เทศบาลตำบลตาก้อง 

                                                     อำเภอเมืองนครปฐม   จังหวัดนครปฐม

1. ข้อมูลสะท้อนคุณลักษณะตำบล

           เดิมตำบลตาก้อง แต่เดิมเรียกชื่อว่า “อ้ายก้อง” สันนิษฐานว่า คงเรียกตามชื่อคนจีนคนหนึ่งซึ่งมีฐานะร่ำรวยเป็นเจ้าของโรงหีบอ้อยในหมู่บ้าน ซึ่งชื่อว่า “เจ๊กก่อง” หรือ “ก้อง”ต่อมาสมัยรัชกาลที่5 ได้แบ่งการปกครองออกเป็นหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ หมู่บ้านอ้ายก้อง ได้ยกฐานะเป็นตำบลตาก้อง และได้ยกฐานะเป็น อบต.ตาก้อง เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ 2539 และสมัยก่อนถนนจะเป็นเลนเดียวรถสวนกันไม่มีเกาะกลางชาวบ้านใช้การเดินและจักรยานเป็นพาหนะสมัยก่อนชาวบ้านจะปลูกข้าวปลูกผักขายเลี้ยงหมูแล้วก็อยู่กันอย่างพอเพียงเพราะทุกอย่างยังมีความอุดมสมบรูณ์กว่าสมัยนี้

          1.1 ลักษณะทางกายภาพ      

            ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปของเทศบาลตำบลตาก้อง มีสภาพพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มภาคกลางของประเทศ พื้นที่มีความอุดมสมบรูณ์เหมาะสมแก่การทําการเกษตร เพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ และปลูกที่อยู่อาศัย 

            ลักษณะภูมิอากาศของตําบลตาก้อง ขึ้นอยู่กับอิทธิพลของลมมรสุมที่พัดประจําฤดูกาล 2 ชนิด คือลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งจะพัดพามวลอากาศเย็นและแห้งจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยในช่วงฤดูหนาวทําให้มีอากาศหนาวเย็นและแห้งแล้งทั่วไปกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งจะพัดพามวลอากาศชื้นจากทะเลและมหาสมุทรปกคลุมประเทศไทยในช่วงฤดูฝน ทําให้มีฝนตกทั่วไป    

            พื้นที่ตำบลตาก้องพื้นที่ส่วนใหญ่ในเขตตําบลตาก้อง เป็นที่ราบลุ่ม ดินมีความอุดมสมบูรณ์ดี เหมาะสําหรับการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ ประมง และเหมาะสําหรับสร้างที่อยู่อาศัย

          1.2 การปกครอง       

          ตําบลตาก้อง ตั้งอยู่บริเวณทางทิศเหนือของอําเภอเมืองนครปฐม มีระยะทางห่างจากที่ว่าการอําเภอเมืองนครปฐม ประมาณ 8 กิโลเมตร มีเนื้อที่ ประมาณ 10.86 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ6,787 ไร่โดยมีอาณาเขตดังนี้ทิศเหนือ ติดต่อกับตําบลห้วยขวาง อําเภอกําแพงแสน และตําบลห้วยพระอําเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม 

ทิศตะวันออก ติดต่อกับตําบลมาบแค อําเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม 

ทิศใต้ ติดต่อกับตําบลนครปฐม อําเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม 

ทิศตะวันตก ติดต่อกับตําบลทัพหลวง อําเภอเมืองนครปฐม และตําบลห้วยขวางอําเภอกําแพงแสน จังหวัดนครปฐม 

          ประชากรในเขตตำบลตาก้อง มีจำนวนทั้งสิ้น 6,752 คน แยกเป็นประชากรชายจำนวน 3,273คน ประชากรหญิงจำนวน 3,479คน มีจำนวนครัวเรือนทั้งสิ้น 421ครัวเรือน แบ่งการปกครองออกเป็น 10 หมู่บ้าน โดยอยู่ในเขตตำบลตาก้อง ประกอบด้วย หมู่1 บ้านดงยาง  หมู่ 2 บ้านเด่นตาเอี่ยม หมู่ 3 บ้านโกสำนัก  หมู่ 4 บ้านสามแจ่ม หมู่ 5 บ้านนอก หมู่ 6 บ้านท่าไร่ หมู่ 7 บ้านหมู่ใหญ่ หมู่ 8 บ้านตาก้อง หมู่ 9 บ้านคลองมะเกลือ และหมู่ 10 บ้านมาบแค  และมีตัวแทนแต่ละหมู่เป็นสมาชิกสภาเทศบาลตำบลตาก้อง

 

                                                      ภาพที่ 1 แผนที่ตำแหน่งหมู่บ้านตำบลตาก้อง

       ตำบลตาก้อง แบ่งเขตการปกครองระดับหมู่บ้านเป็น 10 หมู่บ้าน และมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ดังนี้

หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้าน
1 บ้านดงยาง นายประวีณ จันทร์คล้าย
2 บ้านเด่นตาเอี่ยม นางสาวโยธิกา ธีระยุทธ
3 บ้านโกสำนัก นายบัณฑิต ผลิเจริญผล
4 บ้านสามแจ่ม นายอดุลย์ นาคศรีสุข
5 บ้านนอก นางธัญญพร สงพรมทิพย์
6 บ้านท่าไร่ นายสุรสิทธิ์ ฉิ่งทองคำ
7 บ้านหมู่ใหญ่ นายพิพัฒน์ มุ้ยมี
8 บ้านตาก้อง นางปัทมาวดี เกิดดวงแก้ว
9 บ้านคลองมะเกลือ นายวินัย ก้องภักดีสุข
10 บ้านมาบแค นายพัสพงศ์ เอกณัฐพจน์

 

           1.3 บริบททางเศรษฐกิจ       

             สภาพเศรษฐกิจของตำบลตาก้องในปัจจุบันประชากรส่วนใหญ่มีจำนวนประชากรภาคเกษตร 531 ราย ครัวเรือนเกษตรกร 449 ครัวเรือน ครัวเรือนเกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง จำนวน 68 ครัวเรือน และพื้นที่การเกษตรทั้งหมด 1,091 ไร่ โดยแบ่งเป็น ข้าว จำนวน 293 ไร่  ข้าวนาปี จำนวน 239 ไร่ ข้าวนาปรัง จำนวน 54 ไร่ พืชไร่ จำนวน 116 ไร่ พืชสวน จำนวน 385 ไร่ ไม้ผล/ไม้ยืนต้น จำนวน 66 ไร่ผักพืช จำนวน 299 ไร่ ไม้ดอกไม้ประดับ จำนวน 20 ไร่ ปศุสัตว์ จำนวน 50 ไร่ และประมง จำนวน 247 ไร่ อาชีพของประชากรในเขตตำบลตาก้องมีอาชีพทางการเกษตร ทำสวน รับจ้าง รับราชการ และประกอบธุรกิจส่วนตัว

            1.4 บริบททางสังคม 

              การตั้งบ้านเรือนของชาวบ้านที่นี่ไม่กระจุกตัวหนาแน่น แต่จะตั้งบ้านเรือนอยู่ห่างๆ กระจายตามที่ทำกินของตนเอง มีกระจุกตัวเป็นกลุ่มอยู่บางช่วง เช่น ในเขตที่ใกล้วัดและโรงเรียน โดยรวมแล้วตำบลตาก้องจึงมีความชนบทมากกว่าความเป็นเมือง ตำบลตาก้องจะมีระบบพานิชย์ชุมชน และระบบโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่ง ปั้มน้ำมัน 1 แห่ง โรงฆ่าสัตว์ 3 แห่ง โรงสีข้าวจำนวน 1 แห่งสาธารณสุข   นอกจากนี้ยังมีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลตาก้อง  จํานวน 1  แห่งเพื่อรองรับวิถีของชุมชนและการเป็นอยู่ของชาวตำบลตาก้อง

              ด้านอาชญากรรม  เทศบาลตําบลตาก้องไม่มีเหตุอาชญากรรมเกิดขึ้น  แต่มีเหตุการณ์ลักขโมยทรัพย์สินประชาชน  และทําลายทรัพย์สินของราชการ  ซึ่งองค์การบริหารส่วนตําบลตาก้องก็ได้ด้าเนินการป้องกันการเกิดเหตุดังกล่าวโดยการติดตั้งกล้องวงจรปิดในจุดเสี่ยงรวมทั้งได้ตั้งจุดรวมบริการในช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดหลายวันเพื่ออํานวยความสะดวกให้กับประชาชน

              ด้านไฟฟ้า พบว่ามีโครงข่ายเข้าถึงทุกหมู่บ้านมีทั้งหมด 10 หมู่บ้าน ชาวบ้านสามารถใช้ไฟสาธาณะได้ในหมู่บ้านของตน ปัจจุบันตําบลตาก้อง  ไม่มีโทรศัพท์สาธารณะ เนื่องจากประชาชนนิยมใช้ โทรศัพท์ส่วนบุคคลแทนซึ่งสามารถติดต่อสื่อสารได้รวดเร็ว มีหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้านทั้งหมด 6 แห่งกระจายอยู่รอบพื้นที่ตำบล

              ด้านการคมนาคมและสาธารณูปโภคพื้นฐาน พบว่า การคมนาคมขนส่งของตำบลตาก้องและถนนสาธาณะบางส่วนทรุดโทรมแต่ก็ไม่ก่อให้เกิดอุปสรรคมากนัก ส่วนในด้านการประปาเพื่อการบริโภคและอุปโภคถือว่าเพียงพอต่อความต้องการ หอถังประปาบาดาลในตำบลมีทั้งหมด 14 แห่งกระจายเกือทุกหมู่บ้าน เป็นของชาวบ้านในพื้นที่ตำบลตาก้อง

                                               ภาพที่ 2 แผนที่ตำแหน่งพานิชย์ชุมชนตำบลตาก้อง

             1.5 บริบททางการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

              เขตเทศบาลตำบลตาก้องมีการจัดการด้านการศึกษาโดยมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของเทศบาลตำบลตาก้อง จํานวน  1แห่ง   และ มีโรงเรียนสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จํานวน 2 แห่งเปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล จนถึงประถมศึกษาปีที่6 ได้แก่ โรงเรียนวัดตาก้องและโรงเรียนบ้านมาบแค

              ด้านศิลปะและวัฒนธรรม เทศบาลตำบลตาก้องมีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สำคัญ ได้แก่กลุ่มสตรีแม่บ้านในชุมชนมีความสามารถในการคิดค้นการปลูกผักไฮโดรโปรนิคส์ ไว้ใช้รับประทานได้ง่ายๆและสามารถเพิ่มรายได้ให้กับตนเองอีกด้วย ชาวบ้านมีการสะสมวัฒนธรรมอันดีของตำบลได้เป็นอย่างดี

