การพัฒนาต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำ และเมืองผู้นำพลังงานระดับโลกของเทศบาลนครกิตะคิวชู (Kitakyushu to the World-Leading Energy and Low-Carbon City)

บทเรียนและประสบการณ์ของเทศบาลนครกิตะคิวชูกับการขับเคลื่อนสู่การเป็นเมืองต้นแบบผู้นำพลังงานระดับโลกและการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำ โดย อาจารย์สุริยานนท์ พลสิม วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น

 

ภาพจาก : Eco-Model City Kitakyushu and Japan’s Disposal of Radioactive Tsunami Debris

ภาพจาก : Eco-Model City Kitakyushu and Japan’s Disposal of Radioactive Tsunami Debris

ความเป็นมา/สถานการณ์

ปัญหาความขาดแคลนทางพลังงาน การใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างสิ้นเปลือง อัตราค่าไฟฟ้าที่สูง และบทเรียนจากปัญหาขาดแคลนพลังงานที่เกิดขึ้นในช่วงเหตุการณ์สึนามิ ภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปีที่ญี่ปุ่น (The Great East Japan Earthquake) ในปี 2554 ทำให้เทศบาลนครกิตะคิวชู (Kitakyushu City) มีความพยายามที่จะพัฒนาการสร้างพลังงานไฟฟ้าจากแหล่งงานพลังงานสะอาดจากธรรมชาติ (clean energy) ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้าจากพลังน้ำและลมต่าง ๆ ตลอดจนมีความพยายามที่ต่อสู้กับปัญหาโลกร้อนด้วยการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ ซึ่งเน้นการสร้างชุมชนที่ใช้พลังงานสะอาด (hydrogen power) เป็นหลัก ด้วยเหตุนี้ เทศบาลนครกิตะคิวชู (Kitakyushu City) จึงได้กำหนดนโยบายเพื่อพัฒนาเมืองกิตะคิวชูสู่การเป็นผู้นำทางพลังงานระดับโลก (World-Leading Energy Policy) ขึ้น เพื่อมุ่งสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงทางพลังงานให้เกิดขึ้นภายในเมือง รวมถึงเพื่อให้ประชาชน บริษัท และภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ได้ใช้ไฟฟ้าพลังงานสะอาดในอัตราค่าบริการที่ต่ำ เพื่อดึงดูดการลงทุนจากบริษัทภายนอกเข้ามาลงทุนในท้องถิ่น สร้าง “สังคมคาร์บอนต่ำ และเมืองแห่งพลังงานไฮโดรเจน” ตลอดจนเพื่อเป็นการเก็บสะสมพลังงานไฟฟ้าสำรองไว้สำหรับใช้กรณีเกิดเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติในรูปแบบต่าง ๆ ด้วย เพราะที่ผ่านมา เมืองกิตะคิวชู (Kitakyushu City) เคยเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์ภัยพิบัติสึนามิครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในปี 2554 ซึ่งนอกจากจะสร้างความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างร้ายแรงแล้ว การจัดการของรัฐบาลและเทศบาลในภาวะภัยพิบัติรุนแรงขนาดใหญ่ในช่วงที่ผ่านมายังพบว่ามีอุปสรรคสำคัญในเรื่องการขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าสำหรับใช้ในภาคครัวเรือนหรือสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ในกรณีเกิดเหตุภัยพิบัติ

อย่างไรก็ตาม นโยบายเพื่อพัฒนาเมืองกิตะคิวชูสู่การเป็นผู้นำทางพลังงานระดับโลก (World-Leading Energy Policy) นี้ ประกอบด้วยโครงการหลักเพื่อขับเคลื่อนการทำงานไปสู่การเป็นผู้นำหรือต้นแบบทางพลังงานในระดับโลก จำนวน 3 โครงการ ซึ่งทั้ง 3 โครงการนี้เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างธุรกิจและบริษัทเอกชนภายในพื้นที่ร่วมกับเทศบาลนครกิตะเคียวชู ได้แก่ 1) โครงการพัฒนาและสร้างแหล่งขุมทรัพย์ทางพลังงานระดับภูมิภาค (regional energy base) ของเทศบาลนครกิตะคิวชู 2) โครงการสร้างเมืองแห่งพลังงานไฮโดรเจน (Kitakyushu Hydrogen Town) และ 3) โครงการชุมชนอัจฉริยะแห่งกิตะคิวชู (Kitakyushu Smart Community)

เป้าหมายหลักของนโยบายการพัฒนากิตะคิวชูสู่การเป็นผู้นำทางพลังงานระดับโลก มีเป้าหมายหลัก ๆ 4 ด้าน คือ

1. บรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างสมดุลทั้งในด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม (เศรษฐกิจก้าวหน้า ในอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนที่ต่ำ) ดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชนนอกพื้นที่ให้มาลงทุนในท้องถิ่น

2. สร้างและพัฒนาเมืองกิตะคิวชูให้เป็นแหล่งขุมทรัพย์ทางพลังงานของภูมิภาค (energy base) ที่ให้ประชาชนและภาคธุรกิจได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างสงบสุข

3. ยกระดับการพัฒนาธุรกิจและบริษัทเอกชนที่อยู่ในท้องถิ่น ด้วยการส่งเสริมให้ใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ

4. ขยายผลการดำเนินงานและแนวคิดต้นแบบในการจัดการด้านพลังงานไปยังภูมิภาคอื่น ๆ ในประเทศญี่ปุ่นและต่างประเทศ

การดำเนินงานที่เกิดขึ้น

อย่างที่ได้นำเสนอไปในข้างต้นแล้วว่าเทศบาลนครกิตะเคียวชูนั้น ต้องการพัฒนาให้เมืองของตนเองเป็นเมืองต้นแบบผู้นำทางด้านพลังงานระดับโลก (world-leading energy) ดังนั้น เทศบาลนครกิตะเคียชูจึงได้สนับสนุนและส่งเสริมภาคธุรกิจเอกชนในพื้นที่ให้ดำเนินงานด้านต่าง ๆ เพื่อร่วมกันกับเทศบาลขับเคลื่อนการทำงานให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยการดำเนินงานหลักเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสู่การเป็นผู้นำทางพลังงานระดับโลก (world-leading energy policy) นี้ ประกอบด้วย 3 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการพัฒนาและสร้างแหล่งขุมทรัพย์ทางพลังงานระดับภูมิภาค (regional energy base) ของเทศบาลนครกิตะคิวชู 2) โครงการสร้างเมืองแห่งพลังงานไฮโดรเจน (Kitakyushu Hydrogen Town) และ 3) โครงการชุมชนอัจฉริยะแห่งกิตะคิวชู (Kitakyushu Smart Community) โดยทั้ง 3 โครงการนี้ ภาคธุรกิจและบริษัทเอกชนภายในพื้นที่เป็นผู้จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองต่อการขับเคลื่อนนโยบายการสร้างเมืองกิตะเคียวชูสู่การเป็นผู้นำทางพลังงานระดับโลก โดยบทบาทของเทศบาลนั้นจะเป็นผู้สนับสนุนและให้ความช่วยเหลือในการลงทุนด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างแหล่งพลังงานสะอาดภายในท้องถิ่น และขยายความร่วมมือไปยังองค์กรเอกชนในพื้นที่อื่นด้วย

อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานของเทศบาลเพื่อขับเคลื่อนนโยบายการเป็นต้นแบบหรือผู้นำทางพลังงานระดับโลกนี้ ไม่ได้เกิดมาจากความคิดริเริ่มของเทศบาลเพียงอย่างเดียวแต่ยังเกิดจากมีส่วนร่วมของประชาชนภายในพื้นที่ด้วย มีการทำประชาพิจารณ์และสอบถามความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับนโนบายด้านพลังงานของเทศบาล มีการศึกษาวิจัยอย่างรอบคอบ และมีการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ความเป็นอยู่ และสังคม ของชาวบ้านอย่างจริงจัง ซึ่งก็เป็นที่ยอมรับจากประชาชนในพื้นที่ว่าการดำเนินโครงการดังกล่าวนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคนในท้องถิ่น สังคม และภูมิภาค และไม่มีผลกระทบที่ร้ายแรง ดังนั้น จึงทำให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม สำหรับรายละเอียดการดำเนินงานทั้ง 3 โครงการ มีดังต่อไปนี้

ภาพจาก : Sustainable Urbanisation: Experience from Kitakyushu

1.) โครงการพัฒนาและสร้างแหล่งขุมทรัพย์ทางพลังงานระดับภูมิภาค (regional energy base) ของเทศบาลนครกิตะคิวชู

