องค์การบริหารส่วนตำบลยุ้งทะลาย อำเภออู่ทอง  จังหวัดสุพรรณบุรี

ข้อมูลสะท้อนลักษณะตำบล

1.1 ประวัติความเป็นมาของตำบล

       ประวัติบ้านยุ้งทะลาย ตำบลยุ้งทะลาย อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นหมู่บ้านเก่าแก่เรียกขานมานานตามภูมิประเทศ อยู่ริมคลองจระเข้สามพัน ไปสู่คลองสองพี่น้อง อยู่ฝั่งขวาของคลอง มีพื้นที่ประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นที่ดอน ทิศเหนือติดคลอง ทิศใต้เป็นป่าละเมาะ ทิศตะวันออกเป็นทุ่มทุ่งนาอำเภอสองพี่น้อง ทิศตะวันตกเป็นที่นาถึงบ้านจระเข้สามพัน

        อนึ่ง ทางด้านทิศเหนือและทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ห่างจากหมู่บ้านยุ้งทะลายประมาณ 1 หรือไม่เกิน 2 กิโลเมตร ยังมีวัดร้างอีก 3 วัด มื่อประมาณ 50 กว่าปีที่แล้ว วัดทั้ง 3 นี้ ยังมีโบสถ์ มัผนังโบสถ์สูงที่ยังชัดเจนอยู่ และเป็นโบสถ์มหาอุด คือไม่มีเสามุขหน้าโบสถ์ หลังโบสถ์ มีหน้าต่างด้านข้าง ไม่มีประตูด้านหลัง ยังมีพระประธานปรากฏอยู่ทั้ง 3 วัด วัดเหล่านี้ คือวัดหลวงวัดใหม่และวัดหนองจิก แต่ปัจจุบันตัวโบสถ์ถูกทำลายหมดแล้วทั้ง 9 วัด แต่ขณะนี้มีประชาชนหมู่ 6 ได้ช่วยกันบูรณปฏิสังขรณ์วัดหลวงขึ้นมาใหม่มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษาแล้ววัดทั้ง 3 นั้นกับวัดโบสถ์วิทยาคารมีวัตถุโบราณคล้ายคลึงหรือเหมือนๆ กันเช่นมีโบสถ์แบบเดียวกันลักษณะของก้อนอิฐที่ก่อสร้างโบสถ์และเจดีย์มีขนาดเดียวกันภายในวัดมีต้นไม้มะขามต้นใหญ่ๆ เหมือนกันตั้งอยู่ใกล้เคียงกันก็พอจะอนุมาณได้ว่าวัดทั้ง 5 วัดนี้คงจะมีอายุการสร้างไล่เลี่ยกันมาพร้อมทั้งหมู่บ้านยุ้งทะลายด้วยและยิ่งกว่านั้นข้าพเจ้าได้อ่านหนังสือเสภา เรื่องขุนช้างขุนแผน ฉบับหอสมุดแห่งชาติก็ได้พบชื่อบ้านยุ้งทะลายมีปรากฏอยู่ในวรรณคดีเรื่องนี้อีกด้วยคือมีอยู่ในตอนที่ 18 เป็นตอนที่ขุนแผนพานางวันทองหนีออกจากบ้านขุนช้างซึ่งจะได้กล่าวต่อไปข้างหน้าครั้นต่อมาในราวพ.ศ. 2532 ทางราชการได้แจกหนังสือชื่อ“ นิทานย่านสุพรรณ” ให้กับโรงเรียนประถมศึกษามา 1 เล่มเป็นหนังสือที่นายสุภรผลชีวินเขียนถึงประวัติหรือตำนานของหมู่บ้านต่างๆในเขตจังหวัดสุพรรณบุรีมีทั้งหมด 14 เรื่องโดยประพันธ์เป็นกลอนสุภาพ

ประวัติบ้านยุ้งทะลายจากหนังสือ“ นิทานย่านสุพรรณ”มาอ้างอิงเป็นปะวัติหรือตำนานของบ้านยุ้งทะลายไว้เป็นหลักฐานสืบต่อไปว่า……………… 

บ้านแห่งนี้มีตำนานโบราณว่า                                          ชายหนึ่งมียศฐานะ

ยิ่งใหญ่ชื่อว่า“ ขุนพุดาค” ฉลาดกระไร                             อีกนัยหนึ่งนามว่า“ตาขุนทอง’’

คนคำนับสรรพคุณขุนพุดาด                                            เรื่องแร่ธาตุทองนี้มีสมอง

ถลุงแร่แปรเป็นเงินเพลิดเพลินทอง                                  สมใจปองปกปิดมาก็ช้านาน

สถานที่แปรปรุงถลุงแร่                                                   ของตัวแก่อยู่ที่วัดถัดจากบ้าน