              ด้านศาสนา     ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ มีวัดในพื้นที่ความดูแลของ เทศบาลจำนวน 2 แห่ง ได้แก่ วัดที่ 1  คือ วัดตาก้อง เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ในตำบลตาก้อง อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม วัดตาก้องสร้างเมื่อ พ.ศ. 2225 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2525 เดิมทีบริเวณหน้าวัดมีแม่น้ำสายโบราณสายหนึ่งที่ใช้เป็นเส้นทางเดินเรือไปบ้านยางพระแท่นดงรัง จังหวัดกาญจนบุรี วัดตั้งอยู่ตรงหมู่บ้านตาก้อง เดิมเรียกว่า บ้านอ้ายก้อง สันนิษฐานว่าคงเรียกตามชาวจีนซึ่งมีฐานะร่ำรวยเป็นเจ้าของโรงหีบอ้อย จากคำบอกเล่าวัดตาก้อง เดิมมีชื่อว่า วัดไพรวัลย์นิกาวาส เหตุที่ใช้ชื่อนี้เพราะที่ตั้งของวัดยังเป็นป่าอยู่ ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการแบ่งเขตการปกครองเป็นหมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ ในครั้งนั้นหมู่บ้านอ้ายก้องได้ยกฐานะเป็นตำบลชื่อว่า ตำบลตาก้อง จึงสันนิษฐานว่าเปลี่ยนชื่อวัดตามชื่อตำบล วัดตาก้อง มีหลวงพ่อแช่มซึ่งเป็นที่ศรัทธาของศิษยานุศิษย์ โบสถ์มหาอุดอายุมากกว่า 200 ปี ใช้วิธีการสร้างโบสถ์ของคนโบราณ ก่อผนังทึบ ไม่มีช่องหน้าต่างและมีประตูเข้าแค่ทางเดียว เจาะช่องเล็ก ๆ ไว้บนผนังด้านหลังพระประธาน อุโบสถหลังใหม่ประดิษฐานพระพุทธรูปขัดสมาธิ ปูชนียวัตถุที่สำคัญ คือ พระจุฬามณีเจดีย์ สร้างด้วยแก้วอินทนิล ยอดเจดีย์ทำด้วยทองคำแท้ ประดับด้วยรัตนะคือแก้ว 7 ประการ ล้อมรอบด้วยกำแพงทองประดับด้วยธงทิวสีต่าง ๆ เจดีย์บรรจุพระเกศธาตุกับพระเขี้ยวแก้วขวาของพระพุทธเจ้า พระจุฬามณีเจดีย์สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 2465 และวัดยังมีรูปปั้นของครูสุรพล สมบัติเจริญ เหตุเพราะสุรพล สมบัติเจริญ เป็นศิษย์ของหลวงพ่อแช่ม วัดที่2คือวัดแหล่งทองแดงพรหมสราราม ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลตาก้อง อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม วัดแหล่งทองแดงพรหมสรารามตั้งวัดเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2543 ผู้ขออนุญาตตั้งวัดคือ นางสาวบุญชุบ มากลัด วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2557 วัดแห่งนี้เป็นวัดที่หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง ได้มามรณภาพลง ณ วัดแห่งนี้ ซึ่งสถานที่แห่งนี้เดิมเป็นที่ดินในครอบครัวของหลวงพ่อแช่ม ต่อมาได้ยกให้หลานสาวผู้บวชเป็นแม่ชีดูแล และต่อมาได้ถวายที่ดินนี้แด่สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินฺตากโร) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร จนมาถึงยุคสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เป็นผู้อุปถัมภ์ดูแล และได้มอบหมายให้ท่านเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน คือพระอาจารย์สมาน ปสันนจิตโต เป็นผู้ดูแลตราบเท่าทุกวันนี้ อุโบสถของวัดได้รับพระราชทานแบบอุโบสถจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประธานมูลนิธิชัยพัฒนา ภายในบริเวณวัดมีความร่มรื่นเย็นสบาย ยังคงความสงบเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม มีรูปเหมือนของเกจิอาจารย์ต่าง ๆ เช่น หลวงพ่อแช่ม หลวงปู่ทวด หลวงปู่โต หลวงพ่อเงิน หลวงปู่สุข และหลวงปู่มั่น

                                             ภาพที่ 3 แผนที่ตำแหน่งสถานที่ราชการตำบลตาก้อง

              1.6 บริบททางการเมือง นายกเทศมนตรีตำบลตาก้อง ปัจจุบันคือนายกิตจา ฉิ่งทองคำ มีวาระการดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2555 มีการดำรงตำแหน่ง 2 สมัย ระยะเวลา 8 ปีจนถึงปัจจุบันโดยมีการดำรงตำแหน่งด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส และลงมือช่วยเหลือปฏิบัติงานอย่าง เสียสละ จริงใจต่อประชาชนในพื้นที่

2.ข้อมูลสะท้อนคุณลักษณะองค์กร

          เทศบาลตำบลตาก้อง เดิมจัดตั้งเป็นสภาตำบลตาก้อง ต่อมาได้รับการยกฐานะเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลตาก้อง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 19 มกราคม 2539 และประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา ฉบับทั่วไป เล่ม 113 ตอนที่ 9 ง ลงวันที่ 30 มกราคม 2539 มีผลบังคับตั้งแต่วันที่  30 มีนาคม 2539 และได้รับการยกฐานะเป็นเทศบาลตำบลตาก้อง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย  ลงวันที่ 24 มีนาคม 2563 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 137 ตอนพิเศษ 137 ง หน้า 5 ลงวันที่  11 มิถุนายน 2563 มีผลบังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มีฐานะเป็นนิติบุคคลและ เป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น มีโครงสร้างการบริหารงานครอบคลุมพื้นที่ตำบลตาก้องทั้งตำบล

 

 

 

                                                          ตราสัญลักษณ์เทศบาลตำบลตาก้อง

 

                                                         ภาพที่ 4 สำนักงานเทศบาลตำบลตาก้อง 

           2.1 ผู้บริหารและคณะทำงาน

             นายกเทศบาลตำบลตาก้อง คือ นายกิตจา ฉิ่งทองคำ ดำรงตำแหน่งนายกเทศบาลตาก้องมาแล้ว 8 ปี และเลือกตั้งได้มา2สมัย จนถึงปัจจุบัน โดยการทำงานของนายกเทศบาล คือ ยึดมั่นในเจตจํานงสุจริตในการบริหารงาน เพื่อให้การบริหารราชการและการปฏิบัติงานเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดความเสี่ยงต่อปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบ พร้อมดูแล ปกครอง ปกป้องประชากรในตำบลได้อย่างเต็มที่

โครงสร้างการปกครองและการบริหารงานของเทศบาลตำบลตาก้อง ประกอบด้วย

             1. สภาเทศบาลตำบลตาก้อง เป็นฝ่ายนิติบัญญัติและควบคุมฝ่ายบริหาร ประกอบด้วย สมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้ง 15 คน แบ่งเป็นประธานสภาเทศบาลตำบลตาก้อง 1 คน รองประธานสภาเทศบาลตำบลตาก้อง1 คน เลขานุการสภาเทศบาลตำบลตาก้อง 1 คน และสมาชิกสภาเทศบาลเขต1และเขต2 ดำรงตำแหน่งคราวละ4 ปี

            2. คณะผู้บริหาร ทำหน้าที่บริหารกิจการเทศบาลตามกฎหมาย ประกอบด้วย นายกเทศมนตรีตำบลตาก้อง 1 คน รองนายกเทศมนตรีตำบลตาก้อง 2 คน ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตำบลตาก้อง 1 คน  และเลขานุการนายกเทศมนตรีตำบลตาก้อง 1 คน  

                              ตำแหน่งผู้บริหาร                                                             ชื่อ-นามสกุล
1 นายกเทศมนตรีตำบลตาก้อง นายกิตจา ฉิ่งทองคำ
2 รองนายกเทศมนตรีตำบลตาก้อง นางสำรวย ปัญญาทรง 
3 รองนายกเทศมนตรีตำบลตาก้อง นายพงษ์พันธ์ เทพโพธิ์พันธ์ 
6 ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี                        นายพรเทพ ฐิติเบญจพล
5 เลขานุการนายกเทศมนตรี นายสุรศักดิ์ เทพทับทิม

          

               2.2วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ และยุทธศาสตร์องค์กร

                 วิสัยทัศน์          “พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สืบสานวัฒนธรรม ก้าวนำด้านเศรษฐกิจ ทุกชีวิตปลอดภัย มีความรู้ทันสมัย อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมนำประชาธิปไตย”

               ยุทธศาสตร์การพัฒนา

                 เทศบาลตำบลตาก้อง ให้ความสำคัญต่อการดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะการปรับปรุง ฟื้นฟูพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งถือเป็นภารกิจหลักขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตลอดจนการพัฒนาด้านการศึกษา ควบคู่กับการพัฒนาด้านสังคม เศรษฐกิจ สภาพแวดล้อมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยยึดหลักการมีส่วนร่วม ความสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล และแผนพัฒนาระดับต่าง ๆ รวมถึงการพิจารณาวิเคราะห์สภาพปัญหา ความต้องการของประชาชน และความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อการพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบลตาก้อง จึงกำหนดจุดยืนทางยุทธศาสตร์การพัฒนาไว้ 7 ประเด็นยุทธศาสตร์ ดังนี้

              1. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน

              2. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านแหล่งน้ำ

              3. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

              4. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านสังคม

              5. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

              6. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

              7. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการเมืองการบริหาร

          เป้าประสงค์ 

          1. ประชาชนได้รับบริการด้านโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มมากขึ้น 

          2. ผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มมากขึ้นประชาชนมีอาชีพมั่นคง มีรายได้เพิ่มขึ้น ปัญหาการว่างงาน ลดลง 

          3. ยกระดับคุณภาพการศึกษาของประชาชนทุกระดับอย่างทั่วถึง รวมทั้งปลูกฝังและส่งเสริมให้ ประชาชนมีคุณธรรม จริยธรรม ตลอดจนสร้างความตระหนักและอนุรักษาคุณค่าวัฒนธรรม 

          4. ดําเนินการเพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพอนามัยดีถ้วนหน้า 

          5. ดําเนินการเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งป้องกันและแก้ไขปัญหา ยาเสพติด 

          6. จัดการด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สถานที่ท่องเที่ยวเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน 

          7. พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารและการจัดการอย่างต่อเนื่อง

          8. ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือระหว่างประชาชน หน่วยงานภาครัฐ เอกชนและอื่นๆ เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายการพัฒนา 

          9. ประชาชนมีความรู้และทัศนคติที่ดีต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย

 

      2.3ภาพรวมสภาพปัญหาของชุมชน

  1.     ปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐาน เส้นทางคมนาคมไม่สะดวก งบประมาณในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไม่เพียงพอ ไฟฟ้าและแสงสว่างไม่เพียงพอ
  2.     ปัญหาด้านแหล่งน้ำ คูคลองตื้นเขิน ปัญหาน้ำอุปโภค – บริโภคไม่เพียงพอปัญหาน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรและที่อยู่อาศัยและปริมาณน้ำคลองชลประทานไม่เพียงพอ
  3.     ปัญหาเศรษฐกิจ ขาดเงินทุนในการประกอบอาชีพ ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ไม่คุ้มค่ากับการลงทุนขาดตลาดรองรับ ปัญหาต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรมีราคาสูงและประชาชนเป็นระบบหนี้ในระบบและนอกระบบไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ได้ตามกำหนด
  4.     ปัญหาด้านสังคม สวัสดิการสังคมสงเคราะห์ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ป่วยเอดส์และผู้ด้อยโอกาสปัญหาการมีส่วนร่วมของประชาชนและปัญหาด้านยาเสพติด
  5.     ปัญหาด้านการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม ปัญหาการขาดแหล่งค้นคว้าข้อมูลในตำบลและหมู่บ้านปัญหาขาดสื่ออุปกรณ์และการเรียนการสอนที่ทันสมัย
  6.     ปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประชาชนไม่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับทรัพยากรและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และปัญหาขยะมูลฝอยและมลพิษ

 

3 ข้อมูลหมู่บ้าน/ชุมชน (พื้นที่ทำโครงการ)

        3.1 ความเป็นมาของหมู่บ้าน/ชุมชน

           ตำบลตาก้อง แต่เดิมเรียกชื่อว่า “อ้ายก้อง” สันนิษฐานว่า คงเรียกตามชื่อคนจีนคนหนึ่งซึ่งมีฐานะร่ำรวยเป็นเจ้าของโรงหีบอ้อยในหมู่บ้าน ซึ่งชื่อว่า “เจ๊กก่อง” หรือ “ก้อง” มีเนื้อที่ประมาณ 10.86 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 6,787 ไร่ ต่อมาสมัย ร.5 ได้แบ่งการปกครองออกเป็นหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ หมู่บ้านอ้ายก้อง ได้ยกฐานะเป็นตำบลตาก้อง และได้ยกฐานะเป็น อบต.ตาก้อง เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ 2539 และสมัยก่อนถนนจะเป็นเลนเดียวรถสวนกันไม่มีเกาะกลางชาวบ้านใช้การเดินและจักรยานเป็นพาหนะสมัยก่อนชาวบ้านจะปลูกข้าวปลูกผักขายเลี้ยงหมูแล้วก็อยู่กันอย่างพอเพียงเพราะทุกอย่างยังมีความอุดมสมบรูณ์กว่าสมัยนี้

