เทศบาลตำบลตาก้อง อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
1. ข้อมูลสะท้อนคุณลักษณะตำบล
เดิมตำบลตาก้อง แต่เดิมเรียกชื่อว่า “อ้ายก้อง” สันนิษฐานว่า คงเรียกตามชื่อคนจีนคนหนึ่งซึ่งมีฐานะร่ำรวยเป็นเจ้าของโรงหีบอ้อยในหมู่บ้าน ซึ่งชื่อว่า “เจ๊กก่อง” หรือ “ก้อง”
1.1 ลักษณะทางกายภาพ
ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปของเทศบาลตำบลตาก้อง มีสภาพพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มภาคกลางของประเทศ พื้นที่มีความอุดมสมบรูณ์เหมาะสมแก่การทําการเกษตร เพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ และปลูกที่อยู่อาศัยลักษณะภูมิอากาศของตําบลตาก้อง ขึ้นอยู่กับอิทธิพลของลมมรสุมที่พัดประจําฤดูกาล 2 ชนิด คือลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งจะพัดพามวลอากาศเย็นและแห้งจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยในช่วงฤดูหนาวทําให้มีอากาศหนาวเย็นและแห้งแล้งทั่วไปกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งจะพัดพามวลอากาศชื้นจากทะเลและมหาสมุทรปกคลุมประเทศไทยในช่วงฤดูฝน ทําให้มีฝนตกทั่วไป นอกจากนี้พื้นที่ตำบลตาก้องพื้นที่ส่วนใหญ่ในเขตตําบลตาก้อง เป็นที่ราบลุ่ม ดินมีความอุดมสมบูรณ์ดี เหมาะสําหรับการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ ประมง และเหมาะสําหรับสร้างที่อยู่อาศัย
1.2 การปกครอง
ตําบลตาก้อง ตั้งอยู่บริเวณทางทิศเหนือของอําเภอเมืองนครปฐม มีระยะทางห่างจากที่ว่าการอําเภอเมืองนครปฐม ประมาณ 8 กิโลเมตร มีเนื้อที่ ประมาณ 10.86 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ6,787 ไร่โดยมีอาณาเขตดังนี้ทิศเหนือ ติดต่อกับตําบลห้วยขวาง อําเภอกําแพงแสน และตําบลห้วยพระอําเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม ทิศตะวันออก ติดต่อกับตําบลมาบแค อําเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ทิศใต้ ติดต่อกับตําบลนครปฐม อําเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ทิศตะวันตก ติดต่อกับตําบลทัพหลวง อําเภอเมืองนครปฐม และตําบลห้วยขวางอําเภอกําแพงแสน จังหวัดนครปฐม ประชากรในเขตตำบลตาก้อง มีจำนวนทั้งสิ้น 6,752 คน แยกเป็นประชากรชายจำนวน 3,273คน ประชากรหญิงจำนวน 3,479คน มีจำนวนครัวเรือนทั้งสิ้น 421ครัวเรือน แบ่งการปกครองออกเป็น 10 หมู่บ้าน โดยอยู่ในเขตตำบลตาก้อง ประกอบด้วย หมู่1 บ้านดงยาง หมู่ 2 บ้านเด่นตาเอี่ยม หมู่ 3 บ้านโกสำนัก หมู่ 4 บ้านสามแจ่ม หมู่ 5 บ้านนอก หมู่ 6 บ้านท่าไร่ หมู่ 7 บ้านหมู่ใหญ่ หมู่ 8 บ้านตาก้อง หมู่ 9 บ้านคลองมะเกลือ หมู่ 10 บ้านมาบแค และมีตัวแทนแต่ละหมู่เป็นสมาชิกสภาเทศบาลตำบลตาก้อง

ภาพที่ 1 แผนที่ตำแหน่งหมู่บ้านตำบลตาก้อง
ตำบลตาก้อง แบ่งเขตการปกครองระดับหมู่บ้านเป็น 10 หมู่บ้าน และมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ดังนี้
| หมู่ที่ | ชื่อหมู่บ้าน | ผู้ใหญ่บ้าน |
| 1 | บ้านดงยาง | นายประวีณ จันทร์คล้าย |
| 2 | บ้านเด่นตาเอี่ยม | นางสาวโยธิกา ธีระยุทธ |