ได้เงินวันละสี่ห้อพอประมาณ                                          ราตรีกาลกลับไปใส่ยุ้งพลัน

เรื่องลับนี้รู้เพียงสองหู                                                    ลูกสาวของแกสดับเรื่องลับนั้น

แต่นางให้ปฏิญาณสาบานพลัน                                       จะไม่ลั่นวาจาแก่หน้าใด

อยู่ต่อมาตาขุนทองก็ต้องปล่อย                                      ลูกสาวน้อยเนื้อนุ่มแต่งหนุ่มใหญ่

นางก็พาสามีคนนี้ไป                                                      อยู่ร่วมในบ้านพ่อสืบต่อมา

ระหว่างที่ท่านขุนมุ่งถลุงแร่                                             ลูกเขยแกสงสัยไฉนหนา

พอใกล้ค่ำเข้าละก็ท่านพ่อตา                                          หอบเงินสี่ห่อพามาทุกวัน 

จะไถ่ถามความเองก็เกรงขาม                                         จึงแอบถามความลับกับเมียขวัญ 

เมียก็ชื่อถือสัญญาวาจานั้น                                             ไม่ยอมลั่นความรู้สู่สามี 

ผัวก็เฝ้าเซ้าซี้ไม่มีหยุด                                                  เมียก็สุดขัดขวางหาทางที่

จะไม่บอกตามตรงจำนงชี้                                               ด้วยวาทีเปรียบเปรยเฉลยยุบล

“ วัดเอ๋ยวัดโบสถ์’’                                                         มีตาลโตนดอยู่เจ็ดต้น

ตาขุนทองไปปล้น                                                         ป่านฉะนี้ไม่เห็นมา

คดข้าวใส่ห่อ                                                                ถ่อเรือไปหา

เขาร่ำลือมาว่า                                                              ตาขุนทองตายแล้ว

เหลือแต่กระดูกแก้ว                                                      เมียรักจะไปปลง

ขุนศรีถือฉัตร                                                                ยกกระบัตรถือธง

เกาะท้ายเรือหงส์                                                          ว่าจะไปปลงศพตาขุนทอง

ฝ่ายสามีขี้ระแวงก็แจ้งเหตุ                                             เฝ้าสังเกตพ่อตาคอยหาช่อง 

จะติดตามไปจำท่วงทำนอง                                           ตาขุนทองทำได้อย่างไรกัน 

ขุนทองคิดผิดสังเกตเคาเหตุดู                                       แกก็รู้ว่าลูกสาวทำข่าวลั่น 

ลูกอะไรรักผัวกว่าพ่อมัน                                               แกก็ฆ่านางนั้นเสียทันที

เจ้าหน้าที่จับกุมไปคุมขัง                                              แล้วเฝ้านั่งซักความตามวิถี

จะเปลี่ยนแร่แปรเป็นเงินเด่นดี                                       มีวิธีใดบ้างบอกทางกัน

ตาขุนทองป้องปิดสนิทแท้                                           ไม่ยอมแพร่ความลับยามคับขัน 

ติดคุกจนผลสุดท้ายวายชีวัน                                        ตำรานั้นก็สูญหายตามกายไป

ระหว่างที่ตาขุนทองต้องขังนั้น                                      ยุ้งข้าวพลันลั่นเลื่อนสะเทือนไหว

น้ำหนักเงินเกินกว่ายุ้งพยุงไว้                                        ก็ทลายลงไปในบัดดล

เงินซ่อนซุกสุกสกาวในข้าวนี้                                        คือสักขี้เกลื่อนวางอยู่กลางหน 

พวกชาวบ้านย่านใกล้ซึ่งได้ยล                                      จึงต่างคนต่างวิ่งซึ่งเก็บมัน 

จึงเรียก“ บ้านยุ้งทะลาย’’เมื่อภายหลัง                            เพราะยุ้งของขุนทองพังเรื่องดังลั่น

เล่ากันทั่วอู่ทองของกำนัลในปางบรรพ์แต่ก็คงดำรงไป ส่วนบ่อแร่ของแกนี้อยู่ที่เก่าชาวบ้านเขาเรียกบ่อแร่ไม่แก้ไข วัดถลุงแร่ของขุนทองไซร้ เรียกวัดโบสถ์โจษกันในถิ่นอู่ทอง

 

1.2 พื้นที่และขอบเขต

ที่ตั้ง

          ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลยังทะลายตั้งอยู่เลขที่ 250 หมู่ที่ 9 บ้านยังทะลายอำเภออู่ทองจังหวัดสุพรรณบุรีอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภออู่ทองไปทางทิศใต้ประมาณ 2 กิโลเมตร (2) 

