รีวิว เทอม​สอง​สยองขวัญ​ (2022)


รีวิว เทอม​สอง​สยองขวัญ​ (2022) "คนในอยากหลอก คนนอกอยากเล่า" หนังผีไทยสไตล์ "ผีสามบาท" ที่จะนำเรื่องเล่าผีในมหาวิทยาลัยอันโด่งดังมาตีความใหม่ และถ่ายทอดให้กับผู้ชมที่ชื่นชอบความสยองขวัญแบบไทย ๆ หากใครเป็นแฟนพันธุ์แท้หนังผีสหมงคลฟิล์ม หรือชื่นชอบ "มหา'ลัยสยองขวัญ" ก็ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

ดูคลิปรีวิวหนังเรื่องนี้ที่นี่

ชีวิตมหาวิทยาลัย เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่หลาย ๆ คนได้ใช้ และมีความทรงจำกับช่วงเวลานี้มากมาย แต่ละมหาวิทยาลัยก็จะมีความแตกต่างกันไปในหลาย ๆ อย่าง

แต่ก็จะมีบางสิ่งบางอย่างที่เป็นจุดร่วมที่มีความคล้ายคลึงกัน ที่ทุกมหาวิทยาลัยมีและมีเสน่ห์ก็คือ เรื่องเล่าเกี่ยวกับผีในมหาวิทยาลัย อย่าง คณะนั้นมีผีแบบนี้ คณะนี้มีผีแบบนั้น คณะนี้มีประวัติการตายของนักศึกษาแบบนี้ ฯลฯ

นับว่าเป็นเรื่องเล่าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในมหาวิทยาลัยที่ทุกมหาวิทยาลัยต้องมี และมีทุกมหาวิทยาลัยเลยก็ว่าได้ เรื่องไหนเล่าขาลโด่งดังก็ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์หลายต่อครั้ง หลายต่อหลายเรื่อง ซึ่งหลายคนคงต้องผ่านตาหรือเคยดูมาบ้าง และเรื่องราวของผีในมหาวิทยาลัยก็ถูกนำมาเล่าอีกครั้งในปี 2022 นี้กับ เทอม​สอง​สยองขวัญ​

เทอมสองสยองขวัญ เป็นหนังในสังกัดสหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล ต่อยอดมาจาก "มหา'ลัย สยองขวัญ" ฉายในปี 2552  ที่ประสบความสำเร็จกวาดรายได้เฉพาะกรุงเทพฯและปริมณฑลกว่า 30 ล้านบาท

เทอมสองสยองขวัญหนังมีผู้กำกับ 3 คน​ ภัทรภร วีระศักดิ์วงศ์ , จตุพงศ์ รุ่งเรืองเดชาภัทร์ , เอกภณ เศรษฐสุข​ มาเล่าเรื่องสยองขวัญ 3 ตอน โดยได้นักแสดงนำอย่าง​ มิวสิค BNK48 , แพรวา สุธรรมพงษ์, เจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ เป็นต้น

หนังแบ่งออกเป็น 3 ตอน

ตอนที่ 1 "เชียร์ปีสุดท้าย" เล่าเรื่องของเมษาและต่าย เพื่อนสนิทที่เข้าร่วมกิจกรรมเชียร์ แต่ในระหว่างกำลังทำกิจกรรม เมษายนเห็นบางสิ่งบางอย่างผิดปกติ ที่ไม่ควรจะอยู่ที่นั่น เธอเห็นอะไร สิ่งนั้นต้องการอะไร ก็ต้องไปตามรับชมต่อเองนะครับ

ตอนที่​ 2 "The​ C" เรื่องราวของ แทน นักศึกษาแพทย์ที่ต้องอยู่ในหอเพื่ออ่านหนังสือในคืนสถาปนา ทุกคนจะต้องออกจากหอ เพราะเป็นธรรมเนียมที่ทุกคนรับรู้ว่าในคืนนั้น จะมีนักศึกษาที่เสียชีวิตกลับมานอนที่เตียง C