| 3 | บ้านโกสำนัก | นายบัณฑิต ผลิเจริญผล |
| 4 | บ้านสามแจ่ม | นายอดุลย์ นาคศรีสุข |
| 5 | บ้านนอก | นางธัญญพร สงพรมทิพย์ |
| 6 | บ้านท่าไร่ | นายสุรสิทธิ์ ฉิ่งทองคำ |
| 7 | บ้านหมู่ใหญ่ | นายพิพัฒน์ มุ้ยมี |
| 8 | บ้านตาก้อง | นางปัทมาวดี เกิดดวงแก้ว |
| 9 | บ้านคลองมะเกลือ | นายวินัย ก้องภักดีสุข |
| 10 | บ้านมาบแค | นายพัสพงศ์ เอกณัฐพจน์ |
1.3 บริบททางเศรษฐกิจ
สภาพเศรษฐกิจของตำบลตาก้องในปัจจุบันประชากรส่วนใหญ่มีจำนวนประชากรภาคเกษตร 531 ราย ครัวเรือนเกษตรกร 449 ครัวเรือน ครัวเรือนเกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง จำนวน 68 ครัวเรือน และพื้นที่การเกษตรทั้งหมด 1,091 ไร่ โดยแบ่งเป็น ข้าว จำนวน 293 ไร่ ข้าวนาปี จำนวน 239 ไร่ ข้าวนาปรัง จำนวน 54 ไร่ พืชไร่ จำนวน 116 ไร่ พืชสวน จำนวน 385 ไร่ ไม้ผล/ไม้ยืนต้น จำนวน 66 ไร่ผักพืช จำนวน 299 ไร่ ไม้ดอกไม้ประดับ จำนวน 20 ไร่ ปศุสัตว์ จำนวน 50 ไร่ และประมง จำนวน 247 ไร่ มีการบริการต่างๆล้วนเป็นอาชีพที่สุจริตและเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวในชุมชน
1.4 บริบททางสังคม
การตั้งบ้านเรือนของชาวบ้านที่นี่ไม่กระจุกตัวหนาแน่น แต่จะตั้งบ้านเรือนอยู่ห่างๆ กระจายตามที่ทำกินของตนเอง มีกระจุกตัวเป็นกลุ่มอยู่บางช่วง เช่น ในเขตพื้นที่ก่อสร้าง ในเขตที่ใกล้วัดและโรงเรียน โดยรวมแล้วตำบลมาบแคจึงมีความชนบทมากกว่าความเป็นเมือง ตำบลตาก้องจะมีระบบพานิชย์ชุมชน มีตลาดสด และระบบโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่ง โรงสีข้าวจำนวน 1 แห่งเพื่อรองรับวิถีของชุมชน
ประชากรส่วนใหญ่เป็นคนดั้งดิมของพื้นที่ แต่ก็อาจจะมีกลุ่มชาติพันธุ์ปะปนบ้างแต่ไม่ได้อยู่กระจายกันในพื้นที่ส่วนมากจะรวมตัวกันเป็นกลุ่ม จะเห็นได้จากการแต่งกาย การพูดสื่อสาร อาหารการกินภายในและภาษาของกลุ่มนั้นๆ
ด้านการคมนาคมและสาธารณูปโภคพื้นฐาน พบว่า ถนนภายในหมู่บ้านส่วนใหญ่โครงข่ายถนนเข้าถึงทุกที่ แต่สภาพถนนขรุขระรอการซ่อมแซมค่อนข้างน้อย มีถนนบางส่วนทรุดโทรมลง จึงมีการสัญจรบนถนนที่ไม่สะดวกและปลอดภัยกับชาวบ้านในบางพื้นที่ ส่วนในด้านน้ำเพื่อการบริโภคและอุปโภคถือว่าเพียงพอต่อความต้องการ แต่บางที่อาจจะเป็นน้ำบาดาล น้ำประปาแตกต่างกันไป ของชาวบ้านในพื้นที่ตำบลตาก้อง
ด้านไฟฟ้า พบว่ามีโครงข่ายเข้าถึงทุกหมู่บ้าน แต่บางพื้นที่อาจจะทำให้มีอุปสรรคไฟฟ้าสาธารณะไม่เพียงพอต่อความต้องการแต่ไม่ก่อให้เกิดอุปสรรคกับชาวบ้านมาก ชาวบ้านสามารถใช้ไฟสาธาณะได้ในหมู่บ้านของตน เช่นเดียวกับด้านการโทรคมนาคมมีโครงข่ายถึงทุกหมู่บ้านและมักใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นส่วนใหญ่ และมีหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน

ภาพที่ 2 แผนที่ตำแหน่งพานิชย์ชุมชนตำบลตาก้อง