เนื้อที่ของพื้นที่ทั้งหมด 11,150 ไร่ตำบลยังทะลายมีเนื้อที่ประมาณ 2,241ตารางกิโลเมตรหรือประมาณ 13,750 ไร่ (พื้นที่ตามแผนที่ภาษีปี พ.ศ. 2561 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2562) แบ่งออกเป็นที่อยู่อาศัยอยู่500 ไร่คิดเป็นร้อยละ18.50 ของพื้นที่ทั้งพื้นที่เกษตรกรรมคิดเป็นร้อยละ 81.09 พื้นที่ทั้ง

 

          ภูมิประเทศพื้นที่ตำบลยังทะลายเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ (แม่น้ำจระเข้สามพัน) เป็นบริเวณมีความอุดมสมบูรณ์

 

อาณาเขต         

ทิศเหนือ                    ติดต่อกับตำบลอู่ทองและตำบลกระจันอำเภออู่ทอง

                                                    จังหวัดสุพรรณบุรี

ทิศใต้                        ติดต่อกับตำบลสระยายโสมอำเภออู่ทอง

                                                   จังหวัดสุพรรณบุรี

ทิศตะวันออก               ติดต่อกับตำบลบ้านดอนอำเภออู่ทอง

                                                   จังหวัดสุพรรณบุรี

ทิศตะวันตก                 ติดต่อกับตำบลจระเข้สามพันอำเภออู่ทอง

                                                     จังหวัดสุพรรณบุรี

 

                                                      พื้นที่และขอบเขตปรากฏดังแผนที่ ดังนี้

                                      

1.2.1 ลักษณะภูมิประเทศ

          ภูมิประเทศพื้นที่ตำบลยังทะลายเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ (แม่น้ำจระเข้สามพัน) เป็นบริเวณมีความอุดมสมบูรณ์

อาณาเขต         

ทิศเหนือ                    ติดต่อกับตำบลอู่ทองและตำบลกระจันอำเภออู่ทอง

                                                    จังหวัดสุพรรณบุรี

ทิศใต้                        ติดต่อกับตำบลสระยายโสมอำเภออู่ทอง 

                                                   จังหวัดสุพรรณบุรี

ทิศตะวันออก               ติดต่อกับตำบลบ้านดอนอำเภออู่ทอง

                                                   จังหวัดสุพรรณบุรี

ทิศตะวันตก                 ติดต่อกับตำบลจระเข้สามพันอำเภออู่ทอง

 จังหวัดสุพรรณบุรี

                    

1.2.2 ลักษณะภูมิอากาศ

         ลักษณะภูมิอากาศมีลักษณะเป็นแบบทุ่งหญ้าเมืองร้อน (Aw) คือมีฝนตกปานกลางและสลับกับฤดูร้อนบริเวณภาคกลางตอนล่างจะมีอากาศชุ่มชื้นมากกว่า

มี 3 ฤดูกาล

-ฤดูร้อนประมาณ 3 เดือน           (กุมภาพันธ์ – เมษายน) 

-ฤดูฝนประมาณ 5 เดือน             (พฤษภาคม – ตุลาคม) 

-ฤดูหนาวประมาณ 3 เดือน          (พฤศจิกายน-มกราคม)

1.2.3 ลักษณะดิน

         ลักษณะของดินพื้นที่ตำบลยังทะลายเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ (แม่น้ำจระเข้สามพัน) เป็นบริเวณมีความอุดมสมบูรณ์เป็นดินเหนียวซึ่งเหมาะแก่การทำนาข้าวบางส่วนเป็นพื้นที่ที่มีเนื้อดินเป็นดินร่วนมีการระบายน้ำดีถึงปานกลางสามารถปลูกพืชไร่ได้อ้อยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์การเพาะปลูกไม้ยืนต้นไม้ผลต่าง ๆ

 

1.3 การปกครองระดับหมู่บ้าน

          ตำบลยุ้งทะลาย แบ่งเขตการปกครองระดับหมู่บ้านเป็น 7 หมู่บ้าน และมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านประจำหมู่ต่าง ๆ ดังนี้

หมู่บ้าน ชื่อหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้าน
1 บ้านยุ้งทะลาย นายสมนึก        ปั้นบุญมี
2 บ้านดอนหอคอย นางทองดี         โพธิ์ทอง
3 บ้านดอนพุทรา นายสมนึก        หงส์ทอง
4 บ้านดอนงิ้ว นายสมัย          รูปสม
5 บ้านหางตลาด นายอดิศักดิ์      กลัดตลาด
6 บ้านลาดพร้าว นายจักรกฤษ     แป้นเขียว
7 บ้านดอนตะเคียน นายสมพร        อาจคงหาญ

                                                      แผนที่ตำแหน่งหมู่บ้านตำบลยุ้งทะลาย

 

