สรุปเนื้อเรื่อง+รีวิว Crime Scene: The Times Square Killer (2021 netflix) ฆาตกรไทม์สแควร์


สรุปเนื้อเรื่อง+รีวิว Crime Scene: The Times Square Killer (2021 netflix) ฆาตกรไทม์สแควร์

#เกริ่นนำ
ในปี 1980 บริษัท Touch Stone Pictures ภายใต้ Disney ได้ผลิตภาพยนตร์ที่โด่งดังที่สุดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ คือ Pretty Woman หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ "ผู้หญิงบานฉ่ำ"

ดูคลิปเต็มได้ที่นี่

หนังที่เล่าเรื่องราวของ วิเวียน วาร์ด โสเภณีขายบริการในย่านเบเวอร์ลีฮิลส์​ ลอสแอนเจลิส​  เธอได้พบกับ เอ็ดเวิร์ด ลูอิส มหาเศรษฐีหนุ่มคนหนึ่งขับรถเข้ามาในย่านนี้อย่างไม่ตั้งใจ แม้ความสัมพันธ์ในช่วงแรกเริ่มจะเป็นเพียงการซื้อบริการทางกาย แต่ท้ายที่สุดเอ็ดเวิร์ดก็ได้มอบความรักด้วยใจให้กับวิเวียน และเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล

Pretty Woman ได้นำเสนอให้ผู้คนในสังคมเห็นว่าโสเภณีทุกคนไม่ใช่ผู้หญิงต้อยต่ำหรือเลวร้ายอย่างที่ทุกคนคิดเสมอไป ทำให้เห็นว่าทุกคนสามารถยกระดับความเป็นอยู่และวิถีชีวิตของตนเองได้โดยไม่จำเป็นจะต้องเลือกทางที่เลวร้ายที่สุดเสมอไป

แม้ว่าพล๊อตเรื่องเปรียบเสมือนกับเรื่องราวของเทพนิยาย ผู้หญิงที่ไม่มีค่าในสังคม กลายมาเป็นผู้หญิงโสเภณีที่โชคดีที่สุดในโลก แต่อย่างน้อยหนังก็ยังยกระดับของคนกลุ่มหนึ่งที่ใครหลายคนให้ค่าเป็นเพียงผู้ให้บริการทางเพศตอบสนองทางอารมณ์ ให้มีความเป็นคนไม่แพ้อาชีพอื่น ๆ

แต่อย่างไรก็ตาม ในชีวิตจริง ในสังคมที่แท้จริง โดยเฉพาะสังคมของโสเภณีที่อยู่บนถนน 42 ย่านไทม์สแควร์ ไม่ได้สวยงามเหมือนดั่งใน Pretty Woman ทุกรายเสมอไป โสเภณีหลายคนถูกกระทำความรุนแรง ถูกล่วงละเมิดทางเพศ และถูกฆาตกรรมอย่างโหดร้าย โดยที่แทบไม่มีใครสนใจเลยด้วยซ้ำ

ขอเชิญพบกับสารคดีชุด Crime Scene: The Times Square Killer ฆาตกรไทม์แสควร์ ที่เจาะลึกทุกแง่มุมของอาชญากรสุดโหด ที่ก่อคดีฆาตกรรมหญิงสาวโสเภณีแล้วหั่นศพหลายราย ในย่านไทม์แสควร์ นิวยอร์ค ยุค 70's เมืองแห่งแสงสีเสียงและความโสมมที่สุดแห่งหนึ่งของโลกดึงดูดผู้คนมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ฆาตกรที่เติมเต็มความกระหายสุดวิตถารของตัวเองอย่างไม่มีขีดจำกัด เรื่องราวจะเป็นอย่างไร เชิญติดตามรับชมจากรีวิวนี้ได้เลยครับ

#สรุปเนื้อเรื่อง #เปิดเผยเนื้อหาทั้งหมดของสารคดี
Crime Scene ฆาตกรไทม์แสควร์ เปิดเรื่องขึ้นในย่าน ไทม์แสควร์ ในช่วงเช้าของวันที่ 2 ธันวาคม 1979 เจ้าหน้าที่ตำรวจและดับเพลิงได้รับการแจ้งเหตุไฟไหม้ที่โรงแรมทราเวลล์ อินน์ บนถนนสาย 42 โดยมีต้นเพลิงไหม้มาจากห้อง 417 ของโรงแรม

เจ้าหน้าที่กู้ภัยและดับเพลิงได้เข้าไปในห้อง พบว่ามีร่างของหญิงสาวสองคนอยู่ในกองเพลิง เจ้าหน้าที่คนหนึ่งรีบเข้าไปทำ CPR แต่เขาก็ต้องหลายหลังทันทีเพราะร่างของหญิงสาวทั้งสองที่เขากำลังช่วยอยู่นั้นไม่มีศีรษะและมือทั้งสองข้าง

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสันนิษฐานเบื้องต้นว่า นี่คือการวางเพลิงเพื่อปิดงำอำพรางวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ และฆาตกรตัดศีรษะและมือทั้งสองข้างของเหยื่อ เพื่อไม่ให้สามารถระบุตัวตนได้

เจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมสายสืบมืดแปดด้าน เพราะในย่าน ไทม์แสควร์ เป็นแหล่งรวมของผู้คนมากมาย หลายเชื้อชาติ หลายอาชีพ

จากนั้นในทีมสอบสวนก็เริ่มเกิดไอเดียว่า ให้นำชุดของผู้เสียชีวิตทั้งสองคน ไปสวมใส่หุ่นโชว์ แล้วทำการเผยแพร่ออกสื่อโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ เผื่อว่าจะมีคนรู้จักเจ้าของที่สวมชุดนี้