1.5 บริบททางการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ตำบลตาก้องมีสถานศึกษาที่อยู่ในความดูแลของเทศบาลและวัด จำนวน 2 แห่ง เป็นโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล และระดับ ป.1 – ป.6 ได้แก่โรงเรียนวัดตาก้องและโรงเรียนบ้านมาบแค และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลตาก้องจำนวน 1 แห่ง เทศบาลมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนโครงการต่างๆ ของโรงเรียนทั้งทุนทรัพย์ บุคลากร
ในด้านศิลปะและวัฒนธรรม เทศบาลตำบลตาก้องมีการสำรวจภูมิปัญญาท้องถิ่น พบว่ามีกลุ่มสตรีแม่บ้านในชุมชนมีความเชี่ยวชาญและมีความสามารถในการคิดค้นการปลูกผักไฮโดรโปรนิคส์และวิถีชีวิตของประชาชนในหมู่บ้านของตำบลตาก้องเป็นไปอย่างเรียบง่าย มีการสะสมวัฒนธรรมที่ดีงาม
ในด้านศาสนา ประชากรเกือบทั้งหมดนับถือศาสนาพุทธ มีวัดในพื้นที่ความดูแลของ เทศบาลจำนวน 2 แห่ง ได้แก่ วัดที่ 1 คือ วัดตาก้อง แต่เดิมชื่อ “วัดไพรวัลย์นิกาวาส” สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2225 เป็นเวลา ประมาณ 329 ปีเศษ ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ตําบลตาก้อง อําเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม โดยมี พระครูสา ราภิวัฒน์ (วีระวงศ์ เตชฺสมฺปนฺโน) เป็นเจ้าอาวาส และมีวัตถุมงคลที่มีชื่อเสียง คือ เหรียญหลวงพ่อแช่ม ซึ่งมี ผู้ศรัทธาเลื่อมใสและศิษยานุศิษย์นําไปสักการะบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลเป็นจํานวนมาก เป็นเวลาประมาณ 329 ปีเศษ ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลตาก้อง วัดที่ 2 คือวัดแหล่งทองแดงพรหมสราราม ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลตาก้อง อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ซึ่งแต่เดิมก่อนนั้น ไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัดว่าสร้างเมื่อ พ.ศ. ใด แต่ได้ก่อสร้างเป็น วัดอย่างเป็นทางการ เมื่อปี พ.ศ. 2543 ประชากรของตำบลตาก้อสามารถเลือกที่จะไปทำบุญได้ตามศรัทธา

ภาพที่ 3 แผนที่ตำแหน่งสถานที่ราชการตำบลตาก้อง
1.6 บริบทางการเมือง นายกเทศมนตรีตำบลตาก้อง ปัจจุบันคือนายกิตจา ฉิ่งทองคำ มีวาระการดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2555 มีการดำรงตำรงตำแหน่ง 2 สมัยรวม 8 ปีจนถึงปัจจุบัน ได้รับการดำรงตำแหน่งจากการเลือกตั้งของประชาชนในพื้นที่
2.ข้อมูลสะท้อนคุณลักษณะองค์กร
ภาพที่ 4 สำนักงานเทศบาลตำบลตาก้อง
เทศบาลตำบลตาก้อง เดิมจัดตั้งเป็นสภาตำบลตาก้อง ต่อมาได้รับการยกฐานะเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลตาก้อง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 19 มกราคม 2539 และประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา ฉบับทั่วไป เล่ม 113 ตอนที่ 9 ง ลงวันที่ 30 มกราคม 2539 มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2539 และได้รับการยกฐานะเป็นเทศบาลตำบลตาก้อง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 24 มีนาคม 2563 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 137 ตอนพิเศษ 137 ง หน้า 5 ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2563 มีผลบังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มีฐานะเป็นนิติบุคคลและ เป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น มีโครงสร้างการบริหารงานครอบคลุมพื้นที่ตำบลตาก้องทั้งตำบล