1.4 ครัวเรือนและประชากร

หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้าน ครัวเรือน ประชากร รวม
ชาย หญิง
1 บ้านยุ้งทะลาย 271 473 557 1,030
2 บ้านดอนหอคอย 126 213 227 440
3 บ้านดอนพุทรา 132 265 272 537
4 บ้านดอนงิ้ว 109 213 213 426
5 บ้านหางตลาด 195 289 385 774
6 บ้านลาดพร้าว 202 351 402 753
7 บ้านดอนตะเคียน 141 253 267 520
รวม 1,176 2,175 2,323 4,480

 

1.5 ช่วงอายุและจำนวนประชากร

ช่วงอายุ ชาย(คน) หญิง(คน) รวม หมายเหตุ
0 – 10 ปี 210 230 440  
11 – 20 ปี 900 500 1400  
21 – 30 ปี 650 655 1305  
31 – 40 ปี 250 300 550  
41 – 50 ปี 120 120 240  
51 – 60 ปี 150 140 290  
61 – 70 ปี 60 70 130  
71 – 80 ปี 30 40 70  
81 – 90 ปี 20 15 35  
91 ปี ขึ้นไป 10 10 20  

 

1.6 ระบบการศึกษา

      ระบบการศึกษาของตำบลยุ้งทะลาย ประกอบด้วย โรงเรียนระดับ เด็กเล็ก ประถมและมัธยม 4 แห่ง ได้แก่ 

1.โรงเรียนบ้านดอนพุทรา จำนวนครู 3 คน จำนวนนักเรียน 32 คน

2.โรงเรียนวัดใหม่สิทธาวาส  จำนวนครู 7 คน จำนวนนักเรียน 109 คน

3.ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนตำบลยุ้งทะลาย จำนวนครู 1 คน จำนวนนักเรียน 65 คน

4.ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์วัดใหม่สิทธาวาส จำนวนครู 2 คน จำนวนนักเรียน 40 คน

 

1.7 ระบบสาธารณสุข

      ระบบสาธารณะสุขของตำบลยุ้งทะลาย ประกอบด้วย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลยุ้งทะลาย 1 แห่ง

1.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลยุ้งทะลาย

 

1.8 ระบบเศรษฐกิจ

      ระบบเศรษฐกิจของตำบลยุ้งทะลาย ประกอบด้วยเกษตรกรรม รับจ้างทั่วไป  ค้าขาย     อื่นๆ

ประเภท/อาชีพ ร้อยละ/ของพื้นที่
เกษตรกรรม 75
รับจ้างทั่วไป 15
ค้าขาย 7
อื่นๆ 3

 

1.9 ระบบพานิชย์และกลุ่มอาชีพ

      ระบบพานิชย์ของตำบลยุ้งทะลาย ส่วนใหญ่ประกอบด้วยร้านค้าประเภท ขายของชำ จำนวน 4 ร้าน 

รายละเอียดดังนี้

1.ร้านค้าตาป๊อก

2.ร้านค้ายายแอ๊ด

3.ร้านค้าข้างร้านยายแอ๊ด

4.ร้านค้ายายเหมาะ

 

1.10 ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสถานที่ท่องเที่ยวชุมชน

ประเภทแหล่งน้ำ

    แหล่งน้ำของตำบลยุ้งทะลาย ส่วนใหญ่ประกอบคลองสาธารณะ จำนวน  1 แห่ง คลองชลประทาน จำนวน 1 แห่ง  รายละเอียดดังนี้

คลองสาธารณะ

    คลองจระเข้สามพัน    (คลองใหญ่)   หมู่ที่ 1

คลองชลประทาน

    คลองส่งน้ำชลปทาน ( คลองตาเงิน)  หมู่ที่ 1

 

 1.11 สถานที่ท่องเที่ยวชุมชน

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวชุมชน        ของตำบลยุ้งทะลาย ส่วนใหญ่ประกอบด้วย วัด จำนวน 5 วัด รายละเอียดดังนี้

1.วัดโบสถ์วิทยาคาร  หมู่ที่ 1

2.วัดดอนหอคอย      หมู่ที่ 2

3.วัดดอนหอคอย      หมู่ที่ 3

4.วัดดอนหอคอย      หมู่ที่ 4

5.วัดหลวง                หมู่ที่ 6

 

1.12 ศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม และภูมิปัญญา

ด้านศาสนา      ประชากรของตำบลยุ้งทะลาย นับถือศาสนาพุทธมีจำนวน 5 วัด รายละเอียดดังนี้

1.วัดโบสถ์วิทยาคาร  หมู่ที่ 1

2.วัดดอนหอคอย      หมู่ที่ 2

3.วัดดอนหอคอย      หมู่ที่ 3

4.วัดดอนหอคอย      หมู่ที่ 4

5.วัดหลวง                หมู่ที่ 6

 

ด้านประเพณี วัฒนธรรม

        ไทยแท้ ประเพณีและวัฒนธรรม เมื่อว่าโดยเนื้อความก็เป็นสิ่งอย่างเดียวกัน คือ เป็นสิ่งที่ไม่ใช่มีอยู่ในธรรมชาติโดยตรง แต่เป็นสิ่งที่สังคมหรือคนในส่วนรวมร่วมกันสร้างให้มีขึ้น แล้วถ่ายทอดให้แก่กันได้ด้วยลักษณะและวิธีการต่างๆว่าโดยเนื้อหาของประเพณี และวัฒนธรรมที่อยู่ในจิตใจของประชาชนเกี่ยวกับเรื่องความคิดเห็น ความรู้สึก

 

ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น และภาษาถิ่น

          ภูมิปัญญา        ส่วนมากคนตำบลยุ้งทะลาย ภูมิปัญญาหลักคือการทำนาช้าว การปลูกข้าว การทำเกษตรเกี่ยวกับข้าวเพื่อประกอบอาชีพและทำเงิน

          ภาษา              ใช้ภาษาไทย แต่ละเขตพื้นที่ชาวบ้านจะมีสำเนียงภาษาต่างกันคือบางพื้นที่จะพูดออกเสียงเหน่อ เป็นเอกลักษณ์ของชาวบ้านที่นั่น

 

ส่วนที่ 2 ข้อมูลองค์การบริหารส่วนตำบลยุ้งทะลาย

 

 

 

2.1 ความเป็นมาและการก่อตั้ง

      องค์การบริหารส่วนตำบลยุ้งทะลาย เป็นหน่วยงานบริหารราชการส่วนท้องถิ่น จัดตั้งตามพระราชบัญญัติสภาตำบล พ.ศ.2537 ประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 19 มกราคม พ.ศ.2537และดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับกฎหมาย เพื่อบริการประชาชนและพัฒนาท้องถิ่นให้เกิดประสิทธิภาพและประสทธิผลสูงสุด

 

ตราสัญลักษณ์ หมายถึง บ้านที่เก็บยุ้งใส่ข้าว ยุ้งนั้นเก็บข้าวมากเกินไปจนพังทลายลงมา

       เนื่องจากภูมิปัญญาของคนชุมชนยุ้งทะลายจะประกอบอาชีพทำนาเป็นหลัก แต่เดิมหมู่บ้านนั้นชื่อหมู่บ้านยุ้งพัง ต่อมาได้มีการเปลี่ยนเป็นหมู่บ้านยุ้งทะลายแทนเพราะมีชื่อที่สละสลวยกว่าชื่อเดิม

 

 

2.2 คณะผู้บริหาร

       นายกอบต.ปัจจุบันคือ นาย ประสิทธิ์ ไพเราะ มี วาระการดำรงตำแหน่ง สมัยที่ 2 กำลังจะมีการเลือกตั้งใหม่ในปลายปี2021นี้ นโยบายการทำงานของนายกอบต. คือ การทำให้อบต.เหมือนบ้าน ที่คนในชุมชนหากมีความเดือดร้อนหรือมีปัญหาอะไรสามารถเข้ามาพูดคุยบอกเล่ากันได้ ไม่มีช่องว่างระหว่างกัน คณะทำงานชุดนี้ได้รับเลือกตั้ง 2 สมัยเพราะการมีผลงานดี เป็นที่พึ่งของประชาชนได้ รวมทั้งเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของอบต.ที่เคยเป็นอบต.ที่มีกลิ่นอายไม่น่าไว้วางใจด้านการเงินในยุคก่อนมาสู่อบต.ที่มีความโปร่งใสในการทำงาน การเลือกตั้งที่ผ่านมามีคู่แข่งที่เคยอยู่ในฐานอำนาจเดิม แต่ไม่มีความขัดแย้งกัน เพราะนายกฯ ใช้ความอ่อนน้อมถ่อมตนเนื่องจากเป็นผู้มีอาวุโสน้อยกว่า แสดงความเคารพและให้เกียรติอีกฝ่าย พยายามสร้างความสมานฉันท์

 

ฝ่ายบริหาร

1.นายประวิทธิ์             ไพเราะ           ตำแหน่ง นายก อบต.

2.นายไพสันต์              ชาวโพธิ์คอย      ตำแหน่ง รองนายก อบต.

3.นายชินดนัย              แผนสมบูรณ์     ตำแหน่ง รองนายก อบต.

4.นายเม้ง                   สวยค้าข้าว       ตำแหน่ง เลขานุการ นายก อบต.

 

2.3 โครงสร้างหน่วยงาน

ตำแหน่งในสำนักงานปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลยุ้งทะลาย  

ตำแหน่งในสำนักปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลจำนวน  12  คน

-ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล (นักบริหารงานงานท้องถิ่น)

-รองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล (นักบริหารงานท้องถิ่น)

-หัวหน้าสำนักปลัด (นักบริหารงานทั่วไป) 

-นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ

-นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ

-นักประชาสัมพันธ์ชานาญการ

-นักวิเคราะห์นโยบายและแผน

-เจ้าพนักงานธุรการ (ปง / ชง) 

-ผู้ช่วยนักวิเคราะห์นโยบายและแผน (พนักงานจ้างตามภารกิจ)

-ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ

-แม่บ้าน

-ยาม (พนักงานจ้างทั่วไป)

 

2.4 วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ และยุทธศาสตร์องค์กร

วิสัยทัศน์

        วิสัยทัศน์ขององค์การบริหารส่วนตำบลยุ้ง พัฒนาคุณภาพประชาชนให้มีคุณธรรม มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีทักษะและการดำรงชีวิตอย่างเหมาะสม สถาบันทางสังคมและชุมชนท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง สามารถปรับตัวรู้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลง   เสริมสร้างคุณภาพชีวิตทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ประชาชนทุกคนมีความมั่นคงในชีวิต ได้รับบริการสาธารณะและการคุ้มครองทางสังคมที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม พัฒนาการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้มีคุณภาพอย่างยั่งยืน โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน มีระบบป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่อรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติทางธรรมชาติ   ส่งเสริมด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวโดยการอนุรักษ์วิถีชุมชนวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น บนฐานทรัพยากรความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ ภูมิปัญญาท้องถิ่นและการเพิ่มมูลค่าทางวัฒนธรรม พัฒนาและบริหารตามหลักบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และมีเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน

มองภาพอนาคตของผู้นำและสมาชิกในองค์กร และกำหนดจุดหมายปลายทางที่เชื่อมโยงกับภารกิจ ค่านิยม และความเชื่อเข้าด้วยกัน แล้วมุ่งสู่จุดหมายปลายทางที่ต้องการจุดหมายปลายทางที่ต้องการ จุดหมายปลายทางดังกล่าวต้องชัดเจน ท้าทาย มีพลังและมีความเป็นไปได้

 

พันธกิจ 

1. พัฒนาองค์กรบริหารส่วนตำบลให้เป็นพัฒนาองค์กรที่มีคุณภาพ

2. จัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นให้สอดคล้องกับแผนยุธศาสตร์ ภายใต้การมีส่วนร่วมจากภาคีเครือข่าย

3. บริหารงานบุคคลและเพิ่มขีดความสามารถของการทำงานแบบมืออาชีพโดยยึดหลักธรรมาภิบาลและการบริหารจัดการที่ดี

4. พัฒนาการปฏิบัติงานและระบบการติดตามการประเมินผลการพัฒนาเทศบาลให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกด้าน

5. พัฒนาคุณภาพคนให้คนในท้องถิ่นทุกคนได้รับการพัฒนา ทั้งร่างกายจิตใจ ชุมชนและสังคม

6. ส่งเสริมอาชีพชุมชน พัฒนาเศรษฐกิจ ส่งเสริมสินค้าและแหล่งท่องเที่ยว

7. พัฒนาระบบเศรษฐกิจ ระบบการเกษตร เช่น ­การทำนาข้าวและการเกษตรอื่นๆ เป็นต้น

 

2.5 ประเด็นอื่น ๆ เกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่ที่โดดเด่น

      มีการพัฒนาหมู่บ้านโดยการจะมีโครงการรวมคนในชมชนยุ้งทะลายแต่ละหมู่บ้าน มารนรงค์ช่วยกันเก็บกวาดขยะ ทำความสะอาดหมู่บ้านตัดจ้นไม้ตามข้างถนนให้ดูสวยงามไม่ลกข้างทาง

 

ส่วนที่ 3 ข้อมูลหมู่บ้าน/ชุมชน (พื้นที่ทำโครงการ) ปรับปรุงพื้นที่โดยเสริมดินหรือลงหินคลุก ภายในพื้นที่ ตำบลยุ้งทะลาย

 

3.1 ความเป็นมาของหมู่บ้าน/ชุมชน

       หมู่บ้านยุ้งทะลายเป็นชุมชนที่ทำเกายวกับการเกษตรเยอะ ซึ่งทางถนนในบางส่วนอาจจะมีปัญหา ทางลูกลัง ถนนพังจากรถใหญ่หรือรถขนหิน รถขนข้าวจนเกิดปัญหาถนนพัง บางพื้นที่ถนนเป็นกระลุก น้ำขลังหรือถนนเละ เพราะในตำบลยังมีพื้นที่อีกมากมายที่ยังเข้าไปพัฒนาไม่ถึง

 

3.2 นักปราชย์ชาวบ้าน/ภูมิปัญญาท้องถิ่น

       สำหรับภูมิปัญญาของคนในตำบลยุ้งทะลาย หมู่ที่ 1 อำเภออู่ทอง  จังหวัดสุพรรณบุรี  ประกอบด้วย

 

1.ภูมิปัญญาชาวบ้าน ด้านการจักสาน

          การสานแห

          การสานตะกร้าหวาย

2.ภูมิปัญญาชาวบ้านด้านการเกษตรกร 

          การทำนาข้าว

 

 

1.ภูมิปัญญาชาวบ้าน ด้านการจักสาน

การสานแห

     ที่มา  เนื่องจากคนในชุมชนนิยมหาปลา นำมาขายหรือนำมากินเลยมีการถักแหสานแหไว้ใช้เองหรือขายหารายได้ไว้ใช้จับปลา

 

โดย

1.นายทองใบ     กลั่นสวน         อายุ 56 ปี บ้านเลขที่ 102 หมู่ที่ 1

2.นายบุญเลิศ    วงโพธิ์สิน        อายุ 57 ปี บ้านเลขที่ 127 หมู่ที่ 1

 

 

เครื่องมือ-อุปกรณ์  

1.กระชุน/ไม้กีบ

        

 

 2.ตัวปลา/ไม้ปาน                                                                                             

 

3.ลูกแห

 

ขั้นตอนและวิธีการทำ

1.ขั้นตอนแรกคือเราจะต้องจัดหาไม้กีบ และไม้ปานที่จะใช้ในการสานแหให้เรียบร้อย

2. นำด้ายไนล่อนมาพันใส่กีบที่เราเตรียมไว้ให้เรียบร้อย

3. เราจะต้องสานจอมแหหรือที่ห้อยแหก่อนจะเริ่มสานจริง

4.เริ่มสานแหโดยการนำด้ายรัง4ที่เราพันใส่กีบมาสานตัวแหให้เป็นตาข่ายตามลายแห

5. เมื่อสานตัวแหเสร็จเราจะต้องนำแหที่เราสานเสร็จแล้วมาห้อยกับลูกแห

6.ขั้นตอนสุดท้ายของการสานแหคือผูกเพาแหที่ด้านล่างให้เรียบร้อย

 

ประโยชน์

       แหเป็นเครื่องมือจับปลาชนิดหนึ่ง ที่ถักเป็นตาข่ายใช้ทอด (เหวี่ยง) ให้แผ่เป็นวงลงในน้ำ แล้วต้องดึงขึ้นมาจากน้ำ ให้ขอบชายแหรวบปลาเข้ามาในเพา (ขอบถุงตาข่ายแห) ให้ได้ปลาจำนวนมาก เพื่อการยังชีพ หรือเพื่อประกอบอาชีพของคนในชุมชน เป็นเครื่องมือเพื่อการยังชีพ หมายถึงใช้จับปลาเพื่อการบริโภคในชีวิตประจำวันและใช้ประกอบอาชีพจึงถือเป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านที่แท้จริง เพราะมันคือส่วนหนึ่งของการชีวิตในชุมชน เป็นห่วงโซ่ในเรื่องอาหารและรายได้ในชีวิตประจำวัน

 

 

การสานตะกร้าหวาย

      ที่มา  เนื่องจากตะกร้าหวายที่ทำจากเชือกเทียมนิยมใช้กัน มีความอดทนและพังยาก สามารถทำประกอบอาชีพได้เลยมีการทำขายและนำมาใช้กันในชีวิตประจำวัน

 

โดย

นางเปรมฤทัย              จันทร์อินทร์      อายุ 35 ปี                  บ้านเลขที่ 183 หมู่ที่ 1

นางสาวจำนง              สวยค้าข้าว       อายุ 67 ปี                  บ้านเลขที่ 183 หมู่ที่ 1

 

เครื่องมือ-อุปกรณ์ในการทำ

1.โครงเหล็กที่จะใช้ในการสานตะกร้า รูปแบบแล้วแต่ตามที่เราเลือกเป็นทรงที่ต้องการ

 

2.เชือกหวายเทียม สีรูปแบบตามต้องการ และที่เราจะนำมาทำ

 

3.กรรไกร

 

ขั้นตอนและวิธีการทำ

1.นำโครงตะกร้ามาขึ้นโครง โดยใช้เส้นหวายเทียมถักขึ้นที่ฐานล่างตะกร้าก่อน

2.ใช้เชือกหวายเทียมขึ้นโครงและถักขึ้นมาเลื่อยตามโครงฐานตะกร้า ลวดลายและสีสันจะขึ้นอยู่ที่การออกแบบและการเลือกสีของผู้ทำ

3.ถักขึ้นมาจนสุดขอบตะกร้า

4.ทำการสอดเชือกหวายเทียมตามขอบตะกร้าให้เรียบร้อย

5.ตรวจสอบความเรียบร้อยและสวยงามของตะกร้าหวายเทียมที่ทำ

 

ประโยชน์

           ตะกร้าหวาย เป็น ภาชนะชนิดหนึ่งที่มีไว้สำหรับใส่ของ ให้มีความระเบียบเรียบร้อย แต่คุณประโยชน์ของตะกร้าหวายสามารถเป็นได้มากกว่านั้น นอกจากไว้ใช้เก็บของ กระจุกกระจิกแล้ว ยังประยุกต์เป็นเฟอร์นิเจอร์ได้อีกด้วย เช่น ตะกร้าหวายขนาดใหญ่ทำเป็นโต๊ะรับแขก เป็นเก้าอี้ที่มีเบาะรองนั่ง เป็นลิ้นชักใส่ของเก็บไว้ใต้เตียง ใต้ม้านั่ง หรือสามารถนำมาติดกับผนัง ปัจจุบัน มีให้เลือกทั้งแบบหวายแท้ ตระกร้าหวายเทียม และตระกร้าหวายพลาสสิติก

 

2.ภูมิปัญญาชาวบ้านด้านการเกษตรกร

การทำนาข้าว

         ที่มา ตำบลยุ้งทะลาย  นิยมเรื่องการทำนาข้าวกันเป็นที่สุดเพราะทำเป็นอาชีพของแต่ละบ้านในการทำมาหากิน

ชื่อแรกของตำบลยุ้งทะลายคือ “ตำบลยุ้งพัง” ในปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนเป็นหมู่บ้านยุ้งทะลายเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากเป็นชื่อที่เห็นชอบกันว่ามีความเพราะและสละสลวยมากกว่า

 

บ้านที่นำมายกตัวอย่างในการทำนาข้าว 1 บ้าน

โดย

นางสวงค์                   กังวานรัตน์       อายุ 67 ปี        บ้านเลขที่ 65 หมู่ที่ 1

 

อุปกรณ์ในการทำนาข้าว

1.เมล็ดพันธ์ข้าว 

2.รถไถนา สำหรับจะใช้เตรียมดินก่อนลงปลูก

3.ถังใส่ข้าว สำหรับใส่เมล็ดข้าวและเดินหว่านในนา

4.ปุ๋ย

5.สารเคมี หรือยาฆ่าแมลง

6.รถเกี่ยวข้าว

 

ขั้นตอนในการทำนาข้าว

1.การเตรียมพันธุ์ข้าว  

   เตรียมเมล็ดพัน์ที่จะนะไปปลูกไว้ให้พร้อม

2.การเตรียมดิน 

   นำรถไถมาไถเตรียมดินให้พร้อมเหมาะกับการที่จะหว่านข้าวลงปลูก

3.การปลูกข้าว 

   คนในชุมชนจะนิยมปลูกกันโดยการหว่านข้าว จะปลูกข้าวแบบหว่านคราดกลบหรือไถกลบ โดยชาวนาจะทำการไถดะและไถแปร แล้วเอาเมล็ดข้าวที่ยังไม่ได้ เพาะให้งอก หว่านลงไปในนา แล้วคราดหรือไถ เพื่อกลบเมล็ดข้าวที่หว่านลงไปอีกครั้งหนึ่ง เพราะดินชื้นอยู่แล้ว เมล็ดก็จะเริ่มงอกทันทีหลังจากหว่านลงไปในดิน

4.การดูแลรักษา

    ในระหว่างการเจริญเติบโตของข้าว ตั้งแต่การหว่านเมล็ด พอถึงเวลาจะมีช่วงที่ข้าวต้องการน้ำและปุ๋ยสำหรับการเจริญเติบโต  ในระหว่างที่ข้าวโตอาจมีโรค และมีแมลงศัตรูข้าวหลายชนิดอสจทำลายจะต้องดูแลโดยการกำจัดวัชพืช ใส่ปุ๋ยและพ่นยาเคมี เพื่อป้องกันและกำจัดโรคแมลงศัตรูที่อาจมาทำร้ายข้าว

5.การเก็บเกี่ยว

   สามารถทำได้ในสัปดาห์ที่สี่หลังจากข้าวออกดอกแล้วประมาณ 28-30 วัน จะใช้การเก็บเกี่ยวโดยรถเกี่ยวข้าวเพราะสะดวกและนิยมใช้กัน

 

ประโยชน์ของข้าว

      ประโยชน์ข้าวนอกจากจะใช้บริโภคเป็นอาหารหลักแล้วยังใช้ทำเป็นของหวานได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ขนมไทย เช่น ลอดช่อง ขนมตาล ขนมกล้วย ฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอด ขนมหม้อแกง ปลากริมไข่เต่า ทำเป็นแป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว ฯลฯ