จากนั้นไม่นานหญิงสาวคนหนึ่งก็โทรมาที่สถานีตำรวจแล้วระบุว่า เขาจำชุดหนึ่งในสองนั้นได้ ว่าเป็นชุดเพื่อนของเธอ ทีมตำรวจจึงสามารถระบุตัวเหยื่อ 1 ใน 2 คน ได้คือ ดีเดห์ กูดาซี หญิงสาวที่มีลูกอ่อน ทำอาชีพขายบริการในย่านไทม์สแควร์แห่งนี้

จากนั้นทีมชันสูตรศพก็ ทำการชันสูตรศพของเหยื่อทั้งสองคน แล้วพบว่า ฆาตกรตัดศีรษะและมือของเหยื่อโดยที่ไม่มีการลังเลอะไรเลย  

ตำรวจจึงรู้ว่าได้พบกับฆาตกรเลือดเย็นเข้าแล้ว อีกทั้งร่างกายของเหยื่อทั้งสองคนถูกทำร้าย มีแผลขีดข่วนไปทั่วร่างกาย อย่างไรก็ตามตำรวจก็ยังไม่สามารถระบุตัวเหยื่ออีก 1 คนได้

ตำรวจได้เบาะแสจากหญิงสาวคนหนึ่ง เธอได้ บอกรูปพรรณสันฐานให้กับทีมตำรวจ นำไปใช้เป็นภาพสเก็ตของคนร้าย แล้วนำไปติดประกาศทั่วเมือง เผยแพร่ให้กับทุกสื่อ แต่นั่นมันก็ไม่ได้ช่วยให้จับคนร้ายได้เลย

เวลาล่วงเลยผ่านไปถึง 5 เดือน คดีความก็ไม่ได้คืบหน้าไปไหน คนร้ายก็ยังตามจับตัวไม่ได้ ภาพสเก็ตที่ได้มาก็เหมือนไม่มีความหมาย

แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น วันที่ 15 พฤษภาคม 1980 เจ้าหน้าที่และตำรวจดับเพลิงถูกเรียกไปที่โรงแรมเซวิลล์ บริเวณถนนเมดิสัน ตัดถนนสาย 29 ทางตะวันออกของไทม์สแควร์

เมื่อตำรวจไปถึงก็พบว่าในห้องแห่งหนึ่งของโรงแรมถูกวางเพลิง แล้วก็พบร่างกายของหญิงสาว นอนอยู่ข้างเตียง ร่างของเธอถูกทำร้าย ถูกทรมาน ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ร่างกายเปลือยเปล่า และถูกรัดคอจนเสียชีวิต ครั้งนี้เหยื่อไม่ถูกตัดศีรษะหรือไม่ถูกตัดมือ แต่ถูกตัดเต้านมทั้งสองข้าง วางเอาไว้ที่หัวเตียง และแน่นอนว่าครั้งนี้คนร้ายก็ไม่เหลือหลักฐานหรือร่องรอยเอาไว้เลย

เนื่องจากไม่ได้ถูกตัดมือตำรวจจึงสามารถระบุตัวของผู้เสียชีวิตได้ ผู้ตายชื่อจีน แอน เรย์เนอร์ ประกอบอาชีพค้าประเวณี เป็นแม่ที่มุลูกยังเล็ก ทำงานหาเงินมาใช้ในการต่อสู้คดีเพื่อให้ได้สิทธิ์ในการเลี้ยงบุตร

ตำรวจนำเหตุการณ์ พยานหลักฐานที่เกิดขึ้นในทราเวลล์ อินน์ และบาดแผลตามร่างกายของเหยื่อยมาเปรียบเทียบกับคดีนี้  ตำรวจจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า พวกเขาได้พบเจอฆาตกรต่อเนื่องเข้าแล้ว....

ตำรวจและสื่อมวลชนเรียกฆาตกรในคดีนี้ว่าเป็น "ฆาตกรฆ่าหั่นศพ"

เนื่องจากไทม์แสควร์เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยสถานเริงรมย์ โรงภาพยนตร์ โรงละคร เป็นที่ใฝ่ฝันของหญิงสาวทั่วอเมริกาที่ต้องการเข้ามาเป็นนักแสดงและนักเต้น หญิงสาวหลายคนที่ได้สมหวังก็ดีไป แต่ใครที่ไม่สมหวังก็ผันตัวมาเป็นโสเภณีในย่านไทม์แสควร์ ทำให้ไทม์สแควร์ได้รับฉายาว่าเป็น "แคทวอล์คของโสเภณี"

และสิ่งที่ตามมาก็คือธุรกิจครับประเวณี หญิงสาวทุกคนที่ประกอบอาชีพนี้ก็จะมีกลุ่มคนคอยดูแล จะทำตัวเป็นแก๊งมาเฟียเจ้าพ่อ แล้วแผ่อิทธิพลไปทั่ว หญิงโสเภณีหลายคนถูกทำร้ายร่างกาย เนื่องจากไม่ทำตามกติกาของผู้ดูแล และนี่ก็คือสิ่งที่อยู่ควบคู่กับไทม์สแควร์มานับศตวรรษ