เทศบาลนครกิตะคิวชูได้สนับสนุนให้บริษัทเอกชนและภาคอุตสาหกรรมภายในพื้นที่สร้างแหล่งกำเนิดพลังงานไฟฟ้าธรรมชาติ (renewable energy) จากแหล่งกำเนิดพลังงานหลายประเภท เช่น พลังงานลม แผงโซลาเซลล์ขนาดใหญ่เพื่อเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้า หรือกังหันลมติดตั้งบริเวณชายฝั่ง เป็นต้น ซึ่งแหล่งกำเนิดพลังงานเหล่านี้จะเป็นขุมทรัพย์ทางพลังงาน (energy base) ที่สำคัญของภูมิภาคเพื่อใช้ผลิตไฟฟ้าไว้ใช้ภายในภาคอุตสาหกรรมและภาคครัวเรือนในชุมชนต่าง ๆ โดยเป้าหมายสำคัญของเทศบาลที่สนับสนุนให้เกิดโครงการนี้คือ ต้องการสร้างแหล่งกำเนิดพลังงานไฟฟ้าหรือโรงงานไฟฟ้าพลังงานสะอาดหลากหลายประเภทให้อยู่ในพื้นที่เพื่อกระจายหรือจำหน่ายพลังงานเหล่านี้ไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมและใช้ในครัวเรือนในอัตราที่ต่ำกว่าปกติ นอกจากนี้ เทศบาลยังให้ความสำคัญกับการสร้างแหล่งจัดเก็บพลังงานสำคัญด้วย เช่น สถานีจัดเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง สถานีจัดเก็บพลังงานไฟฟ้าจากถ่านหินและพลังงาน LNG รวมถึงยังได้ให้การสนับสนุนเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงในการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินและมีการประยุกต์ใช้ระบบการเชื่อมต่อพลังงานระหว่างโรงงานอุตสาหกรรมภายในพื้นที่เพื่อแลกเปลี่ยนหรือใช้พลังงานไฟฟ้าและแหล่งกำเนิดพลังงานร่วมกันด้วย

2.) โครงการสร้างเมืองแห่งพลังงานไฮโดรเจน (Kitakyushu Hydrogen Town)

เทศบาลนครกิตะคิวชูร่วมกับภาคเอกชนในท้องถิ่นได้ดำเนินงานร่วมกันเพื่อพัฒนา “เมืองแห่งพลังงานไฮโดรเจน” (Kitakyushu Hydrogen Town) ขึ้น โดยมีการวางระบบท่อสำหรับกระจายหรือส่งพลังงานไฮโดรเจนอย่างครอบคลุมในทุกพื้นที่ เทศบาลได้ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือเพื่อติดตั้งระบบพลังงานไฟฟ้าไฮโดรเจนภายในชุมชนต่าง ๆ ตลอดจนสนับสนุนการติดตั้งเครื่องกำเนิดพลังงานไฟฟ้าสะอาดและกระจายไฟฟ้าไปยังครัวเรือนต่าง ๆ นอกจากนี้ สำหรับในภาคอุตสาหกรรมยังได้มีการประยุกต์ใช้พลังงานไฮโดรเจนในกระบวนการผลิตเหล็กของภาคอุตสาหกรรม เพื่อนำเหล็กที่ผลิตมาใช้สร้างเป็นเครื่องกระจายพลังงานไฟฟ้าไฮโดรเจนใช้ในชุมชนอีกทอดหนึ่งด้วย

ภาพจาก : Concept of the Hydrogen Town in Kitakyushu

3.) โครงการชุมชนอัจฉริยะแห่งกิตะคิวชู (Kitakyushu Smart Community)

เทศบาลนครกิตะคิวชูได้ให้ความสำคัญกับการสร้าง “ระบบการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีส่วนร่วมจากประชาชน” ภายในชุมชนต่าง ๆ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการการใช้พลังงานได้อย่างสมดุลภายในชุมชนของตนเอง จึงได้มีการจัดตั้ง “ศูนย์ชุมชนอัจฉริยะ (Smart Community Centre)” ขึ้น โดยศูนย์ชุมชนอัจฉริยะนี้ จะประกอบด้วยห้องปฏิบัติการทางพลังงานและศูนย์ควบคุมหรือบริหารจัดการการใช้พลังงานไฟฟ้าภายในชุมชน เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างอุปสงค์กับอุปทานในการใช้ไฟฟ้าภายในชุมชนต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ

ความสำเร็จ/ผลที่เกิดขึ้น

1) โครงการพัฒนาและสร้างแหล่งขุมทรัพย์ทางพลังงานระดับภูมิภาค (regional energy base) ของเทศบาลนครกิตะคิวชู

ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลกิตะคิวชูได้ใช้ไฟฟ้าพลังงานสะอาดที่มีความปลอดภัย และสามารถใช้ไฟฟ้าได้ในอัตราค่าบริการที่ต่ำ รวมถึงภาคเอกชนและประชาชนสามารถใช้ชีวิตและดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันได้ภายใต้สังคมที่ไร้มลภาวะและคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon City) ตลอดจนโครงการสร้างแหล่งขุมทรัพย์ทางพลังงานระดับภูมิภาค (regional energy base) เหล่านี้ยังทำให้พื้นที่เทศบาลนครกิตะคิวชูมีแหล่งกำเนิดพลังงานหรือโรงงานไฟฟ้าพลังงานสะอาดประเภทต่าง ๆ สำหรับใช้ร่วมกันภายในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นโรงงานไฟฟ้าพลังงานลม แหล่งกำเนิดไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ แหล่งกำเนิดไฟฟ้าพลังงานความร้อนและพลังงานไฮโดรเจน