2.1 ผู้บริหารและคณะทำงาน
นายกเทศบาลตำบลตาก้อง คือ นายกิตจา ฉิ่งทองคำ ดำรงตำแหน่งนายกเทศบาลตาก้องมาแล้ว 8 ปี และเลือกตั้งได้มา2สมัย จนถึงปัจจุบัน การทำงานของนายกเทศบาล คือ จะบริหารและปฏิบัติงานตามภารกิจด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตยึดมั่นหลักแห่งความชอบธรรม ความโปร่งใส ปราศจากการทุจริตและคอยช่วยเหลือให้คำปรึกษาชาวบ้านในตำบลในยามเดือดร้อนได้อย่างเต็มที่ และมีประสิทธิภาพ
โครงสร้างการปกครองและการบริหารงานของเทศบาบตำบลตาก้อง ประกอบด้วย
1. สภาเทศบาลตำบลตาก้อง เป็นฝ่ายนิติบัญญัติและควบคุมฝ่ายบริหาร ประกอบด้วย สมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้ง 15 คน แบ่งเป็นประธานสภาเทศบาลตำบลตาก้อง 1 คนรองประธานสภาเทศบาลตำบลตาก้อง1 คน เลขานุการสภาเทศบาลตำบลตาก้อง1 คน สมาชิกสภาเทศบาลตำบลตาก้อง เขต 1จำนวน 6 คน และสมาชิกสภาเทศบาลตำบลตาก้อง เขต 2 จำนวน 6 คนอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี
2. คณะผู้บริหาร ทำหน้าที่บริหารกิจการเทศบาลตามกฎหมาย ประกอบด้วย นายกเทศมนตรีตำบลตาก้อง 1 คนคือนายกิตจา ฉิ่งทองคำ รองนายกเทศมนตรีตำบลตาก้อง 2 คนคือ นางสำรวย ปัญญาทรงและนายพงษ์พันธ์ เทพโพธิ์พันธ์ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตำบลตาก้อง 1 คนคือ นายพรเทพ ฐิติเบญจพล และเลขานุการนายกเทศมนตรีตำบลตาก้อง 1 คนคือนายสุรศักดิ์ เทพทับทิม
3. ส่วนบริหารงานของเทศบาลตำบลตาก้อง ประกอบด้วย 1) สำนักปลัด 2) กองคลัง 3) กองช่าง หน้าที่ 4)กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม และ5) กองสวัสดิการสังคม
2.2วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ และยุทธศาสตร์องค์กร
วิสัยทัศน์ “พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สืบสานวัฒนธรรม ก้าวนำด้านเศรษฐกิจ ทุกชีวิตปลอดภัย มีความรู้ทันสมัย อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมนำประชาธิปไตย”
ยุทธศาสตร์การพัฒนา
1. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน
2. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านแหล่งน้ำ
3. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
4. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านสังคม
5. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
6. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
7. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการเมืองการบริหาร
เป้าประสงค์
1. ประชาชนได้รับบริการด้านโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มมากขึ้น
2. ผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มมากขึ้นประชาชนมีอาชีพมั่นคง มีรายได้เพิ่มขึ้น ปัญหาการว่างงาน ลดลง