ตำรวจได้ทำการรื้อคดีย้อนกลับไป แล้วพบว่า ในปี 1973 และ 1974 มีการก่อคดีเกี่ยวกับหญิงสาวโสเภณี 2 ครั้ง ทั้ง 2 ครั้ง มีเหตุการณ์ที่คล้ายกันก็คือ หญิงสาวจะถูกนำตัวขึ้นรถ ถูกข่มขืน ถูกชิงทรัพย์ ถูกทำร้ายและถูกปล่อยตัว ตำรวจตามสืบจนรู้ว่า ผู้ที่ก่อคดีก็คือริชาร์ด คอตติงแฮม ชายผู้ที่มีครอบครัว ผู้ที่ดูภายนอกเหมือนกับคนธรรมดาทั่วไป เขาถูกตั้งข้อหาทำร้ายร่างกาย กรรโชกทรัพย์ แล้วข่มขืน แต่ในการขึ้นศาลดำเนินคดี หญิงสาวผู้เป็นฝ่ายโจทก์ไม่ได้มาขึ้นว่าความ ทำให้คดีต้องถูกยกฟ้อง

มาถึงปี 1980 ตำรวจก็ได้จับตาดูริชาร์ด คอตติงแฮม และ ตั้งข้อสันนิษฐานว่าเขาน่าจะเป็นฆาตกรฆ่าหั่นศพ แต่จากการวิเคราะห์ถึงพฤติกรรม หน้าที่การงาน และหลักฐานแวดล้อมทั่วไป ตำรวจจึงจำเป็นต้องตัดเขาออกจากผู้ต้องสงสัย

เนื่องจากในยุค 1970 ถึง 1980 เป็นยุคที่ยังไม่มีการเชื่อมโยงกันของหน่วยงานราชการ แม้แต่ระบบแฟ้มคดีของตำรวจ หากเป็นต่างเมืองต่างรัฐ ก็ยิ่งไม่มีการเชื่อมโยงกัน

ดังนั้นก่อนเกิดเหตุการณ์ฆาตกรรมครั้งที่ 2 ก่อนหน้านี้ 2 สัปดาห์ คือวันที่ 5 พฤษภาคม 1980 ได้เกิดเหตุการณ์ ฆาตกรรมขึ้นในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ที่ห่างจากนิวยอร์กเพียงแค่ 32 นาที เหตุการณ์เกิดขึ้นในโรงแรมคอลิตี้ อินน์ เช้าวันหนึ่งแม่บ้านของโรงแรมได้เข้าไปทำความสะอาดในห้องที่ 132 ในขณะที่แม่บ้านกำลังดูดฝุ่นเครื่องดูดฝุ่นก็ไปกระทบกับบางสิ่ง

แม่บ้านเปิดใต้เตียงก็พบกับร่างกายหญิงสาวคนหนึ่งในสภาพเปลือยเปล่า มือทั้งสองถูกล็อคด้วยกุญแจมือในลักษณะไขว้หลัง ร่างกายเป็นแผลทั่วร่างกาย มีรูอยู่บริเวณหน้าอก 2 รู แต่แพทย์ชันสูตรพบว่าเธอเสียชีวิตด้วยการบีบคอจนขาดอากาศ และจากการตรวจลายนิ้วมือก็พบว่า เธอชื่อ วาเลอรี่ สตรีท อายุ 19 ปี เคยถูกจับ ในไมอามี่ข้อหาค้าประเวณี

ตำรวจที่นิวเจอร์ซีย์แจ้งว่าวาเลอรี่ สตรีท เดินทางมาจากนิวยอร์ค โดยขึ้นรถของชายคนหนึ่งมาที่นิวเจอร์ซีย์ ก่อนจะมาพบจุดจบในโรงแรมคอลิตี้ อินน์

ตำรวจตรวจหลักฐานโดยเฉพาะกุญแจมือพบว่า ที่กุญแจมือนั้นคนร้ายได้ทิ้งรอยนิ้วมือจาง ๆ เอาไว้บนกุญแจ แต่เนื่องจากในยุคทศวรรษที่ 80 ยังไม่มีระบบการตรวจลายนิ้วมือหรือการเก็บฐานข้อมูลลายนิ้วมือบุคคลไว้ที่คอมพิวเตอร์ ตำรวจตำรวจจึงทำได้เพียงแค่ใช้แว่นขยายส่องดูลายนิ้วมือแล้วก็เทียบกับลายนิ้วมือที่อยู่ในฐานข้อมูล และก็แน่นอนว่าไม่สามารถเทียบรายนิ้วมือบนกุญแจกับใครได้

ตำรวจสายสืบในท้องที่คนหนึ่งเกิดจำได้ว่า เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ในปี 1977 มีคดีหนึ่งที่ยังปิดไม่ได้ หญิงสาวที่เป็นพยาบาล ถูกฆาตกรรมในโรงแรมเดียวกัน เธอชื่อว่าแมรี่ แอนน์ คาร์  ในคืนวันก่อนเกิดเหตุเธอมีนัดกับแม่สามีไปกินอาหารเย็นด้วยกัน แต่เธอก็ไม่ได้ไปตามนัด มีพยาน ที่พบเห็นเหตุการณ์เล่าว่า เธอมีปากเสียงกับชายคนหนึ่งในคืนวันนั้น เช้าวันต่อมามีคนพบเห็นเธอกลายเป็นศพ อยู่บนลานจอดรถของโรงแรม ปากมีคราบเทปกาว มือและเท้าถูกล็อคด้วยกุญแจ เสียชีวิตจากการถูกบีบคอ

จากทั้ง 2 คดี ทำให้นิวเจอร์ซีย์มีฆาตกรต่อเนื่องเกิดขึ้นเหมือนกับที่นิวยอร์ค ไทม์สแควร์

