งแวดล้อม

                   พันธกิจ       ฟื้นฟูและรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สู่ความสมดุล

                   เป้าประสงค์    ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับการดูแลบำรุงรักษา

              5. ยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ 5 ด้านบริหารจัดการ

                   พันธกิจ        ใช้หลักธรรมาภิบาล ในการบริหารจัดการ

                   เป้าประสงค์     การให้บริการประชาชน  มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ถูกต้อง เป็นธรรม

2.3 ภาพรวมและสถานการณ์ปัญหา 

          1.ปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐาน

            ถนนในหมู่บ้านมีสภาพชำรุด เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ โดยรอบชุมชนไฟฟ้าสาธารณะยังไม่เพียงพอ น้ำประปาบาดาลไม่เพียงพอ เนื่องจากบ่อบาดาลชำรุด หอถังประปาเดิมผุพัง น้ำใช้ในการเกษตรไม่ทั่วถึง

          2.ปัญหาด้านเศรษฐกิจ

            เกษตรกรขาดรายได้เสริมหลังฤดูเก็บเกี่ยว ผลผลิตตกต่ำ วัสดุการเกษตรราคาสูง เกษตรกรขาดความรู้ความเข้าใจในการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้

          3.ปัญหาด้านสังคม

            เด็ก เยาวชน ยังขาดโอกาสทางการศึกษา ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยเอดส์ เด็กด้อยโอกาส ยังได้รับการดูแลไม่ทั่วถึง ประชาชนยังไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เด็ก เยาวชน ยังมีปัญหาด้านยาเสพติด การแพร่ระบาดของโรคติดต่อ ประชาชนขาดความรู้ในการส่งเสริมสุขภาพ

         4.ปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

            ปัญหาขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลที่เกิดจากโรงงาน ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ และอาคารบ้านเรือน ถูกปล่อยทิ้งในพื้นที่ชุมชน มีการปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ประชาชนขาดความตระหนักและมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

        5.ปัญหาด้านการบริหารจัดการ

           ประชาชนยังขาดความรู้ความเข้าใจในการบริหารงานของเทศบาล ยังขาดความตระหนักในการมีส่วนร่วม การร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผลประโยชน์ในการพัฒนาท้องถิ่นการขาดโอกาสหรือไม่สนใจรับรู้ข้อมูลข่าวสาร

3 ข้อมูลหมู่บ้าน/ชุมชน (พื้นที่ทำโครงการ)

               3.1 ความเป็นมาของหมู่บ้าน/ชุมชน

                 ตำบลมาบแค ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ใช้ชื่อว่าตำบลพะเนียงแตก แขวงนครชัยศรี มีกำนันหลงเป็นกำนันตำบลมาบแคโดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จออกตรวจหัวเมืองกำแพงแสนได้แต่งตั้งกำนันหลงเป็นท่านขุน มีชื่อเต็มว่า ท่านขุนมาบแคขจร และเมื่อ พ.ศ. 2475ได้เปลี่ยนชื่อตำบลใหม่จากตำบลพะเนียงแตก เป็นตำบลมาบแค ตามชื่อของท่านขุนมาบแคขจรตั้งแต่นั้นถึงปัจจุบัน    เขตการปกครอง ครอบคลุมพื้นที่ หมู่ที่ 1 – 11 ของตำบลมาบแคทั้งตำบล ได้แก่ หมู่ที่ 1 บ้านหนองอ้อ หมู่ที่ 2 บ้านดอนกลาง หมู่ที่ 3 บ้านดอนตาก่าน หมู่ที่ 4 บ้านอุทัย หมู่ที่ 5 บ้านพะเนียงแตก  หมู่ที่ 6 บ้านรางน้ำเค็ม หมู่ที่ 7 บ้านสำนักคร้อ หมู่ที่ 8 บ้านห้วยชัน หมู่ที่ 9 บ้านสวนใหม่ หมู่ที่ 10  บ้านทุ่งตระพรม และ หมู่ที่ 11 บ้านดุมหัก

               3.2 ภูมิปัญญา / ปราชญ์ชาวบ้าน

                 ด้านภูมิปัญญาของหมู่บ้านตำบลมาบแค  คือ การสืบสานประเพณีการตำขนมจีนโบราณ ซึ่งจัดขึ้นโดยวัดและเทศบาลตำบลมาบแค ร่วมกับประชาชนในพื้นที่และตำบลใกล้เคียง เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกให้คนในท้องถิ่นตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของภูมิปัญญาท้องถิ่น และให้คนในท้องถิ่นเกิดความรัก ความสามัคคี โดยการมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมร่วมกับชุมชน ซึ่งประเพณีการตำขนมจีนมีมาอย่างยาวนานกว่า 100 ปีแล้ว จนปัจจุบันกลายเป็นตำนานที่สืบทอดกันมา และให้คนรุ่นหลังได้เห็นความสำคัญของประเพณีการทำขนมจีนโบราณที่มีการสืบทอดกันมาอย่างยาวนานมากว่า 100 ปี ให้คงอยู่คู่กับ ต.มาบแค

ภูมิปัญญาชาวบ้าน ตำบลมาบแค อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

        คนที่ 1 

           ประวัติส่วนตัว 

           ชื่อ: นางสาวพยอม รัตนคร  เกิดวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2482 อายุ83ปี

           ที่อยู่: อาศัยอยู่กัวัดพะเนียงแตก หมู่10 ตำบลมาบแค อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

           รายละเอียด

              ยายอยู่กับวัดมา48ปี อยู่ตั้งแต่หลวงพ่อย้งเป็นเจ้าอาวาสวัดก่อนเจ้าอาวาสคนปัจจุบัน ยายมาช่วยวัดฟรีไม่เอาเงินเดือนเลยสักครั้ง ยายอาศัยอยู่ในวัดกินนอนอยู่ที่นี้มานาน ช่วยดูแลของในวัด ล้างจาน บางทีก็มีคนมาให้เงินบ้างในบ้างครั้ง ประเพณีตำขนมจีนมีมาตั้งแต่งานวัด3คืนของวัดพะเนียงแตกหลวงพ่อทาท่านเป็นคนคิดประเพณีนี้ขึ้นมาตั้งแต่ท่านเป็นเจ้าอาวาส แป้งขนมจีนทำกันเองนำข้าวสารแช่ในโอ่งแล้วนำมาหยีเอา สูตรแป้งขนมจีนได้มาจากแม่บ้านหมู่7 ตำบลมาบแค การตำขนมจีนอุปกรณ์ครกมีสาก มีเครื่องสารพัด โอ่งแช่แป้ง

รูปภาพเพิ่มเติม



 

                                                        สากทำมาจากไม้ไผ่ สำหรับตำขนมจีน

                                                     ครกเป็นหลุมตรงกลางไว้สำหรับตำขนมจีน 

                                    

                                                          โอ่งไว้สำหรับแช่ข้าวสาร แช่แป้ง

 

        คนที่ 2

          ประวัติส่วนตัว

          ชื่อ: นางทองพิณ แก้วปัญญา เกิดวันที่16 ธันวาคม พ.ศ.2592 อายุ73ปี

          ที่อยู่: อาศัยอยู่หมู่7 ตำบลมาบแค อำเอเมือง จังหวัดนครปฐม

           รายละเอียด

                          ยายเล่าว่าได้เรียนนวดแผนไทยโบราณกับครูธัณรัตน์ จากอำเภอนครปฐม ได้อบรมเรียนจากโครงการทักษิณให้สอนคนให้มีงานทำฝึกอาชีพ หาคนว่างงานไม่มีอาชีพ อำเภอเลยจัดสรรให้ครูธัณรัตน์เป็นหัวหน้าสอนยาย ฝึกนักเรียนให้เป็นนวดแผนไทยโบราณ มีเครื่องนวดฝ่าเท้า นวดกด นวดอบสมุนไพร สมุนไพรตะไคร้ ไพร ขมิ้นอ้อย ขมิ้นชัน แต่ละประเพณีไม่เหมือนกัน บ้างก็ใช้ ตระไคร้ ผิวมะกูด หลายๆอย่างใบมะขามแห้งบ้าง สดบ้าง ตะไคร้หอม นำมาตำรวมกัน พิมเสร การบูร ลูกปะคบนวดแผนไทย ทำมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2542จนถึงปัจจุบัน แต่ปัจจุบันยายรับแค่นวดจับเส้น เพราะด้วยอายุที่มากขึ้นจึงหาสมุนไพรไม่ค่อยไหว ยายนวดจับเส้นคิดชั่วโมงละ100บาท ยายเอาพอกินพอใช้พอเลี้ยงตัวเองให้อยู่รอด   

รูปภาพเพิ่มเติม


 

 

         คนที่ 3 

           ประวัติส่วนตัว

           ชื่อ: นางสาวแก้ว บุตรงาม  อายุ72ปี (วันเกิดไม่แน่ชัด)

           ที่อยู่: อาศัยอยู่หมู่ 8 ตำบลมาบแค อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

           รายละเอียด

                     ด้านพิธีกรรม ยายน้อยเล่าว่าเป็นร่างทรงมาตั้งแต่20ปี เริ่มจากการไม่สบายหนักมา3ปี เจ็บปวดทรมานไม่ได้ป่วยเป็นอะไรทำงานได้ แต่เจ็บปวดทรมานปวดหนักช่วงคอ ตามตัว เลยต้องรับขันธ์5 รับบูชารับทรงเขา จะมีคนมาดูดวง ดวงไม่ดี มีเรื่องทุกข์ใจไม่สบายใจก็จะให้ยายดูแต่ไม่ค่อยรับดูเท่าไหร่กลัวพวกหาว่าไม่แม่น โดนของมายายก็จะให้ทานน้ำมนต์ เป่าหัวให้ ยายทรงปู่องอินทร์ แม่รจนา กุมานจุกกับกุมานเปีย ก็จะมีการบูชาทำบายศรี ผลไม้ สายพานของเขาตามทำเนียมทุกปี จะมีการจัดงานเจ้าทุกปี แต่มีโควิดงานจะไม่ค่อยได้จัดมากนัก บอกคนไม่เยอะทำกันเองในหมู่บ้าน

รูปภาพเพิ่มเติม


 

 

          คนที่ 4
            

            ประวัติส่วนตัว

            ชื่อ:    นางสาวสมคิด พึ่งบุญ เกิดวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ.2502 อายุ63ปี

            ที่อยู่: อาศัยอยู่หมู่ 10 ตำบลมาบแค อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

            รายละเอียด

               ยายสมคิดเล่าว่าไม่มีอาชีพอะไรว่างงาน ค้าขายจึงทำวุ้นขาย ทำขนมขาย ทำเป็นเพราะหัดทำเอง หัดทำกินก่อนพอรสชาติใช้ได้ ทานได้ เลยทำขายเพื่อเลี้ยงครอบครัว ส่งหลานเรียน พอมีงานมงคลหรืองานบุญที่ไหนยายก็จะอาสาทำวุ้นไปให้ หรือไม่บางงานก็จะจ้างยายทำ วิธีทำง่ายมากๆ ตั้งน้ำกะทิ เทผงวุ้นไปในน้ำกะทิ 5ลิตรต่อผงวุ้น 1ถุง น้ำตาลทราย1โล กะทิ1โล และกวนจนกว่าจะแข็งตัว เทใส่ถาดก็นำไปขายได้แล้ว โดยยายทำสีวุ้นเป็นสีกะทิธรรมชาติ ไม่ใส่สีผสมอาหารเลย ยายบอกยิ่งแช่ตู้เย็นยิ่งอร่อยอีกด้วย นอกจากยายจะทำวุ้นมะพร้าวได้แล้ว ยังสามารถทำขนมต้ม สาคูไส้หมู ขนมเข่ง ข้าวเกรียบปากหม้อ ข้าวต้มมัด ขนมกล้วยเป็นต้น

รูปภาพเพิ่มเติม
                                                   


 



 


 

          คนที่ 5
   

            ประวัติส่วนตัว

            ชื่อ: นายจำเนียร ถิ่นน้อย  เกิดวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ.2490 อายุ75ปี

            ที่อยู่: อาศัยอยู่หมู่10 ตำบลมาบแค อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

            รายละเอียด

                ตาจำเนียรเล่าว่าเนื่องจากชีวิตชนบท เมื่อก่อนไม่มีแก๊สเลยใช้ถ่านทำกับข้าว ต้องเผาถ่านไว้ใช้ ถ่ายทอดกันมารุ่นต่อรุ่นทำต่อกันมา วิธีทำง่ายๆตัดไม้ ขุดหลุมให้พอดีกับไม้ เรียงไม้ให้เต็มหลุมจุดไฟ พอติดดีแล้วก็ปิดเอาแกลบ(เปลือกข้าว)มาปิด นำแกลบมาปิดไว้ไม่ให้ทะลุ กลางคืนก็คอยมาดูตลอด ต้องปิดไว้ ใช้เวลาในการทำ3คืน เอาออกแล้วนำมาตากแดดใช้ได้ ที่ตายังไม่อยากซื้อถ่านเพราะตอนนี้ถ่านราคาค่อนข้างสูง ตาเลยอยากลดต้นทุนในการใช้จ่ายให้ได้มากที่สุด เพราะต้องนำถ่านมาใช้ในการต้มข้าวโพดขายเอง นอกจากตาจะเผาถ่านได้แล้วยังมีการปลูกข้าวโพด ถั่วลิสง ขมิ้น บวบ ไว้ขายเพื่อดำรงชีวิตอีกด้วย

รูปภาพเพิ่มเติม


 


 


 

อ้างอิง

        http://mabkhae.go.th/

        http://mabkhae.go.th/assets-admin/files/stragegy/17673432644177.pdf

        https://school.nptedu.go.th/wpt/