2) โครงการสร้างเมืองแห่งพลังงานไฮโดรเจน (Kitakyushu Hydrogen Town)

โครงการสร้างเมืองพลังงานไฮโดรเจนนี้ประสบความสำเร็จอย่างมากและได้รับการยอมรับว่าเป็นโครงการสร้างเมืองไฮโดรเจนที่เป็นต้นแบบของโลกได้ เนื่องจากมีระบบการวางท่อกระจายพลังงานไฮโดรเจนที่เป็นระบบระเบียบและมีประสิทธิภาพครอบคลุมทุกพื้นที่ทั้งในเขตอุตสาหกรรมและในเขตชุมชนต่าง ๆ ที่ประชาชนและภาคเอกชนสามารถใช้ประโยชน์จากพลังงานไฮโดรเจนได้อย่างเต็มที่

3.) โครงการชุมชนอัจฉริยะแห่งกิตะคิวชู (Kitakyushu Smart Community)

ความผันผวนของปริมาณการใช้ไฟฟ้าเกิดความสมดุลมากขึ้นและปริมาณการใช้ไฟฟ้าใช้ในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในพื้นที่ลดลงมากกว่า 20% รวมถึงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในเขตพื้นที่โครงการชุมชนอัจฉริยะลดลงมากกว่า 50% เมื่อเทียบกับพื้นที่นอกเขตการดำเนินโครงการ นอกจากนี้ โครงการชุมชนอัจฉริยะแห่งกิตะคิวชู (Kitakyushu Smart Community) ยังได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติด้วย โดยเป็นโครงการจากประเทศในภูมิภาคเอเชียเพียงประเทศเดียวที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายในการประกวดแข่งขันเพื่อรับรางวัลด้านการบริหารจัดการพลังงานที่เป็นเลิศระดับนานาชาติ “International Smart Grid ISGAN Award of Excellence” ซึ่งเป็นการแข่งขันที่จัดโดย ISGAN องค์กรด้านพลังงานระดับโลก

นอกจากนี้แล้ว ในเดือนธันวาคม ปี 2015 ได้มีการจัดตั้งบริษัทพลังงานระดับภูมิภาคขึ้น ซึ่งมีชื่อว่าบริษัทพลังงานกิตะคิวชู (Kitakyushu Power Co.) ซึ่งมีต้นแบบหรือใช้รูปแบบและวิธีการบริหารจัดการพลังงานมากจากโครงการชุมชนอัจฉริยะแห่งกิตะคิวชู (Kitakyushu Smart Community) ซึ่งบริษัทพลังงานกิตะคิวชูนี้ เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ผลิตไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายหรือกระจายไปใช้ในภาคครัวเรือนและภาคเอกชนในพื้นที่เมืองกิตะคิวชูโดยใช้ทรัพยากรในการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งกำเนิดพลังงานไฟฟ้าสะอาดประเภทต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของเทศบาลนครกิตะคิวชู

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากความสำเร็จและผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการต่าง ๆ เหล่านี้ มีผลทำให้เกิดโครงการเพิ่มขึ้นมาอีก 5 โครงการซึ่งอยู่ในระหว่างประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม สังคมและความเป็นอยู่ของประชาชน โดยโครงการต่าง ๆ เหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนนโยบายการเป็นต้นแบบและผู้นำทางพลังงานระดับโลกของเทศบาลนครกิตะคิวชูให้ได้รับการยอมรับมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญไปกว่านั้น จากผลการดำเนินงานด้านการจัดการพลังงานที่โดดเด่นของเทศบาลนครกิตะคิวชูส่งผลให้ ในปี 2016 เทศบาลนครกิตะคิวชูได้รับคัดเลือกให้เป็นพื้นที่เป้าหมายที่ใช้สำหรับการประชุมของรัฐมนตรีด้านพลังงานจากกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก หรือ “การประชุม G7” (Group of Seven) ที่ประกอบด้วยรัฐมนตรีด้านพลังงานจากประเทศแคนนาดา ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น ซึ่งสะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเทศบาลนครกิตะคิวชูนั้น ได้รับการยอมรับทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติในการเป็นต้นแบบด้านการจัดการพลังงานและเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เป็นผู้นำด้านพลังงานของโลกด้วย