        3.2 ภูมิปัญญา

            กะลาจัดทําโดยกลุ่มสตรีตําบลตาก้องสนับสนุนโดย  กองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตําบลตาก้องนวดแผนไทยด้วยวัสดุเหลือใช้ ที่อยู่ :เลขที่ 54/6 หมู่ที่ 8 ถนน ตำบลตาก้อง อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม

        ประโยชน์ที่ได้รับ

            1.คนในชุมชนมีวิธีการป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพเบื้องต้น ให้มีร่างกายที่แข็งแรงได้ด้วยการเดินกะลานวดฝ่าเท้า

            2.ลดภาวการณ์เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังและ ลดรายจ่ายของครอบครัวเกี่ยวกับเรื่องค่ารักษาพยาบาล

            3.คนในชุมชนรู้จักนําวัสดุเหลือใช้มาใช้ให้เป็นประโยชน์ด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน

นักปราชญ์/ภูมิปัญญาชาวบ้าน

ภูมิปัญญาชาวบ้าน คนที่1 

       ประวัติส่วนตัว

         ชื่อ: นาง ประชิต  โตนาค อายุ 68 ปี

         ที่อยู่:   หมู่7 บ้านหมู่ใหญ่ ตำบลตาก้อง อำเภอเมือง  จังหวัดนครปฐม 73000

         เบอร์โทรติดต่อ: -

         รายละเอียด

            คุณยายประชิต เป็นชาวบ้านดั้งเดิมที่อยู่ในตำบลตาก้องสมัยก่อนแกจะรับพวกดอกไม้ปลอมและโบว์มาทำเป็นอาชีพเพื่อที่จะอนุรักษ์และสร้างรายได้ให้กับตัวเองทำมาได้ประมาณ 25 ปีดอกไม้ปลอมราคาค่อนข้างสูงเลยหันมาทำแต่โบว์อย่างเดียวเนื่องจากอายุมากขึ้นจึงทำให้หางานทำได้ยาก และยายค่อนข้างมีอายุจึงไปทำงานไกลไม่ค่อยได้ จึงรับโบว์มาทำเป็นอาชีพที่บ้านจนถึงปัจจุบัน 

รูปภาพเพิ่มเติม


 

 

ภูมิปัญญาชาวบ้าน คนที่2


       

 

       ประวัติส่วนตัว

         ชื่อ: นางสาว สมพร ประทับใจ อายุ 56 ปี

         ที่อยู่:  หมู่7 บ้านหมู่ใหญ่ ตำบลตาก้อง อำเภอเมือง  จังหวัดนครปฐม 73000

         เบอร์โทรติดต่อ: -

         รายละเอียด

            คุณยายทิเป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในตำบลตาก้องแกเป็นคนพื้นที่และได้รับผ้าเหลืองมาทำการเย็บปักถักร้อยเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ตนเองและนำมาเป็นอาชีพหลักทำมาได้ ประมาณ 30 กว่าปีได้บุญได้กุศลไปอย่างด้วยปัจจุบันแกก็ยังรับทำต่อจนทำให้แกสามารถทำเลี้ยงครอบครัวและสามารถเลี้ยงตนเองได้ไม่มากไม่น้อยแต่พอประทั่งชีวิตตนเองได้

รูปภาพเพิ่มเติม


 

 


ภูมิปัญญาชาวบ้าน คนที่3
 

   

  

       ประวัติส่วนตัว

         ชื่อ: นาย วุฒินันท์ สมาวงศ์ อายุ 38 ปี

         ที่อยู่:   หมู่7 บ้านหมู่ใหญ่ ตำบลตาก้อง อำเภอเมือง  จังหวัดนครปฐม 73000

         เบอร์โทรติดต่อ: -

         รายละเอียด

             คุณน้าเอ็มเป็นชาวสวนเป็นคนพื้นที่ตำบลตาก้องและได้ปลูกผักและสวนมะนาวกับนาข้าวเพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้กับครอบครัวทำมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่สืบทอดกันมาเป็นลำดับ การปลูกผักทำสวนทำให้ครอบครัวสามารถทำให้ครอบครัวมี่รายได้ที่เลี้ยงครอบครัวได้ เพราะปัจจุบันพืชผักมีราคาที่ค่อนข้างสูงแต่อาจถูกพ่อค้าคนกลางกดราคาไปบ้างแต่พออยู่ได้

รูปภาพเพิ่มเติม

 

 

 

 


ภูมิปัญญาชาวบ้าน คนที่4

 

       ประวัติส่วนตัว

         ชื่อ: นางสาว อำพร  ดวงตะวัน อายุ 54 ปี

         ที่อยู่:  หมู่ 10 บ้านมาบแค ตำบลตาก้อง อำเภอเมือง  จังหวัดนครปฐม 73000

         เบอร์โทรติดต่อ: -

         รายละเอียด

            คุณยาย อำพร เป็นชาวบ้านดั้งเดิมที่อยู่ในตำบลตาก้องสมัยก่อนเขาเลี้ยงแพะเพื่อขายได้ทั้งเนื้อและขน นม และแพะสามารถให้ลูกได้เฉลี่ย3-4ครอก จึงได้ผลตอบแทนและคืนทุนให้กับเราได้ง่ายการเลี้ยงไว้ในคอกแล้วทำรางเพื่อตัดหญ้าหรืออาหารมาให้กินในคอก หรือตัดใบไม้ต่างๆเช่น ต้นกระถิน,มะขามเทศหรือใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรนำมาเลี้ยงแพะได้ ภายในคอกต้องมีน้ำและแร่ธาตุให้แพะสามารถกินได้ตลอดเวลา เพื่อการเจริญเติบโตของมัน

รูปภาพเพิ่มเติม

 

 

 

ภูมิปัญญาชาวบ้านคนที่ 5

 

 

       ประวัติส่วนตัว

         ชื่อ: นางสาว เสมียร ใจชื่น อายุ 57 ปี

         ที่อยู่:  หมู่ 7 บ้านหมู่ใหญ่ ตำบลตาก้อง อำเภอเมือง  จังหวัดนครปฐม 73000

         เบอร์โทรติดต่อ: -

         รายละเอียด

            คุณยาย เสมียร เป็นชาวบ้านดั้งเดิมที่อยู่ในตำบลตาก้องเริ่มเลี้ยงวัวมาตั้งแต่ พ.ศ 2554 เลี้ยงวัวพันธ์ไทยและลูกผสมบราห์มันเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัวซื้อพ่อพันธุ์กับแม่พันธุ์มาเพื่อนำมาผสมเองและก็นำลูกวัวมาเลี้ยงไว้ประมาณ 3-4เดือนเพื่อให้มีน้ำหนักตามมาตรฐานเพื่อนำขายจำหน่ายส่วนมากยาย เสมียรบอกว่าคนที่มาซื้อมักจะมาซื้อเป็นคู่ประมาณ3-4หมื่นก็จะได้รับเป็นเงินก้อนรายได้ก็จะตามเวลาในการเลี้ยงหรือเพาะพันธ์ นิสัยของวัวพันธุ์ไทยมักจะเลี้ยงง่ายและหากินเก่งไม่เลือกอาหารและสามารถปรับตัวให้เข้ากับการเลี้ยงโดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดครับและเข้ากับสภาพอากาศบ้านนเราได้ดี

รูปภาพเพิ่มเติม


 

 

 

อ้างอิง

https://takong-sm.go.th/public/

https://takong-sm.go.th/public/list/data/detail/id/4186/menu/1196/page/1/catid/2

https://takong-sm.go.th/public/person/data/chart/structure_id/17/menu/1180

https://takong-sm.go.th/public/list/data/index/menu/1224