3. ยกระดับคุณภาพการศึกษาของประชาชนทุกระดับอย่างทั่วถึง รวมทั้งปลูกฝังและส่งเสริมให้ ประชาชนมีคุณธรรม จริยธรรม ตลอดจนสร้างความตระหนักและอนุรักษาคุณค่าวัฒนธรรม
4. ดําเนินการเพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพอนามัยดีถ้วนหน้า
5. ดําเนินการเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งป้องกันและแก้ไขปัญหา ยาเสพติด
6. จัดการด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สถานที่ท่องเที่ยวเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
7. พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารและการจัดการอย่างต่อเนื่อง
8. ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือระหว่างประชาชน หน่วยงานภาครัฐ เอกชนและอื่นๆ เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายการพัฒนา
9. ประชาชนมีความรู้และทัศนคติที่ดีต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย
3 ข้อมูลหมู่บ้าน/ชุมชน (พื้นที่ทำโครงการ)
3.1 ความเป็นมาของหมู่บ้าน/ชุมชน
ตำบลตาก้องแต่เดิมเรียกชื่อว่า“อ้ายก้อง”สันนิษฐานว่าคงเรียกตามชื่อคนจีนคนหนึ่งซึ่งมีฐานะร่ำรวยเป็นเจ้าของโรงหีบอ้อยในหมู่บ้าน ซึ่งชื่อว่า “เจ๊กก่อง” หรือ “ก้อง” มีเนื้อที่ประมาณ 10.86 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 6,787 ไร่
3.2 ภูมิปัญญา
กะลาจัดทําโดยกลุ่มสตรีตําบลตาก้องสนับสนุนโดยกองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตําบลตาก้องนวดแผนไทยด้วยวัสดุเหลือใช้ ที่อยู่ :เลขที่ 54/6 หมู่ที่ 8 ถนน ตำบลตาก้อง อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
ความสําคัญของการนวดฝ่าเท้า ด้วยกะลาการนวดฝ่าเท้าด้วยกะลา เป็นการป้องกันเบื้องต้นอีกวิธีหนึ่งโดยการใช้เท้าเหยียบลงบนกะลา เพื่อกดจุดเป็นการนวดกระตุ้นฝ่าเท้า เพราะเท้าเป็นศูนย์รวมของเส้นปลายประสาทต่าง ๆ ที่จะส่งไปสู่ร่างกายทําให้การทํางานของอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายมีสภาพสมดุลตามปกติ เนื่องจากมีจุดสะท้อนของอวัยวะในร่างกายอยู่ที่ฝ่าเท้า
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.คนในชุมชนมีวิธีการป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพเบื้องต้น ให้มีร่างกายที่แข็งแรงได้ด้วยการเดินกะลานวดฝ่าเท้า
2.ลดภาวการณ์เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังและ ลดรายจ่ายของครอบครัวเกี่ยวกับเรื่องค่ารักษาพยาบาล
3.คนในชุมชนรู้จักนําวัสดุเหลือใช้มาใช้ให้เป็นประโยชน์ด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน
นักปราชญ์ชาวบ้าน
1.ชื่อ นางระพีพร โคบาล อายุ52ปี
ที่อยู่ หมู่ 5 ตำบลตาก้อง อ.เมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
รายละเอียด
รับจัดช่อดอกไม้สอนทำเบเกอรี่และขายเบเกอรี่ปลูกผักปลอดสารพิษและเป็นอสม.อาสาสมัคช่วยงานคนในชุมชนนางระพีพรเริ่มทำขนมตั้งแต่ปี2556ทำขนมไม่มีหน้าร้านรับออเดอร์ทางออนไลน์วัตถุดิบที่ทำขนมสามารถหาซื้อได้ทางร้านเบเกอรี่ทั่วไปตามท้องตลาดคอร์สการเรียนทำขนมสร้างอาชีพระยะสั้น-ยาวเริ่มต้น5000บาท
อุปกรณ์สำคัญที่ต้องมีในการทำเบเกอรี่
1.เตาอบขนม 2.เครื่องตีแป้ง 3.ตะแกรงร่อนแป้ง 4.ไม้คลึงแป้ง
5.ตะกร้อมือ 6.อุปกรณ์ตวง 7.ชามผสม 8.สปาตูล่า
9.แม่พิมพ์ 10.กระดาษไข 11.ถุงมือกันความร้อน 12.ตะแกรงพักขนม
2.ชื่อ นายสมยศ เหล่างาม อายุ55ปี
ที่อยู่ ตำบลมาบแค อ.เมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม เลี้ยงโคพันธุ์บราห์มัน
รายละเอียด
เริ่มเลี้ยงวัวมาตั้งแต่ปี2557 เลี้ยงวัวพันธุ์ลูกผสมบราห์มัน พันธุ์ชาโรเล่ วัวซื้อมาในราคา3หมื่นบาทน้ำหนักประมาณ300กิโลกรัมซื้อมาขุนเลี้ยงต่อประมาณ5เดือนให้ตามน้ำหนักตามทีั่่ต้องการจึงส่งขายให้โรงเชือกเพื่อน้ำไปแปรรูปต่อวัวที่เลี้ยงให้อาหาร2มื้อเช้าและเย็น อาหารที่ให้วัวมี2สูตรหลักนำมาเลี้ยงครบ2เดือนเปลื่ยนสูตรอีกครั้ง น้ำหนักมาตรฐานที่จับขายประมาณ400กิโลกรัมขุนให้โรงเชือกขายกิโลกรัมละ104บาท วัวพันธุ์ชาโรเล่มีลักษณะนิสัยขี้ร้อนต้องดูแลอย่างดีในที่ร่ม
3. ชื่อ นายกรภพ ปั้นคณาผล อายุ42ปี
ที่อยู่ หมู่5 ตำบลตาก้อง อ.เมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
รายละเอียด
เลี้ยงปลาดุกรัสเซีย พันธุ์ปลาซื้อที่ร้านพันธุ์ปลาตาก้องของนายกิจจา ฉิ่งทองคำ ปลาดุกรัสเซียตัวละ 25 สตรางค์ถึง 35 สตางค์ปลาที่นำลงมาบ่อทรายหนึ่งเซนต์วิธีการเลี้ยงเตรียมบ่อและหว่านปูนเติมน้ำและปล่อยลูกปลา หนึ่งไร่ต้องใช้ประมาณลูกปลา 30000 ตัวและลูกปลากินอาหารดีไลท์ประมาณห้าลูกจึงเปลี่ยนอาหารเป็นเหยื่อตาเช่นไก่บดคอยเปลี่ยนน้ำสี่ห้าวันเปลี่ยนที่ไม่ให้น้ำเน่าปลาดุกรัสเซียเลี้ยงประมาณสามถึงห้าเดือนจึงจับขายคว่ำบ่อ ราคาปลาขึ้นลงตามตลาดโลละ 20 ถึง 40 บาทกำไรต่อบ่อประมาณ 10000 ปลายๆ
4.ชื่อ นางสุรัช เลิศอนันต์ อายุ 58 ปี
รายละเอียด
ทำอาชีพเย็บผ้ามาประมาณ 40 ปี ทำมาตั้งแต่อายุ 18 ปีบ้านเลขที่ 148 หมู่10 ต.ตาก้อง อ.เมือง จ.นครปฐมรับซ่อมแซมผ้าทุกชนิด ปะเปลี่ยนซิบแก้ทรงเสื้อผ้ากาวงเกงสามารถให้ความรู้เกี่ยวกับการเย็บปักถักร้อยเครื่องจักร และงานต่างๆที่เกี่ยวกับเสื้อผ้า ณ ปัจจุบันก็ยังทำอาชีพนี้เลี้ยงตัวเองและครอบครัวอยู่
5. ชื่อ นายวีรพล แซ่จึง อายุ 28 ปี
รายละเอียด หมู่3 ต.ตาก้อง อ.เมือง จ.นครปฐมเริ่ม เลี้ยงแพะ ตั้งแต่อายุ 21 ปี เริ่มสนใจแพะเพราะว่าเลี้ยงเพื่อขายได้ทั้งเนื้อ นม ขน และแม้กระทั่งเขาแถมยังราคาดีแพะเป็นสัตว์เลี้ยงง่ายที่เชื่องที่สุดในจำนวนสัตว์ชนิดที่ใกล้เคียงกันและตอนนี้ก็เป็นที่นิยมเลี้ยงในการเกษตรกรในแต่ละพื้นที่เลี้ยงเป็นแบบรายได้เสริมในการตลาดและยังสามารถทำได้หลายช่องทางเช่นแพะสวยงามนำไปประกอบอาหารผลิตลูกพันธ์และโตไวแพะผลิตลูกได้ปีละสามถึงสี่คอกและคอกสุดท้ายนิยมขายแพะทิ้งเพราะถ้าท้องหลายแม่แล้วแพะจะเริ่มไม่ดีแพะได้ผลตอบแทนคือทุนอาหารแพะที่ใช้เลี้ยงก็หาได้ง่ายบริเวณหมู่บ้านเช่นต้น กระถิน หยวกกล้วย ลดต้นทุนอาหารแปรรูป
อ้างอิง
https://takong-sm.go.th/public/
https://data.bopp-obec.info/web/index_view_history.php?School_ID=1073180047&page=history