จากนั้นต่อมา เจ้าหน้าที่ของเมือง New York รวมถึงนักการเมือง ก็เริ่มเล็งเห็นว่า ย่านไทม์สแควร์ คือแหล่งโสมมที่เต็มไปด้วยความบันเทิงเริงรมย์ทางด้านเซ็กซ์ แล้วก็เป็นธุรกิจเซ็กซ์ที่ความวิปริตวิตถารอย่างไม่มีขีดจำกัด มีทั้งความรุนแรง แหล่งอาชญากรรม จนกลายเป็นที่ลงมือของฆาตกรโรคจิตต่อเนื่อง

พวกเขาจึงมีนโยบายปิดสถานบันเทิงเริงรมย์เหล่านั้น จับกุมผู้ขายบริการทางเพศ จับกุมคนที่แสดงโชว์เซ็กส์ เพราะพวกเขาคิดว่าสิ่งนี้มันง่ายมากกว่าการจับฆาตกรโรคจิต และคิดว่าหากสิ่งนี้หมดไปแล้วจะทำให้ปัญหาอาชญากรรมลดน้อยลง และนี่คือการกวาดล้างครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในย่านไทม์สแควร์

แต่ถึงกระนั้น คดีการสืบหาฆาตกรโรคจิตฆ่าหั่นศพ ไม่ว่าทั้งจากในนิวเจอร์ซีย์หรือในนิวยอร์ก ก็ไม่คืบหน้า

ในวันที่ 22 พฤษภาคม 1980 ก็จะเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญกับหญิงสาวคนหนึ่ง

เลสลี่ โอเดล เด็กสาวอายุ 19 ปี เดินทางจากนิวเจอร์ซีย์มาถึงนิวยอร์กด้วยรถประจำทาง เมื่อมาถึงสถานีรถ ก็ถูกแมงดาเข้ามาทาบทาม ให้ไปทำงานเป็นหญิงสาวขายบริการ วันหนึ่งเธอได้พบกับผู้ชายคนหนึ่งที่แมนฮัตตัน ชายที่ดูท่าทางมีเงินมากมาย แล้วยื่นข้อเสนอให้เธอไปกับเขา เขาอ้างว่าชื่อทอมมี่ เลสลี่ โอเดล ก็ตกลงไปกับเขา เธอบอกกับเขาว่าต้องการออกจากนรก และหลบหนีจากแมงดาคนนะ ทอมมี่ยื่นข้อเสนอช่วยเหลือเธอจะให้เงินเธอกลับบ้าน

ทอมมี่ ขับรถพา เลสลี่ โอเดลไปโรงแรมคอลิตี้ อินน์ ทอมมี่ขอมีเพศสัมพันธ์กับเธอ เขาใช้ความรุนแรง ใส่กุญแจมือทำร้ายเธอ ถูกตบตี ทรมาน ทารุณกรรมทางเพศนานนับชั่วโมง เสียงกรีดร้องจนพนักงานโรงแรมมาเคาะประตู คนร้ายบังคับให้เธอเปิดประตู แล้วบอกกับพนักงานว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เธอก็ฉลาดพอที่จะส่งสัญญาณว่าเธอตกอยู่ในอันตราย

พนักงานของโรงแรมเข้าใจสัญลักษณ์ขอความช่วยเหลือ จึงรีบโทรหาเจ้าหน้าที่

ทอมมี่หรือคนร้ายตกใจมาก จึงรีบ วิ่งหนีออกจากห้องและโรงแรมแห่งนี้ แต่ก็ไม่ทัน เจ้าที่ตำรวจเดินทางมาเร็วมาก และสามารถล็อกตัวเอาไว้ได้ขณะกำลังหลบหนี ตำรวจพบหลักฐานในตัวมากมายเช่น เทปกาว ยากล่อมประสาท เครื่องพันธนาการ และอุปกรณ์วิตถาร

ตำรวจนำตัวไปสอบสวน ทำประวัติอาชญากร จึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเขาชื่อว่าริชาร์ด คอตติ้งแฮม

เมื่อมาถึงตรงนี้ทุกคนคงจะจำได้ว่าริชาร์ด คอตติ้งแฮม คือชายที่เคยต้องคดี กรรโชกทรัพย์ ข่มขืน แล้วทำร้ายหญิงสาวโสเภณี ที่ก่อคดีขึ้นในช่วงปี 1973 ถึง 1974 แต่ศาลก็ตัดสินยกฟ้อง เนื่องจากโสเภณีที่เคยถูกกระทำไม่ยอมมาขึ้นศาล และจากการที่ทีมตำรวจวิเคราะห์ว่าเขาเป็นบุคคลธรรมดา ไม่มีอะไรที่บ่งบอกถึงความรุนแรงจึงปล่อยตัวเข้าไป และเมื่อมาถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าทีมตำรวจผิด

แต่ถึงกระนั้นทีมตำรวจนิวยอร์คก็ยังไม่รูเรื่องราวคดีนี้ในนิวเจอร์ซีย์ เพราะยุคนั้นยังไม่มีระะบบอะไรที่เชื่อมโยงได้อย่างเช่นในปัจจุบัน

ทีมตำรวจนิวเจอร์ซีย์เชื่อว่าริชาร์ด คอตติ้งแฮม น่าจะเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในโรงแรมคอลิตี้ อินน์ทั้งสองครั้งก่อนหน้านี้ เนื่องจากมีรูปแบบที่เหมือนกันเช่น ใช้เทปกาวปิดปาก ใช้กุญแจมือและปีบคอเหยื่อย