และตอนที่ 3 "ตึกวิทย์เก่า" เรื่องราวของกอล์ฟ ที่ต้องนำ Notebook ไปให้พี่สาวที่มหาวิทยาลัย แต่กลับไปผิดตึก ซึ่งเป็นตึกเก่าที่มีเรื่องราวสยองขวัญเล่าขาลมากมาย ซึ่งกอล์ฟไปพบเจอกับอะไรต้องไปคนหาในภาพยนตร์เองครับ

หนังที่เล่าเรื่องผี​ 3 เรื่องในเรื่องเดียวเราจะเจอได้ค่อนข้างเยอะ มีอยู่ 2 ลักษณะคือ การเล่าเรื่องตอนสั้น ๆ ให้โครงเรื่องหลวม ๆ ที่บางสิ่งบางอย่างเชื่อมโยงกันแล้วค่อยมาเฉลยคำตอบสุดท้าย เช่น Ghost Story พิสูจน์ผี ประมาณว่าทุกปมที่เกิดในหนังแยกแต่ละเรื่องนั้น จะถูกแก้ในครั้งเดียว จะสร้างความประหลาดใจให้กับมันดูได้อย่างมาก

กับอีกแบบคือแต่ละเรื่องเล่าแยกแบยเอกเทศ ไม่มีการยึดโยงกันเช่น ผีสามบาท, อารมณ์ อาถรรพ์ อาฆาต, สี่แพร่ง, ห้าแพร่ง, ตี 3 คืน 3 ฯลฯ ซึ่งในแบบหลังนี้จะนิยมทำมากกว่า ประมาณว่าผู้กำกับต่างคนต่างทำ แล้วก็เอามารวมเป็นเรื่องเดียวกัน

ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ของการประหยัดต้นทุน และรวมถึงการเปิดโอกาสให้ผู้กำกับหน้าใหม่ ๆ ได้สร้างสรรค์ผลงานแสดงฝีมืออีกด้วย ส่วนคนดูก็จะได้ประโยชน์คือใน 3 เรื่องย่อยอาจจะมีเรื่องสนุกบ้างไม่สนุกบ้างเคล้ากันไป ดีกว่าเป็นเรื่องยาวแล้วไม่สนุกเลย

เทอม​สอง​สยองขวัญมีการเล่าเรื่อง 3 เรื่องโดยแยกจากกันและจบภายในเรื่องของใครของมันเลย เมื่อดูจบจะสามารถบอกได้ว่าชอบตอนนี้และไม่ชอบตอนนี้ และที่สำคัญ การเล่าเรื่องในแต่ละเรื่อง จะมีการสื่อถึงช่วงชีวิตในมหาวิทยาลัยในแต่ละช่วงค่อนข้างชัดเจน แรกเข้า กลาง และใกล้จบ ทำให้อารมณ์ความรู้สึกแต่ละตอนที่ต่างกันออกไป

อย่างในตอนที่ 1 เชียร์ปีสุดท้าย จะเป็นการเล่าเรื่องถึงชีวิตเฟรชชี่กับการเข้าไปเรียนมหาวิทยาลัยในปีแรก เน้นกิจกรรมการซ้อมเชียร์​ การต้องเจอเพื่อนใหม่ การเปิดโลกใหม่ ๆ

ในการเล่าเรื่องของตอนนี้​ มีสิ่งหนึ่งที่ผมชอบ คือการนำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับการที่คนคนนึงได้เข้าไปอยู่ในมหาวิทยาลัย​ คุณจะกลายเป็นคนใหม่ที่ไม่มีใครรู้มาก่อนว่าในอดีตคุณเป็นอะไร หรือคุณทำอะไรมาบ้าง

และการที่เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยในปีแรก จะมีการค้นพบเพื่อนใหม่ ๆ​ การเจอเพื่อนใหม่ ๆ ที่บางคนพร้อมจะปรับตัวและเปลี่ยนมันได้ไม่ยาก แต่ก็มีบางคนไม่สามารถปรับตัวได้เช่นกันจึงเกิดปัญหามรการใช้ชีวิต

ในตอนนี้ผู้กำกับพยายามทำหนังออกมาได้ค่อนข้างซึ้ง และพยายามเล่าถึงความผูกพันของสองตัวละคร แต่เสียดายที่มีเวลาเล่าค่อนข้างน้อย แต่กลับพยายามยัดใส่บริบทหลายอย่างเข้ามาเยอะเกินไป เมื่อไปถึงจุดไคลแม็กซ์ มันจึงไม่สามารถดึงอารมณ์คนดูให้ร่วมไปกับความรู้สึกที่มันควรจะเป็น

ความสยองน่ากลัวของตอนที่ 1 ยังมีชั้นเชิงในการใช้จังหวะการปล่อยผีหรือความน่ากลัวออกมาได้ไม่โดนใจเท่าไหร่ จังหวะจั๊มสแกร์ก็ไม่ค่อยได้ผล

ในส่วนของตอนที่ 2​ The​ C หนังเล่าถึงช่วงชีวิตช่วงกลางของการเรียนมหาลัย ประมาณปีสองต่อปีสาม จะมีเรื่องการคบแฟน การปรับความเข้าใจของคนสองคนเพื่อที่จะทำให้ความรักอยู่รอด และการตัดสินใจในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อว่าจะไปจนสุดทางหรือคุณจะถอนตัวกับการเรียนไว้เท่านี้ดี ซึ่งผู้กำกับใส่ปัจจัยบางอย่างเข้ามาในเชิงสัญลักษณ์แทนเรื่องราวของปัญหาที่จะต้องเจอในระหว่างเรียนได้ดี

ในตอนนี้หนังมีการสร้างเงื่อนไขและปุ่มให้กับตัวละครไว้มาก เป็นตอนที่ดูแล้วเครียดและอึดอัดมากที่สุด ลุ้นระทึกมากที่สุด และเป็นตอนที่ผมชอบที่สุดเช่นกัน

การสร้างสภาพแวดล้อมและเงื่อนไขให้กับตัวละคร ผู้กำกับทำออกมาได้ดีมาก โดยเฉพาะเรื่องของการใช้แสงไฟในการกระตุ้นคนดู ซึ่งตรงนี้อาจจะเป็นจุดหนึ่งที่ถ้าใครแพ้แสงมาก ๆ อาจจะลำบากสักหน่อยในการชมนะครับ

ในส่วนของตอนที่ 3 "ตึกวิทย์เก่า" จะเป็นการเล่าเรื่องชีวิตปีสุดท้ายของการเรียนมหาลัย กับความรู้สึกว่าใครจะเรียนจบหรือไม่จบ ซึ่งก็คิดว่าน่าจะเป็นอะไรที่เครียดที่สุดสำหรับนักศึกษาชั้นปีสุดท้ายแล้ว ผู้กำกับนำอารมณ์นี้มาใส่ได้ค่อนข้างน่าสนใจ

ตอนนี้ หนังถูกเล่าออกมาในลักษณะของความเป็น Comedy มากกว่าความเป็น Horror ซึ่งจากรอบที่ผมดูก็มีคนดูขำมุกอยู่พอสมควร  หลาย ๆ อย่างในตอนนี้ผมรู้สึกว่ามันมีความย้อนแย้ง และปรับอารมณ์ไม่ทันกันเลยทีเดียว​ ดูไปดูมาเหมือนว่าหนังเขาจะทำให้ตอนสุดท้ายออกมาเป็นแนวตลกแบบที่ "ตี 3 คืน 3" และ "5 แพร่ง" ได้ทำเอาไว้ก่อนหน้านี้

ตอนที่ 2 The C ทำจังหวะผีออกมาได้ค่อนข้าง create ดูแล้วก็รู้สึกว่ากลัวตามไปด้วย แต่ในส่วนของตอนอื่น ก็ทำได้ตามมาตรฐานสำหรับหนังผีไทย ซึ่งหากใครที่ตามหนังผีไทยมาก ๆ ก็คงจะรู้สึกชิน​ ด้านมุมกล้องหรือการถ่ายภาพทำออกมาได้ดี คือการใช้มุมกล้องสร้างความหวาดระแวง ความไม่น่าไว้วางใจให้กับคนดูได้ดี

ถ้าพิจารณาจากทั้งสามตอน  ภาพรวมของเทอม​สอง​สยองขวัญ​ สำหรับผมมันยังไม่มีอะไรที่แปลกใหม่หรือทำให้ผมรู้สึกว้าวและชื่นชอบได้ ยกเว้นการวางปมของตอนที่ 2 ครับ

แต่สิ่งที่เสียดายคือ การไล่ลำดับความเครียด​ ความหลอน​จากตอนที่ 1 ไปตอนที่ 2 ได้ค่อนข้างดี ถ้าตอนที่ 3 ผู้กำกับทำต่อโดยการดึงอารมณ์คนดูไปให้ดาร์คสุด ๆ​ สำหรับผมมองว่ามันจะเป็นผลดีต่อภาพรวมของหนังมาก ๆ ​ แต่พอตอนที่ 3 มันถูกเล่าไปในลักษณะของความเป็น Comedy ความรู้สึกกลัวหรือความรู้สึกเครียดของ 2 ตอนที่โยนมส่เรามามันก็เลยหายไปหมดในตอนที่ 3 กลายเป็นว่าดูหนังเรื่องนี้อารมณ์มันไปได้ไม่สุดทาง แต่ถ้ามองเป็นตอนตอนไป ก็คงจะพอให้อภัยได้บ้าง

รู้สึกเสียดายที่ว่าผู้กำกับไม่ค่อยให้ความสำคัญกับรายละเอียดบางประการเช่น​ การวางปมบางอย่างเกี่ยวกับสถานที่ควรทำให้ฉากมีองค์ประกอบกลมกลืนไปกับเนื้อเรื่องมากกว่านี้ ดูแล้วก็รู้สึกว่าฉากไม่ได้ส่งเสริมบทหรือเนื้อเรื่องหรืออารมณ์ของหนัง

การใช้เพลงประกอบ และเสียงประกอบยังมีความรู้สึกลักลั่น ไม่เข้ากับอารมณ์ในขณะนั้น​ โดยเฉพาะในตอนที่ 3 นี่ประดักประเดิดมาก แต่ก็เข้าใจว่าเขาทำออกมาในลักษณะของความเป็น Comedy ผู้ก็เลยไปเน้นที่อามณ์ของตัวละครมากกว่า

ในส่วนของนักแสดง ส่วนใหญ่ทำได้ตามมาตรฐาน แต่สำหรับ เจมส์ ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ​ นับว่าเป็นตัวแบกในตอนที่ 2 เลยกว่าว่าได้ ทำได้ดีจริง ๆ

โดยสรุป เทอมสองสยองขวัญ เป็นหนังผีไทยที่ถูกเล่าออกมาในขนบที่ไม่แตกต่างจากหนังผีไทยแบบเดิม ๆ​   ตอนที่ 2 สำหรับผมถือเป็นตอนที่ดีและค่อนข้างลงตัวที่สุด แต่ละตอนสะท้อนภาพการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยได้ค่อนข้างดี แต่ในส่วนขององค์ประกอบอื่น ๆ อยู่ในระดับธรรมดา เอาเป็นว่าถ้าใครชอบดูหนังผี เทอมสองสยองขวัญ ก็เป็นหนังผีไทยอีกเรื่องหนึ่งที่ผมแนะนำให้ดูครับ

6.5/10 
@Sampam yingyut 


#SuperReviewChannel 
#เทอมสองสยองขวัญ

ปล.​ สารภาพตามตรงว่าหนังเรื่องนี้ผมทำใจไว้ล่วงหน้าก่อนจะไปดูแล้วแล้วก็เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ ดีแล้วที่ไม่คาดหวัง

หมายเลขบันทึก: 699832เขียนเมื่อ 27 มีนาคม 2022 16:10 น. ()แก้ไขเมื่อ 27 มีนาคม 2022 16:10 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี