องค์การบริหารเเขวงทรายกองดินใต้ เขตคลองสามวา จังหวัดกรุงเทพมหานคร

1)ข้อมูลสะท้อนคุณลักษณะเเขวง
1.1 ประวัติความเป็นมาของตำบล
เดิมพื้นที่แขวงทรายกองดินใต้เป็นส่วนหนึ่งของตำบลทรายกองดินซึ่งขึ้นกับอำเภอเมือง (อำเภอคลองสามวาเดิม) จังหวัดมีนบุรี จนกระทั่ง พ.ศ. 2474 จังหวัดมีนบุรีถูกยุบรวมเข้ากับจังหวัดพระนครอำเภอเมืองซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของจังหวัดมีนบุรีจึงเปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอมีนบุรี ต่อมาใน พ.ศ. 2505 กระทรวงมหาดไทยได้แยกหมู่ที่ 1–10, 15 และ 16 ของตำบลทรายกองดินออกมาจัดตั้งเป็น ตำบลทรายกองดินใต้ และในปีถัดมาได้ขยายเขตสุขาภิบาลมีนบุรีครอบคลุมตำบลทรายกองดินใต้ด้วยใน พ.ศ. 2514 จังหวัดพระนครถูกรวมกับจังหวัดธนบุรีแล้วเปลี่ยนแปลงฐานะเป็นนครหลวงกรุงเทพธนบุรี จากนั้นใน พ.ศ. 2515 จึงเปลี่ยนแปลงฐานะเป็นกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้เปลี่ยนการเรียกหน่วยการปกครองใหม่ ตำบลทรายกองดินใต้จึงเปลี่ยนแปลงฐานะเป็น แขวงทรายกองดินใต้ และอยู่ในเขตการปกครองของเขตมีนบุรี ก่อนจะย้ายมาขึ้นกับเขตคลองสามวาซึ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ใน พ.ศ. 2540
1.2พื้นที่เเละขอบเขต
- ทิศเหนือ ติตต่อกับแขวงสามวาตะวันออก มีคลองสองตะวันออก คลองบึงแตงโม และคลองแบนชะโดเป็นเส้นแบ่งเขต
- ทิศตะวันออก ติดต่อกับแขวงคู้ฝั่งเหนือ (เขตหนองจอก) มีคลองลัดตาเตี้ยเป็นเส้นแบ่งเขต
- ทิศใต้ ติดต่อกับแขวงโคกแฝด (เขตหนองจอก) แขวงแสนแสบ แขวงมีนบุรี (เขตมีนบุรี) และแขวงทรายกองดิน มีคลองแสนแสบ คลองลำบึงไผ่ และคลองบึงทรายกองดิน (บึงยาว) เป็นเส้นแบ่งเขต
- ทิศตะวันตก ติดต่อกับแขวงทรายกองดินมีคลองบึงเตย คลองตาหนวดและคลองพระราชดำริ 2 เป็นเส้นแบ่งเขต

1.2.1 ลักษณะภูมิประเทศเขตคลองสามวา เป็น 1 ใน 50 เขตการปกครองของกรุงเทพมหานคร จัดอยู่ในกลุ่มเขตกรุงเทพตะวันออก
1.2.2 ลักษณะภูมิอากาศสภาพทั่วไปเป็นท้องทุ่ง มีคลองสามวาผ่านกลางพื้นที่และมีคลองซอยเชื่อมระหว่างคลองหลักเป็นก้างปลา
1.2.3 ลักษณะดินประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพกสิกรรม
1.3 การปกครองระดับหมู่บ้าน
สภาพชีวิตของชาวเขตคลองสามวาส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรมนับถือศาสนาพุทธเป็นส่วนมากรองลงมาคือศาสนาอิสลาม โดยมีการแบ่งการปกครองออกเป็น 5 แขวง มี 81 ชุมชน แขวงทรายกองดินใต้มีจำนวน 17 ชุมชน(รายชื่อหมู่บ้านในตำบลทรายกองดินใต้ https://sathai.com/geo ,สภาพทางภูมิศาสตร์ สังคม และเศรษฐกิจเรื่องชุมชนในเขตคลองสามวาหน้า23-24) ดังนี้
| ลำดับ | ชื่อชุมชน | ผู้อำนวยการเขตคลองสามวา |
| 1 | ชุมชนห้าพี่น้องพัฒนา | นายพันธ์ศักดิ์ เจริญสุข |
| 2 | ชุมชนวาสิฏฐี | นายพันธ์ศักดิ์ เจริญสุข |
| 3 | ชุมชนร่วมใจรักพัฒนา | นายพันธ์ศักดิ์ เจริญสุข |
| 4 | ชุมชนอาบูพัฒนา | นายพันธ์ศักดิ์ เจริญสุข |
| 5 | ชุมชนศรีบูรพาบ้านแบนชะโด | นายพันธ์ศักดิ์ เจริญสุข |
| 6 | ชุมชนประชาร่วมใจพัฒนา | นายพันธ์ศักดิ์ เจริญสุข |