ตำรวจควบคุมตัวริชาร์ด คอตติ้งแฮม แต่ก็ยังไม่สามารถส่งขึ้นศาลเพื่อดำเนินคดีได้ เนื่องจากหลักฐานยังอ่อนเกินไป และปัญหาทางด้านกฎหมายก็คือ ไม่มีพยานรู้เห็นเหตุการณ์ ตำรวจจึงนำหญิงสาวสามคนที่เคยถูกทารุณกรรมทางเพศ มาให้ปากคำอีกครั้ง และให้ทั้งสามคนชี้ตัว ว่า คนที่กระทำต่อพวกเธอคือริชาร์ด คอตติ้งแฮมหรื่อไม่

ในวันชี้ตัวริชาร์ด คอตติ้งแฮม โกนหนวดโกนเคราจนเกลี้ยง อำพรางตัวเพื่อไม่ให้เหยื่อชี้ตัวถูก แต่ หญิงสาวทั้งสามคนก็สามารถชี้ตัวเขาทั้งสามคน

มาถึงจุดนี้หนังสือพิมพ์ก็เริ่มประโคมข่าวของริชาร์ด คอตติ้งแฮมจนโด่งดัง ทำให้ตำรวจจากฝั่งนิวยอร์ครู้เรื่องคดีนี้ และทุกอย่างมีมีความเชื่อมโยงกัน

ตำรวจนิวยอร์คร่วมมือกับตำรวจของนิวเจอร์ซีย์ ทำคดีร่วมกัน เชื่อว่าชาร์ด คอตติ้งแฮมคือฆาตรกรฆ่าหั่นศพหญิงสาวโสเภณีที่ก่อคดีในไทม์สแควร์

ทีมตำรวจทั้งสองรัฐเข้าไปค้นบ้านของริชาร์ด คอตติ้งแฮม ภายในห้องใต้ดินพบว่ามีสิ่งของที่เป็นเครื่องประดับ เสื้อผ้า กระเป๋า ของใช้ของเหยื่อทั้งจาก New Jersey และ Time Square อีกทั้งยังมีหนังสือลามกอนาจาร เทปกาว กุญแจมืออยู่ด้วย นี่คือ "ห้องเก็บของที่ระลึก" หลักฐานเหล่านี้ทำให้ตำรวจสามารถเชื่อมโยงคดีฆาตกรรมต่อเนื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ว่าเป็นฝีมือของริชาร์ด คอตติ้งแฮม

ริชาร์ด คอตติ้งแฮม นักเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์อายุ 34 ปี จากเมืองโลได รัฐนิวเจอร์ซีย์ ถูกตั้งข้อหาทั้งหมด 39 กระทง ข้อหาหลักคือฆาตกรรมหญิงสาวโสเภณี ลักพาตัว  ล่วงละเมิดทางเพศ ทำร้ายร่างกาย ฯลฯ

เมื่อขึ้นศาล อัยการได้นำหลักฐานสำคัญมาใช้ ในการดำเนินคดี โดยเฉพาะพฤติกรรมในการจัดการกับเหยื่อ ซึ่งเป็นหลักฐานที่นำมาใช้ในศาลเป็นครั้งแรก ๆ หญิงสาวที่เป็นเหยื่อผู้รอดชีวิตทั้ง 3 คนก็ขึ้นให้การว่าเธอถูกกระทำอย่างไร โดยที่ไม่ได้อาบอายผู้คนเหมือนแต่ก่อนแล้ว

แต่กระนั้นริชาร์ด คอตติ้งแฮม ก็ยังกล่าวต่อศาลและคณะลูกขุนในการปกป้องตัวเองว่า หญิงสาวทั้งสามคน ยินยอมให้เขากระทำความรุนแรงโดยแลกกับเงิน หลักฐานต่าง ๆ ที่ตำรวจพบภายในบ้านของเขานั้น เป็นหลักฐานที่ตำรวจสร้างขึ้น แม้แต่ลายนิ้วมือบนกุญแจมือ ที่เขาเผลอทิ้งมันไว้กับแมรี่ แอนน์ คาร์ เขาก็อ้างว่าตำรวจประทับลายนิ้วมือบนกุญแจในขณะตอนจับกุม

อีกทั้งยังอ้างหลักฐานว่า ในช่วงเกิดเหตุนั้นเขามีหลักฐานที่อยู่ว่ากำลังทำงาน แต่โชคดีว่าหลักฐานเรื่องการลงเวลาทำงานหรือที่อยู่ในการทำงาน เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งของเขาออกมาให้การว่าริชาร์ด คอตติ้งแฮม ผู้มีความสามารถในด้านการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ปรับเปลี่ยนเวลาในการเข้างาน โดยเข้าไปแก้ตัวเลขในระบบ คณะลูกขุนตัดสินว่าเขามีความผิดจริง

ต่อมาวันที่ 31 พฤษภาคม 1984 ริชาร์ด คอตติ้งแฮม ถูกนำตัวมาดำเนินคดีในนิวยอร์ค ข้อหาฆาตกรรมหญิงสาวโสเภณี 3 ราย เขาถูกตัดสินจำคุก 200 ปี โดยที่เขาไม่เคยสารภาพคดีใด ๆ เลย เขาถูกสั่งให้ระบุตัวหญิงนิรนามเหยื่อของเขาที่ก่อคดีในวันที่ 2 ธันวาคม 1979 ที่โรงแรมทราเวลล์ อินน์ ด้วยการฆ่าหั่นศพตัดศีรษะและมือทั้งสองข้างพร้อมกับดีเดห์ กูดาซี แต่เขาก็เก็บเงียบ