| 7 | ชุมชนสามัคคีทำ | นายพันธ์ศักดิ์ เจริญสุข |
| 8 | ชุมชนกมาลุลอิสลาม | นายพันธ์ศักดิ์ เจริญสุข |
| 9 | ชุมชนนูรุดดีน | นายพันธ์ศักดิ์ เจริญสุข |
| 10 | ชุมชนหมู่บ้านอินเตอร์ | นายพันธ์ศักดิ์ เจริญสุข |
| 11 | ชุมชนเกาะขุนเณร | นายพันธ์ศักดิ์ เจริญสุข |
| 12 | ชุมชนตาหวานพัฒนา24 | นายพันธ์ศักดิ์ เจริญสุข |
| 13 | ชุมชนรวมพลังพัฒนา | นายพันธ์ศักดิ์ เจริญสุข |
| 14 | ชุมชนเจริญสุขพัฒนา | นายพันธ์ศักดิ์ เจริญสุข |
| 15 | ชุมชนมัสยิดฮิดายาตุ้ลอิสลามิยะห์ | นายพันธ์ศักดิ์ เจริญสุข |
| 16 | ชุมชนหมู่ 8 ร่วมใจพัฒนา | นายพันธ์ศักดิ์ เจริญสุข |
| 17 | ชุมชนสุขใจสามัคคี | นายพันธ์ศักดิ์ เจริญสุข |
1.4 สถิติประชากรสำนักงานเขตคลองสามวา ประจำเดือน ธ.ค.๕๙
| สำนักทะเบียน / ตำบล | ประชากร | รวม | |
| ชาย | หญิง | - | |
| แขวงสามวาตะวันตก | 25,907 | 28,763 | 54,670 |
| แขวงสามวาตะวันออก | 12,442 | 13,214 | 25,656 |
| แขวงบางชัน | 37,712 | 43,237 | 80,949 |
| แขวงทรายกองดิน | 5,670 | 6,168 | 11,838 |
| แขวงทรายกองดินใต้ | 8,056 | 8,338 | 16,394 |
| รวม | 89,787 | 99,720 | 189,507 |
1.5 สถิติประชากรตามทะเบียนราษฎร์เขตคลองสามวา ปี 2560(สภาพทางภูมิศาสตร์ สังคม และเศรษฐกิจหน้า21-22)
| ลักษณะข้อมูล | ชาย(คน) | หญิง(คน) | รวม |
| แยกตามเพศ | 91,669 | 102,261 | 193,930 |
| แยกตามลักษณะสถานะของบุคคล | - | - | - |
| ผู้ที่มีสัญชาติไทย และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน | 90,815 | 101,553 | 192,368 |
| ผู้ที่ไม่ได้สัญชาติไทย และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน | 254 | 190 | 444 |
| ผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลาง (ทะเบียนซึ่ง ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนดให้จัดทำขึ้นสำหรับ ลงรายการบุคคลที่ไม่อาจมีชื่อในทะเบียนบ้าน) | 484 | 445 | 929 |
| ผู้ที่อยู่ระหว่างการย้าย (ผู้ที่ย้ายออกแต่ยังไม่ได้ย้ายเข้า) | 116 | 73 | 189 |
1.6 ระบบการศึกษา
ระบบการศึกษาของตำบลสามเรือน ประกอบด้วย 1) ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ชุมชนกมาลุลอิสลาม
2) โรงเรียนประถมศึกษาสุเหร่าเกาะขุนเณร 3) โรงเรียนพิทยพัฒน์ศึกษา 4) โรงเรียนบ้านแบนชะโด 5)โรงเรียนสุเหร่าแสนแสบ 6)กศน.แขวงทรายกองดินใต้รวมทั้งสิ้น 6 แห่ง (https://webportal.bangkok.go.th/khlongsamwa/page/main) มีรายละเอียดดังนี้
| แห่งที่ | ชื่อ | ระดับ | จำนวนครู | จำนวนนักเรียน |
| 1 | ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนชุมชนกมาลุลอิสลาม | ระดับชั้นเตรียมอนุบาล ถึงระดับชั้นอนุบาล3 | มี 30 คน | มี 414 คน |
| 2 | โรงเรียนสุเหร่าเกาะขุนเณร | ระดับชั้นอนุบาล1ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 |
มี 9 คน
|
มี 109 คน |
| 3 | โรงเรียนพิทยพัฒน์ศึกษา |
ประถมศึกษาปีที่1ถึง ประถมศึกษาปีที่ 6 |
มี 29 คน | มี 540 คน |
| 4 | โรงเรียนบ้านแบนชะโด | ระดับชั้นอนุบาล1ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 | มี 8 คน | มี 224 คน |
| 5 | โรงเรียนสุเหร่าแสนแสบ | ระดับชั้นอนุบาล1ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 3 | มี 30 คน | มี 556 คน |
| 6 | กศน.แขวงทรายกองดินใต้ | โรงเรียนในสังกัด กศน. | - | - |

ตำแหน่งแสดงสถานที่ระบบการศึกษา
1.7 ระบบสาธารณสุข
ระบบสาธารณะสุขของแขวงทรายกองดินใต้ ประกอบด้วย 1) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลแห่งที่ 1 ศูนย์บริการสาธารณสุข 64 สาขาทรายกองดินใต้ สำนักอนามัย 2) ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน เครือข่ายแรงงานนอกระบบ 3) คลินิกเวชกรรมหมอสุทธินันท์ ทั้งสิ้น จำนวน 4 คน (http://www.lunlaa.com/th/shop) มีรายละเอียดดังนี้
| แห่งที่ | ชื่อ | จำนวนบุคลากร |
| 1 | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลแห่งที่ 1 ศูนย์บริการสาธารณสุข 64 สาขาทรายกองดินใต้ สำนักอนามัย |
1.นายกิตติศักดิ์ มะซอ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 2.นายณภุช เชื้อภักดี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 3.นายกฤษณะ อานามนารถ ตำแหน่ง พนักงานทั่วไป |
| 2 | ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน เครือข่ายแรงงานนอกระบบ | - |
| 3 | คลินิกเวชกรรมหมอสุทธินันท์ | มี 1 คน |

ตำแหน่งแสดงสถานที่ระบบสาธารณสุข
1.8 ระบบเศรษฐกิจ
ระบบเศรษฐกิจ (สภาพทางภูมิศาสตร์ สังคม และเศรษฐกิจเรื่องการประกอบอาชีพหน้า24-25) การประกอบด้วย
| ประเภท/อาชีพ | พื้นที่/ไร่ |
| เกษตรกรรม นาข้าว | 30,934.5 ไร่ |
| เกษตรกรรม ไม้ผล | 3,480 ไร่ |
| เกษตรกรรม ผัก | 184.75 ไร่ |
| ไร่หญ้า | 1,410.25 ไร่ |
| ประมง | 2,971.25 ไร่ |
| ปศุสัตว์ | เกษตรกรส่วนใหญ่เลี้ยงสัตว์หลังบ้าน |
1.9 ระบบพานิชย์และกลุ่มอาชีพ
ระบบพานิชย์ส่วนใหญ่ประกอบด้วยร้านค้า 26 ร้าน ระบบพานิชย์ของทรายกองดินใต้ ส่วนใหญ่ประกอบด้วยร้านค้าประเภท ร้านอาหาร จำนวน 16 ร้าน รองลงมาคือร้านชำ คาเฟ่และฟาร์ม 10 จำนวนรายละเอียดดังตาราง
| แห่งที่ | ชื่อร้านค้า | ลักษณะกิจการ |
| 1 | ป้าจิ๋ว ร้านชำ | ร้านชำ |
| 2 | ครัวโนรี | ร้านอาหารและมีเป็ดพะโล้กับย่างขาย |
| 3 | ฟาร์มจิ้งหรีดนิมิตรใหม่ | ฟาร์มจิ้งหรีด |
| 4 | 7-Eleven | ร้านขายของ |
| 5 | ร้านส้มตำยายนา อร๊อยอร่อย จัดจ้านย่านแบนโด | ร้านส้มตำ |
| 6 | ลอยมาคาเฟ่ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ-อาหารตามสั่ง | ร้านอาหาร |
| 7 | Aroi Hub at Rosi Home | คาเฟ่ |
| 8 | ฟาร์มไส้เดือนหมวดหน่อง(บริษัท เอฟ.ไอ.เอ็น ฟาร์มจำกัด) | ฟาร์มไส้เดือน |
| 9 | เบเกอรี่ บ้านแม่น้องดานี่ | เบเกอรี่ |
| 10 | บ้านหนองอีแหลวใตัKFC | อาหารใต้ |
| 11 | บ้านมุสลิมไก่ทอดหาดใหญ่เเละเเกงใต้ตลาดปัฐวิกรณ์ | ร้านไก่ทอด |
| 12 | สุขใจ ฟาร์มเห็ด | ฟาร์มเห็ด |
| 13 | ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อณิลา | ร้านอาหาร |
| 14 | แกงใต้ค่ายมวย | ร้านอาหาร |
| 15 | ฟาร์มแพะบุญทวี | ฟาร์มแพะ ขายนมแพะ |
| 16 | กันทิยาข้าวหมกไก่ | ร้านอาหาร |
| 17 | 7-Eleven ประชาร่วมใจ ซ.13 | ร้านขายของ |
| 18 | ครัวยัยไก่ Farmer Terrace | ร้านอาหาร |
| 19 | โรตีเด แกง น้ำชา | ร้านอาหาร |
| 20 | ร้านไก่ย่างมูซอ | ร้านอาหาร |
| 21 | ไก่ย่างมณีพันธ์ | อาหารฟาสต์ฟูด |
| 22 | CHA FA BUBBLE TEA ชานมไข่มุก นมสด | คาเฟ่ |
| 23 | ซาร่าพิซซ่า สาขาคู้ซ้าย | ร้านอาหาร |
| 24 | เนื้อสตูดิโอ my home beef | ร้านอาหาร |
| 25 | ข้าวมันตะวันขึ้น&ฮาวาบะหมี่เกี๊ยวต้มยำ ร้านอิสลาม | ร้านอาหาร |
| 26 | ร้านส้มตำ | ร้านอาหาร |

ตำแหน่งสถานที่ระบบพาณิชย์และกลุ่มอาชีพ
1.10 ระบบอุตสาหกรรม
ระบบอุตสาหกรรมของตำบลสามเรือน ส่วนใหญ่ประกอบด้วยโรงงาน 3 แห่งระบบอุตสาหกรรมของตำบลสามเรือน ส่วนใหญ่ประกอบด้วยโรงงานประเภทผลิตฉลากและเครื่องจักรจำนวน 2 แห่ง รองลงมาคือโรงงานประเภทขนส่งจำนวน 1 แห่ง รายละเอียดดังตาราง
| แห่งที่ | ชื่อ | ลักษณะกิจการ |
| 1 | บริษัท ไอเบรน แอดวานซ์ แอนด์ เทคโนโลยี จำกัด | ผู้นำด้านการผลิตฉลากและสติ๊กเกอร์ |
| 2 | บริษัท ดีเอ็นซี ทราน จำกัด ( DNC TRAN Co., Ltd. ) | ขนส่งสินค้าประเภทต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศ |
| 3 | บริษัท เจพีเอ็นเทค จำกัด | จำหน่ายผ้ากรอง สายพานรีดตะกอน และเครื่องจักรบำบัดน้ำจำหน่ายและบริการซ่อมแซมบำรุงเครื่องจักร |

ตำแหน่งสถานที่ระบบอุตสาหกรรม
1.11 ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสถานที่ท่องเที่ยวชุมชน
ประเภทแหล่งน้ำ
แหล่งน้ำของตำบลสามเรือน ส่วนใหญ่ประกอบคลองสาธารณะ จำนวน 1 แห่ง บึงบาดาล จำนวน 1 แห่ง แหล่งน้ำ จำนวน 1 แห่ง(http://203.155.220.118/green-parksadmin/index.php?m=green_parks&op=detaildata&NUID=8036)รายละเอียดดังตาราง
| แห่งที่ | ประเภท | ตั้งอยู่หมู่บ้าน |
| 1 | แหล่งน้ำ จากการขุดดิน | แหล่งน้ำบริเวณแหล่งนำธรรมชาติ ถนนแบนชะโด 5 แขวงทรายกองดินใต้ |
| 2 | บึงนายพล | ซอยประชาร่วมใจ41 |
| 3 | คลองตาหนวด | รอบๆแขวง |
ประเภทพื้นที่สาธารณะ หรือป่าไม้ชุมชน
พื้นที่สาธารณะ รายละเอียดดังตาราง
| แห่งที่ | ประเภท | ตั้งอยู่หมู่บ้าน |
| 1 | สวนน้ำเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา(สวนสาธารณะบึงสะแกงามสามเดือน) | ซอยประชาร่วมใจ45-47 |

ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสถานที่ท่องเที่ยวชุมชน
1.12 ศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม และภูมิปัญญา
ด้านศาสนา
ประชากรของตำบลสามเรือน ส่วนใหญ่นับถืออิสลาม ร้อยละ 99.9 รองลงมานับถือศาสนาพุทธร้อยละ 0.1 และมีศาสนสถานและสถานที่สำคัญในพื้นที่ ได้แก่
| แห่งที่ | ศาสนสถาน/สถานที่สำคัญ | ตั้งอยู่หมู่บ้าน |
| 1 | วัดสุขใจ | 28 หมู่ 6 นิมิตรใหม่ |
| 2 | มัสยิดกมาลุ๊ลอิมาน(วังตาหนวด) | ซอยตาหวาน |
| 3 | มัสยิดกมาลุ้ลอิสลาม | ซอยประชาร่วมใจ48 |
| 4 | มัสยิดฮีดาย่าตุลอิสลามียะฮ์(แสนแสบ) | ซอยประชาร่วมใจ7 |

ตำแหน่งสถานที่ระบบศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม และภูมิปัญญา
ด้านประเพณี วัฒนธรรม
การตักบาตร
การเข้าไปในมัสยิดเพื่อละหมาดทุกๆวันศุกร์
งานประจำปีที่วัดและมัสยิด
ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น และภาษาถิ่น
กลุ่มตัดเย็บผ้าในชุมชนร่วมใจรักพัฒนา ซอยประชาร่วมใจ 66
2) ข้อมูลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
2.1 ความเป็นมาและการก่อตั้ง
- พ.ศ. 2474 จังหวัดมีนบุรีถูกยุบรวมเข้ากับจังหวัดพระนครอำเภอเมืองซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของจังหวัดมีนบุรีจึงเปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอมีนบุรี
- พ.ศ. 2505 กระทรวงมหาดไทยได้แยกหมู่ที่ 1–10, 15 และ 16 ของตำบลทรายกองดินออกมาจัดตั้งเป็น ตำบลทรายกองดินใต้และในปีถัดมาได้ขยายเขตสุขาภิบาลมีนบุรีให้ครอบคลุมตำบลทรายกองดินใต้ด้วย
- พ.ศ. 2514 จังหวัดพระนครถูกรวมกับจังหวัดธนบุรีแล้วเปลี่ยนแปลงฐานะเป็นนครหลวงกรุงเทพธนบุรี
- พ.ศ. 2515 จึงเปลี่ยนแปลงฐานะเป็นกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้เปลี่ยนการเรียกหน่วยการปกครองใหม่ ตำบลทรายกองดินใต้จึงเปลี่ยนแปลงฐานะเป็น แขวงทรายกองดินใต้ และอยู่ในเขตการปกครองของเขตมีนบุรี
- พ.ศ. 2540ก่อนจะย้ายมาขึ้นกับเขตคลองสามวาซึ่งจัดตั้งขึ้นใหม่

ตราสัญลักษณ์ หมายถึง กรุงเทพมหานคร สำนักผังเมือง
2.2 คณะผู้บริหาร

2.3 โครงสร้างหน่วยงาน

2.4 วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ และยุทธศาสตร์องค์กร
วิสัยทัศน์
เขตคลองสามวา เป็นชุมชนน่าอยู่ คู่ความพอเพียง ยอดเยี่ยมด้านบริการ
พันธกิจ
1. จัดทำโครงการ/กิจกรรม ส่งเสริมคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการศึกษาให้กับประชาชนในพื้นที่เขตคลองสามวา
2. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งแวดล้อมบนพื้นฐานของความน่าอยู่อย่างยั่งยืน
3. ดำเนินการพัฒนาการให้บริการของสำนักงานเขต
เป้าหมาย
1. พัฒนาเขตคลองสามวาให้เป็นเขตน่าอยู่อย่างยั่งยืน
2. สำนักงานเขตคลองสามวาดำเนินโครงการ/กิจกรรม ตามยุทธศาสตร์ทั้ง 7 ในแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร20 ปี ระยะที่ 1 (พ.ศ.2556 - 2560) และแผนปฏิบัติราชการกรุงเทพมหานครประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2559ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่
3. ประสบความสำเร็จในการให้บริการของสำนักงานเขตพัฒนาให้ข้าราชการและบุคลากรกรุงเทพมหานครปฏิบัติงานตามสมรรถนะหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพ (คุณธรรมจริยธรรม การบริการที่ดี การมุ่งผลสัมฤทธิ์ การทำงานเป็นทีม การสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ)
- ด้านที่ 1 มหานครปลอดภัย
- ด้านที่ 2 มหานครสีเขียว สะดวกสบาย
- ด้านที่ 3 มหานครสำหรับทุกคน
- ด้านที่ 4 มหานครกระชับ
- ด้านที่ 5 มหานครประชาธิปไตย
- ด้านที่ 6 มหานครแห่งเศรษฐกิจและการเรียนรู้
- ด้านที่ 7 การบริการจัดการเมืองมหานคร
การประกอบอาชีพ
เขตคลองสามวาเป็นชั้นนอกฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานครแบ่งการปกครองออกเป็น 5 แขวง ประกอบด้วยแขวงสามวาตะวันออก แขวงสามวาตะวันตก แขวงบางชัน แขวงทรายกองดิน และแขวงทรายกองดินใต้สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรมประมาณ 58,980.75 ไร่ จำนวนครัวเรือนเกษตรกร 1,912 ครัวเรือน การถือครองที่ดินร้อยละ 80เป็นพื้นที่เกษตรกรรมต่าง ๆ ดังนี้
1. นาข้าวจำนวน 30,934.5 ไร่ ทั้งหมดเป็นข้าวนาปรัง มีรอบการทำนา 2 ปี 4-5 ครั้งผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 750-580 กิโลกรัม พันธุ์ข้าวที่นิยมปลูกคือ สุพรรณบุรี 1สุพรรณบุรี 90 พิษณุโลก 2ปทุมธานี 1 และข้าวดอกมะลิ 105 ผลผลิตส่วนใหญ่ส่งจำหน่ายโรงสีแถบหนองจอก และบางส่วนนำมาแปรรูปที่โรงสีข้าวชุมชนเขตคลองสามวา นาข้าวส่วนใหญ่ปลูกบริเวณแขวงสามวาตะวันออกแขวงสามวาตะวันตก และแขวงทรายกองดิน
2. ไม้ผลจำนวน 3,480 ไร่ ส่วนมากจะปลูกเป็นสวนหลังบ้าน ชนิดของไม้ผลที่นิยมปลูกได้แก่ มะม่วง มะพร้าว ขนุน เป็นต้น ส่วนใหญ่ปลูกมากบริเวณแขวงสามวาตะวันออกแขวงสามวาตะวันตกและแขวงทรายกองดิน
3. ผักจำนวน 184.75 ไร่ ส่วนใหญ่ปลูกผักสวนครัว ชนิดผักที่นิยมปลูก ได้แก่ กระเพราโหระพา เป็นต้น ส่วนใหญ่ปลูกมาบริเวณแขวงสามวาตะวันออก
4. ไร่หญ้าจำนวน 1,410.25 ไร่ เขตคลองสามวาเป็นแหล่งผลิตหญ้าสนามคุณภาพดีของกรุงเทพมหานครและประเทศไทย พันธุ์หญ้าที่นิยมปลูกคือ หญ้านวลน้อย หญ้ามาเลเซีย ส่วนใหญ่ปลูกมากบริเวณแขวงบางชัน แขวงสามวาตะวันตก และแขวงสามวาตะวันออก
5. การประมงจำนวน 2,971.25 ไร่ ส่วนมากเลี้ยงปลาในบ่อดิน มีบางส่วนเลี้ยงปลาในกระชัง (คลองสามวา และคลองแสนแสบ) ปลาที่นิยมเลี้ยง ได้แก่ ปลาสวาย ปลาดุก เป็นต้นเกษตรกรเลี้ยงมากในบริเวณแขวงทรายกองดิน แขวงสามวาตะวันออก และแขวงทรายกองดินใต้25
6. ปศุสัตว์เกษตรกรส่วนใหญ่เลี้ยงสัตว์หลังบ้าน สัตว์ปีก ได้แก่ ไก่พื้นเมือง เป็ดเทศปศุสัตว์ ได้แก่ โคกระบือ แพะ แกะ เลี้ยงมากบริเวณแขวงสามวาตะวันออก แขวงสามวาตะวันตกแขวงทรายกองดิน และทรายกองดินใต้
กล่าวโดยสรุป สภาพพื้นที่ในเขตคลองสามวาส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม ประมาณ58,980.75 ไร่ จำนวนครัวเรือนเกษตรกร 1,912 ครัวเรือน การถือครองที่ดินร้อยละ 80 เป็นพื้นที่เกษตรกรรม ประชากรส่วนมากจึงประกอบอาชีพทำนาข้าว ไม้ผล ไร่หญ้า การประมง และปศุศัตว์
2.5 ประเด็นอื่น ๆ เกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่ที่โดดเด่น
1.การจัดการความรู้เพื่อพัฒนาธุรกิจกลุ่มตัดเย็บผ้าในชุมชนร่วมใจรักพัฒนาซอยประชาร่วมใจ 66 แขวงทรายกองดินใต้เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร
2.ศูนย์เรียนรู้ชุมชนฮิดายาตุ้ลอิสลามิยะห์ เป็นศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งเป็นชุมชนด้นแบบรักษ์สิ่งแวดล้อม น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในชุมชน โดย มีปราชญ์ชาวบ้านคือ นางวิลัย ป้อมแก้ว เบอร์โทร 0839915307 เป็นปราชญ์ชาวบ้านผู้ถ่ายทอดความรู้ในเรื่อง การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีการส่งเสริมให้ชาวบ้านในชุมชนมีการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย การฝากเงิน การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน
3) ข้อมูลหมู่บ้าน/ชุมชน(พื้นที่ทำโครงการ)
3.1 ความเป็นมาของของหมู่บ้าน/ชุมชน
ศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ธ.ก.ส.ทรายกองดินใต้นี่เป็นคำขวัญของชุมชนวัดสุขใจ ที่วลีท้ายของคำขวัญบอกกล่าวถึง "วิธีการ" ว่าทุกชุมชนต้องมีส่วนร่วม ถึงจะทำให้ วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ ดีขึ้นมาได้ และพื้นที่ชานเมือง ที่มีความเชี่ยวชาญในความเป็นตัวเอง ชุมชนวัดสุขใจ บ้านทรายกองดินใต้ คิดเป็น ทำเป็น และทำได้ในครั้งเก่าก่อน สมัย พ.ศ.2945 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้า-ให้ยกท้องทุ่งแสนแสบทางทิศตะวันออกของพระนครขึ้นเป็นเมืองและพระราชทานนามว่า เมืองมีนบุรี อำเภอคลองสามวา และเมื่อมีการปรับปรุงการบริหารราชการเมืองหลวงใหม่ในปี พ.ศ.2515 อำเภอมีนบุรีในขณะนั้น จึงได้รับการเปลี่ยนแปลงฐานะเป็น เขตมีนบุรี ขึ้นกับกรุงเทพมหานคร จนกระทั่งใน ปี พ.ศ.2540 มีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่เขตมีนบุรี โดยการแยก 5 แขวงทางด้านเหนือของเขตมีนบุรี ไปจัดตั้งเป็นเขตใหม่ของกรุงเทพมหานคร โดยใช้ชื่อว่า เขตคลองสามวา จนถึงปัจจุบัน แต่พื้นที่กรุงเทพฯ ใช่ว่าจะต้องมีแต่ความเจริญ หาธรรมชาติไม่ได้ ผิดถนัด ที่นี่เขาเป็นชาวนากัน
3.2 ภูมิปัญญา
"ชุมชนวัดสุขใจ พื้นที่นี้สุขใจดั่งชื่อ รือเป็นเพียงชื่อให้คนเรียกขานเท่านั้น" สภาพท้องถิ่นนี้ตั้งแต่ดั้งเดิมเป็นท้องทุ่งไร่นา มีคลองซอยเชื่อมระหว่างคลองหลักเข้ามาในพื้นที่มีลักษณะคล้ายก้างปลาประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นประกอบอาชีพกสิกรรม การทำไร้ไถนา เพาะปลูกพืชไร่ พืชสวน และการปลูกข้าวก็เป็นอาชีพหลักของคนที่นี่ที่ได้รับการถ่ายทอดมาแต่รุ่นบรรพบุรุษ วิถีชีวิตของคนสมัยก่อนอยู่กันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ช่วยเหลือเกื้อกูลกันเหมือนญาติพี่น้อง รู้จักกันตั้งแต่หัวคลองไปยันท้ายคลองและการตั้งบ้านเรือนของคนพื้นที่จริงๆ ให้สังเกตบ้านเรือนเดิมจะตั้งอยู่ริมน้ำ ริมคลองทั้งหมด การสัญจรทางน้ำจึงเป็นวิถีชีวิตของคนสมัยนั้นแต่เมื่อวันเวลาผ่านไป การพัฒนาและความเจริญ ก็ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการอพยพของคนต่างพื้นที่เริ่มเข้ามา ก่อเกิดการซื้อขายที่ดินเพื่อธุรกิจบ้านจัดสรร การทำโรงงาน การปล่อยเช่าพื้นที่เริ่มอุดมไปด้วย "ถนน" ที่คนในชุมชนใช้สัญจร ปัจจุบันครัวเรือนในชุมชนประมาณ 106 ครัวเรือน ถนนและคน เพิ่มขึ้นไปพร้อมๆ กันอาชีพหลักของคนในชุมชนเปลี่ยนไป คือ รับราชการ บริษัทเอกชน เกษตรกร รับจ้าง โดยอาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพที่คนพื้นที่เดิมเท่านั้นที่ยังคงดำรงวิถีนี้อยู่
3.3 สถานการณ์ปัญหา
การรวมตัวจัดตั้งเป็นสหกรณ์ เพื่อทั้งการลดค่าใช้จ่าย และเอื้อต่อการขยับเป็นฐานในการลงทุนในอาชีพ แต่หลายคนมองหาผลที่จะต้องเกิดขึ้นอย่างทันเวลาในขณะนี้ ซึ่งหลักการของสหกรณ์จะก่อมรรคผลได้ ต้องอาศัยเวลาที่ยาวนาน จึงเปลี่ยนมาเป็นการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนขึ้นก่อน ด้วยการสีข้าว (ได้รับการสนับสนุนเครื่องสีข้าวจากสำนักงานเขตคันนายาว) และเชิญผู้มีประสบการณ์อย่างศูนย์ข้าวปทุมธานี คลองหก ที่ตอนนี้มีเงินทุนเกินกว่า 20 ล้านบาท มาเป็นพี่เลี้ยง และตั้งคณะทำงาน 13 คนมาช่วยกันทำงานตามแนวทางดังนี้
1. การจัดการโรงตามแนวทางของความเข้าใจแนวคิดหลักคือการทำอย่างไรให้วิสาหกิจอยู่ใด้ ยังไม่พูดถึงผลกำไร คนที่มาร่ามทำวิสาหกิจตอนนี้ทำด้วยใจทั้งหมด ตั้งอยู่บน ความเชื่อมั่น บนแนวทางการิร่วมแรง ยิ่งมากยิ่งแข็งแกร่งก้าวช้าๆ อย่างมั่นคง ดีกว่าการวิ่งแล้วล้มไม่เป็นท่า
2. การให้เวลากับวิสาหกิจชุมชนการจัดสรรเวลาจากครอบครัวและการประกอบสัมมาอาชีพก็เป็นเรื่องหลักที่ทุกคนต้องทำ การแบ่งเวลาให้เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ 3 วัน คือ วันจันทร์ อังคาร และวันพุธ เป็นวันของการร่วมแรงใจช่วยกันทำข้าว แต่ถ้ามีงานเข้ามาเร่งด่วนจำนวนวันที่กำหนดไว้คงไม่เพียงพอ ต้องขอความร่วมมือกันเพิ่ม เพราะวิสาหกิจแห่งนี้ไม่ทำข้าวสำรอง ด้วยตรองแล้วว่า เราคาดการณ์ตลาดไม่ได้และกำลังการผลิตอาจไม่เพียงพอต่อความต้องก
3. การปรับปรุงโรงสีเพื่อลดต้นทุนการแปรรูป ด้วยหลักคิดเริ่มต้นที่ว่า "เราทำเพื่อเกษตรกร ไม่ได้เน้นธุรกิจ" เป็นเหตุผลที่ไม่ได้รับการตอบรับในเรื่องการขอปรับปรุงโรงสี เครื่องสีข้า ที่มีอยู่ไม่สามารถสีข้าวได้ทุกชนิด การสีข้าวกล้องจึงจำเป็นต้องจ้างโรงสีใหญ่ ซึ่งส่งผลให้ราคาข้าวสูงขึ้นตามไปด้วยการได้รับการปรับปรุงโรงสีให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงเป็นแนวทางที่ควรทำ
4. การลดต้นทุน เพิ่ม หรือ ลด ผลผลิตไม่ว่าจะราคาของเมล็ดพันธุ์ หรือราคารับซื้อข้าวเปลือกนั้น เราควบคุมไม่ได้ จะมีเพียงการลดต้นทุนในการผลิตเท่านั้นที่สามารถทำได้ ยิ่งการจะเพิ่มผลผลิตนั้นเป็นเรื่องที่ยากหรืออาจจะทำไม่ได้เลย ดังนั้น ถ้าลดต้นทนในการผสิตนั้น แม้ว่าผลผลิตน้อย แต่ก็ยังได้ผลกำไรอยู่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการชำระหนี้สิน
3.4 ผู้ใหญ่ นักปราชญ์

อสม.ศูนย์สุขภาพชุมชน
คนที่ 1 ลำดวน สมหวัง อายุ 60 ปี เบอร์โทร 0868956985 (อสม.)
คนที่ 2 อรอุมา ยูฮันเงาะ อายุ 43 ปี เบอร์โทร 0952745985 (อสม.)
คนที่ 3 แสงจันทร์ ยูฮันเงาะ อายุ 70 ปี เบอร์โทร 0816578046 (เป็นผู้ใหญ่บ้านและเป็นอสม)
พวกเขาทำหน้าที่ในการดูแลคนเจ็บป่วยและดูแลตามซอยที่ได้รับหมาบหมายแค่บางซอยล่าสุดประกาศเกี่ยวกับการได้รับวัคซีนของคนในแขวงทรายกองดินใต้ซึ่งได้รับข่าวมาจากอสม.ที่ประสานงานประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนในชุมชนและอสม.ได้รับเงินเดือนที่น้อยมากซึ่งทำงานด้วยความสมัครใจ เต็มใจที่จะทำกับชุมชนที่เขาอยู่แม้จะเป็นแค่ส่วนเล็กในการเป็นอสม.ก็ตั้งใจทำหน้าที่ของเขาอย่างดีที่สุด
อ้างอิง
https://projects.rdpb.go.th/studyCenter/5698998010642432
https://webportal.bangkok.go.th/khlongsamwa/index
https://th.wikipedia.org/wiki/
https://th.wikipedia.org/wiki/
one day trip @ Khlongsamwa,BKK
file:///C:/Users/User/Downloads/243061-Article%20Text-863096-1-10-20201028%20(3).pdf