ริชาร์ด คอตติ้งแฮมถูกจองจำในเรือนจำจนถึง 30 ปี จนเมื่อปี 2009 มีนักข่าวสาวเข้าไปสัมภาษณ์ในเรือนจำ เขากลับบอกเล่าทุกอย่างให้กับนักข่าว เล่าว่าทำไมถึงฆ่า โดยเฉพาะที่เหยื่อขู่จะไปแจ้งตำรวจ เขาจึงตัดสินใจฆ่าเธอเหล่านั้น จากนั้นก็เล่าคดีที่ทำในโรงแรมทราเวลล์ อินน์ โดยเฉพาะการเดินถือถุงใส่ศรีษะของเหยือทั้งสองคนเดินไปทั่วไทม์แสควร์ไปใส่ไว้ในรถ แล้วค่อยกลับมาเผ่าห้องอำพรางคดี

ที่น่าตกใจยิ่งกว่าริชาร์ด คอตติ้งแฮมได้บอกกับนักข่าวสาวว่า คดีฆาตกรรมที่เขาก่อขึ้นและ ถูกตัดสินนั้นเป็นแค่ส่วนหนึ่งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เขาทำการฆาตกรรมแบบสมบูรณ์ที่ ไม่มีใครรับรู้ ตำรวจไม่สามารถสืบหาหลักฐานและจับอะไรได้เลยมากกว่า 80 ครั้ง เขาอ้างว่าฆ่าผู้หญิงอาทิตย์เว้นอาทิตย์ มาเป็นเวลาตลอด 13 ปี จำนวนเหยื่อคร่าว ๆ ที่เขาสังหารไปก็ประมาณ 85 ถึง 100 ราย

ธุรกิจค้าเซ็กซ์ และหญิงสาวขายบริการที่มีอยู่ทั่วไทม์สแควร์ คือสิ่งเย้ายวนทำให้ริชาร์ด คอตติ้งแฮม ซึ่งเป็นคนที่ชอบความรุนแรงทางเพศไม่สามารถอดใจกับสิ่งเร้านี้ได้ และไม่สามารถอดใจไม่ให้ก่อคดีฆาตกรรม กับหญิงสาวโสเภณีเหล่านั้นได้เลย เขาคิดเสมอว่า นี่คือการลงโทษหญิงสาวที่ตัดสินใจมาทำอาชีพโสเภณีและค้าบริการ ทางเพศอย่างสาสม เกือบทุกคนสมควรแล้วที่จะรับการลงโทษ

หลังจาก ปี 2010 เป็นต้นมา ริชาร์ด คอตติ้งแฮมค่อย ๆ เปิดเผยชื่อเหยื่อ สารภาพคดีฆาตรกรรมที่เขาก่อขึ้นตั้งแต่ ปี 1960 เป็นต้นมาทีละคดี ทีละคดี ให้กับนักข่าวสาว และนักข่าวสาว ก็พยายามที่จะรักษาความสัมพันธ์ของเธอกับริชาร์ด คอตติ้งแฮมเอาไว้ ก็เพื่อให้เขาเปิดเผยรายชื่อของเหยื่อ สิ่งสำคัญที่นักข่าวสาวสรุปได้ก็คือริชาร์ด คอตติ้งมักจะเลือกเหยื่อที่สังคมไม่ให้คุณค่า เหยื่อที่ตำรวจจะไม่เสียเวลาทำคดี ก็คือโสเภณีนั่นเอง

#บทวิเคราะห์และความรู้สึกหลังชม

#ไทม์สแควร์ตัวละครสำคัญของเรื่อง
Crime Scene: The Times Square Killer ฆาตกรไทม์แสควร์ แม้ว่าจะเล่าเรื่องราวของ  ริชาร์ด คอตติ้งแฮม ฆาตกร โสเภณีอันโด่งดังที่เกิดขึ้นในช่วงปีทศวรรษที่ 60 ถึง 80 ที้เชื่อว่าน่าจะก่อคดีฆาตกรรมเหยื่อมาแล้วกว่า 100 ราย  แต่หากมองให้ลึกลงไปเราจะเห็นว่าทีมทำสารคดีนั้น เขาได้มองในหลายปัจจัย และทุกสิ่งที่แวดล้อม ยกให้เป็นหนึ่งในตัวละครที่สำคัญไม่แพ้กับริชาร์ด คอตติ้งแฮมด้วย โดยเฉพาะถนน 42 ย่าน ไทม์สแควร์

ในระหว่างการชมสารคดี เราจะได้รับรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของไทม์สแควร์ ตั้งแต่แรกเริ่มสร้างจนกลายมาเป็นเมืองที่เป็นสัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรืองของอเมริกา แต่ความเจริญของเมืองนั้นกลับเป็นว่าเปรียบเสมือนกับเมืองหลวงของความโสมม เต็มไปด้วยธุรกิจค้าเซ็กซ์ อิทธิพลมืด และเหมาะกับการก่อเหตุฆาตกรรม

เราจะได้รับรู้เรื่องราวของประวัติศาสตร์การค้าเซ็กซ์ เริ่มตั้งแต่ธุรกิจการถ้ำมอง ธุรกิจห้องมองโชว์เซ็กซ์ ธุรกิจหนังสือโป๊ ธุรกิจวีดีโอโป๊ สถานบันเทิงเริงรมย์  และเรื่องราวของหญิงสาวหลายคนที่ผกผันชีวิตมาประกอบอาชีพโสเภณีในย่านไทม์สแควร์

หนังสารคดีได้อธิบายถึงการเริ่มต้น จุดที่รุ่งเรืองที่สุดของธุรกิจมืด จุดที่ผู้คนเริ่มให้ความสำคัญว่าไทม์สแควร์นั้นโสมมเกินไป นักการเมืองและตำรวจใช้การจัดการธุรกิจเซ็กซ์ของไทม์แสควร์เป็นคะแนนนิยม ไล่ไปจนถึงที่ผู้คนออกมารวมตัวกันประท้วงให้ยกเลิกธุรกิจ จนมาถึงที่ Disney เข้ามาเทคโอเวอร์จนไทม์สแควร์กลายเป็นยอดแห่งความบันเทิงในปัจจุบัน  

และยังทำให้เห็นอีกว่าธุรกิจการค้าเซ็กส์ที่ไทม์สแควร์หมดไปนั้น มีปัจจัยสำคัญมาจากการระบาดของเชื้อ HIV ที่ฆ่าชีวิตผู้คน อย่างมากมาย มันรุนแรงกระทั่ง ที่โสเภณี ผู้ให้บริการทางเพศ ยังขยาดจนเลิกอาชีพไปเอง นับว่าเป็นการเล่าเรื่องราวแง่มุมของธุรกิจการค้าเซ็กซ์จากย่านไทม์สแควร์ที่ครบถ้วนกระบวนความ ทั้งยังทำให้เห็นว่าเพราะเหตุใดไทม์สแควร์จึงเป็นแหล่งที่ทำให้เกิดการฆาตกรรมและเอื้อต่อคดีที่ริชาร์ด คอตติ้งแฮมก่อขึ้นจนกลายเป็นต้นเรื่องสำคัญของสารคดีนี้

ดังนั้นโดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่า Time Square จึงเป็นตัวละครที่สำคัญที่สุดของสารคดีไม่แพ้กับ ริชาร์ด คอตติ้งแฮม

#วิธีการเล่าเรื่อง
โดยส่วนใหญ่แล้วสารคดีใช้วิธีการเล่าเรื่องหรือลำดับเรื่องโดยการให้บุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีการเกิดเหตุฆาตกรรม ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงานของฆาตกร ตำรวจผู้ทำคดี นักข่าวในช่วงเวลานั้น หรือแม้แต่ญาติของเหยื่อ มาสลับกันเล่าความรู้สึกและเรื่องราวและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผ่านหน้ากล้องโดยสลับกับทีมบรรยายสารคดีที่เชื่อมโยงเรื่องราวเอาไว้ให้เป็นเนื้อเดียวกัน

ลำดับเวลาการเกิดเรื่องนั้นก็เล่าในแบบมีชั้นเชิง ไม่ได้เรียงลำดับแบบเรียบง่าย รู้ว่าควรจะเปิดเรื่องไหนที่มาก่อน แล้วเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมก็เฉลยเรื่องราวไปทีละจุด แล้วเป็นการเล่าเรื่องราวสลับกันระหว่างเหตุการณ์ แต่ละคดี แต่ละสถานที่ ตัดสลับกับการเล่าเรื่องราวของ ไทม์สแควร์

ด้วยการเล่าเรื่องอย่างมีชั้นเชิงและมีศิลปะนี้เอง ส่วนตัวแล้วทำให้ดูแล้วรู้สึกว่าตื่นเต้น น่าค้นหา อยากดูต่อไปเรื่อยๆ อยากรู้ว่าเรื่องราวจะดำเนินต่อไปยังไง ฆาตกรคือใคร และถึงแม้ว่าจะรู้ว่าฆาตกรคือใครแล้วก็ยังอยากรู้อีกว่า เขามีวิธีการจัดการกับเหยื่ออย่างไร ไปจนถึงการตัดสินคดีความ และเหตุการณ์หลังจากการตัดสินคดีความด้วย โดยส่วนตัวแล้วถือว่าเป็นสารคดีฆาตกรรม ที่มีความสนุกน่าติดตามไม่แพ้กับภาพยนตร์เลยด้วยซ้ำ

ภาพยนตร์สารคดี มีลักษณะเป็น Mini Series มีเพียง 3 ตอน ตอนละประมาณ 50 นาทีเท่านั้น โดยแบ่งเนื้อหาดังนี้

ตอนที่ 1 ฆาตกรรมบนถนนสาย 42 เล่าเรื่องราวในปี 1979 ภายใต้แสงสีของย่านไทม์สแควร์ อันเป็นยุคสมัยแห่งความหวาดกลัว ได้พบกับห้องพักจากนรก ที่มีศพของหญิงสาว 2 รายอยู่ภายในห้อง

ตอนที่ 2 สถานที่สมบูรณ์แบบในการหาเหยื่อ เล่าเรื่องราวหลังจากที่เกิดเหตุฆาตกรรมสะเทือนขวัญอีกคดี ตำรวจก็ต้องไปคุยกับโสเภณี พร้อมกับสืบประวัติของผู้ใช้บริการ ขณะเดียวกันก็เกิดเหตุฆาตกรรมในนิวเจอร์ซีย์ ที่คล้ายคลึงกันอย่างน่าขนลุก

ตอนที่ 3 หลังจากเหยื่อรายหนึ่งรอดมาได้อย่างบอบช้ำ ตำรวจนิวเจอร์ซีย์ก็รวบรวมพยานหลักฐาน ฝั่งนิวยอร์คก็ปะติดปะต่อเบาะแสจากของที่ระลึกที่ฆาตกรเก็บจากเหยื่อไว้จนสามารถนำไปสู่การจับกุมตัวฆาตรกรได้

เรื่องสนุก กลมกล่อม ชวนติดตาม สามารถดูได้อย่างรวดเดียวจบ

#ภาพและการนำเสนอด้านความรุนแรง
เนื่องจากเป็นสารคดีที่พูดถึงเหตุการณ์ฆาตกรรมหญิงสาวโสเภณีหลายราย และพูดถึงไทม์สแควร์อันเป็นสถานที่แห่งธุรกิจการค้าเซ็กซ์ จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหลีกเลี่ยงไม่เห็นภาพความรุนแรงได้ ดังนั้นภาพแห่งความรุนแรงจึงมาเต็มตลอดทั้งเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นภาพโป๊เปลือย ภาพศพและเหยื่อของฆาตกรรม หรือแม้แต่ภาพของบรรยากาศสถานที่ บนถนน 42 ไทม์สแควร์ แต่เขาก็มีความฉลาดเพียงพอที่จะเบลอภาพบางภาพ ใช้มุมกล้องในการหลบมุม ดังนั้นบรรยากาศของการนำเสนอภาพ ต่าง ๆ รวมถึงความรุนแรงต่าง ๆ นั้นจึงมีความเป็นศิลปะทางภาพยนตร์สูง ไม่ได้เลวร้ายเกินกว่าที่ห้ามเยาวชนดู โดยส่วนตัวแล้วผมรู้สึกว่าเด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี มาดูสารคดีเรื่องนี้แล้วควรจะดูกับผู้ปกครองหรือผู้ใหญ่ แล้วผู้ใหญ่ควรแนะนำตลอดทั้งเรื่อง

#บทสรุป
สารคดี Crime Scene: The Times Square Killer (2021 netflix) ฆาตกรไทม์แสควร์ โดยส่วนตัวแล้วผมถือว่าเป็นสารคดีชั้นยอดเยี่ยม ที่ให้เรื่องราวเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมหญิงสาวโสเภณีในย่านไทม์สแควร์ ในหลายแง่มุมมากกว่าที่จะมุ่งเจาะไปที่ตัวของฆาตกรเพียงอย่างเดียว

ดังนั้นจึงทำให้เราเข้าใจได้ว่าการเกิดเหตุการณ์ฆาตกรรมนั้น มันจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงของตัวฆาตกร ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสภาวะจิตใจ เพียงอย่างเดียว แต่มันขึ้นอยู่กับบริบทอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น จากถนน 42 ที่เต็มไปด้วยหญิงสาวโสเภณี ธุรกิจมืด สภาพเศรษฐกิจและสังคม หรือแม้กระทั่งการเลี้ยงดูของครอบครัว ทั้งหมดทั้งหมดเหล่านี้จึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดฆาตกรต่อเนื่องขึ้นมา หากเราหรือสังคมจะพิจารณาว่าใครเป็นคนผิดในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หรือจะเกิดขึ้นในอนาคต ก็คงไม่สามารถโทษตัวของฆาตกรคนเดียวได้ เราต้องพิจารณาหลายองค์ประกอบเป็นองค์รวม

ดูไปดูมาแล้ววิธีการเล่าเรื่องโดยการให้ความสำคัญของสถานที่ ไปพร้อมพร้อมกับตัวละครที่บุคคลนั้น บรรยากาศเหมือนกับสารคดีเรื่อง Crime Scene: The Vanishing at the Cecil Hotel ที่เล่าเรื่องราวการหายตัวไปอย่างปริศนาของหญิงสาวคนหนึ่งในโรงแรมซีซิล ที่ฉายทาง Netflix เหมือนกัน ซึ่งหากใครเป็นแฟนสารคดีชุด Crime Scence  และชื่นชอบวิธีการเล่าเรื่องของสารคดีเรื่องดังกล่าว เชื่อถอะว่า Crime Scene: The Times Square Killer จะไม่ทำให้ผู้ชมผิดหวังอย่างแน่นอน

เราปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้ยังมีหญิงสาวประกอบอาชีพขายบริการทางเพศกระจายอยู่ตามเมืองสำคัญอยู่ทั่วทุกมุมโลก และก็ไม่อาจรับรู้ได้ว่าวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเธอเหล่านั้นจะเป็นอย่างไร จะเป็นเจ้าหญิงเหมือนในโลกของนิยาย หรือจะโชคดีเหมือนกับวิเวียน วาร์ด ใน Pretty Woman หรือไม่ เราคงได้แต่หวังว่า จะไม่มีเหตุการณ์อันเลวร้ายเกิดขึ้นกับพวกเธอเหล่านั้นเหมือนที่เกิดขึ้นใน Crime Scene: The Times Square Killer อีกต่อไป

ดังนั้นสารคดี Crime Scene: The Times Square Killer จึงมีความดีงามในระดับยอดเยี่ยม และขอเต็มใจให้ทุกท่านรับชมเป็นอย่างยิ่ง

เนื่องจากเป็นภาพยนตร์สารคดี จึงขอสงวนสิทธิ์การให้คะแนน

@Vatin Santi Santi
#SuperReviewChannel
#CrimeSceneTheTimesSquareKiller 
#TheTimesSquareKiller 
#NetflixOriginal
#ฆาตกรไทม์แสควร์

คำสำคัญ (Tags): #Crime Scene The Times Square Killer
หมายเลขบันทึก: 699833เขียนเมื่อ 27 มีนาคม 2022 16:26 น. ()แก้ไขเมื่อ 27 มีนาคม 2022 16:26 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี