ชื่อวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices)  การออกแบบหน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้

ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค TGT ในรายวิชาประวัติศาสตร์ เรื่อง สนธิสัญญาเบาวริ่ง

โรงเรียน          จอมพระประชาสรรค์                สหวิทยาเขต     3 (จอมสุรินทร์)

ชื่อ-สกุล         นางสาวอนงค์ลักษณ์ เจริญมาก    ตำแหน่ง ครู

******************************************************

1.ความสำคัญของวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ Best Practices)

การจัดการเรียนการสอนของครูต้องยึดหลักแนวการจัดการเรียนการสอนตามแนวพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 การปฏิรูปการเรียนรู้เป็นหัวใจที่สำคัญที่จะทำให้การพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นการจัดการเรียนการสอนรูปแบบเดิมที่เน้นการท่องจำ เน้นความรู้มากกว้าการคิดทำให้ผู้เรียนไม่ทันคิด ไม่ได้เรียนรู้ตามความสนใจและศักยภาพของตนเอง ไม่สอดคล้องกับความสนใจของผู้เรียน ก ตามแนวทางการจัดการศึกษา หมวด 4 มาตรา 22 ที่ว่า ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุดในกระบวนการจัดการศึกษา จึงต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาได้ตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ 

          ในการจัดกระบวนการเรียนการสอนผู้สอนต้องคำนึงถึงผลที่จะเกิดกับผู้เรียนและเป็นกิจกรรมที่หลากหลาย แต่กิจกรรมที่หลากหลายและกิจกรรมทุกอย่างจะต้องคำนึงถึงความถนัดของผู้เรียนและความแตกต่างระหว่างบุคคลโดยการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนซึ่งครูต้องทราบว่าผู้เรียนต้องการวิธีการเรียนรู้รูปแบบใด(บริบูรณ์ เกษรา.2545:6) การจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 จึงต้องเน้นที่ผู้เรียนโดยที่ผู้เรียนต้องได้รับการพัฒนาขีดความสามารถของตนเองได้เต็มตามศักยภาพ มีความสมดุลทางด้านจิตใจ ร่างกาย ปัญญาและสังคม เป้นผู้รู้จักวิเคราะห์ รักการเรียนรู้ เรียนรู้ด้วยตนเองและร่วมมือกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ ดังเช่น การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ เป็นต้น

การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือแบบแข่งขันเป็นกลุ่ม (Teams-Games Tournaments หรือ TGT) เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการจัดการเรียนรู้ที่สอดรับกับวิธีเรียนรู้ของผู้เรียนที่เปลี่ยนแปลงไปและตอบสนองต่อกระแสการพัฒนาผู้เรียนเพื่อเตรียมรับการเป็นบุคลากรในศตวรรษที่ 21 ของคนในแต่ละช่วงวัยตามความเหมาะสม อาทิ เด็กวัยเรียนและวัยรุ่นพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ มีความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้ง การให้ความสำคัญกับการพัฒนาให้มีความพร้อมในการต่อยอดพัฒนาทักษะในทุกด้าน ทักษะการทำงานและการใช้ชีวิต ที่พร้อมเข้าสู่ตลาดงาน กล่าวคือ การจัดการเรียนรู้แบบแข่งขันเป็นกลุ่มมีลักษณะคล้ายวิธีสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้แบบกลุ่มสัมฤทธิ์เพียงแต่มีการใช้เกมส์เป็นกิจกรรมการเรียนรู้โดยให้สมาชิกทุกคนช่วยกัน ในการเตรียมตัวเพื่อแข่งขันเกมส์ที่ผู้สอนกำหนดตามใบงานและอธิบายวิธีการแก้ปัญหาโจทย์ต่าง ๆ ให้ทุกคนในกลุ่มมีความเข้าใจในเนื้อหาบทเรียนนั้น ๆ แต่ในขณะแข่งขันเกมส์จะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้สมาชิกเข้าไปให้ความช่วยเหลือ ขึ้นอยู่กับกติกา เพราะสมาชิกแต่ละคนต้องมีความรับผิดชอบที่จะพยายามทำให้ตนเองชนะการแข่งขันเพื่อความสำเร็จของกลุ่ม คะแนนของกลุ่มจะได้จากการแข่งขันเกมส์แทนการทดสอบย่อย กลุ่มที่ได้คะแนนเฉลี่ยสูงจะได้รับรางวัลตามที่กำหนดไว้ การจัดกิจกรรมการแข่งขัน จะสามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะการคิดวิเคราะห์ที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนให้ดีขึ้น เป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เรื่องต่างๆอย่างสนุกสนานและท้าทาย โดยผู้เรียนเป็นผู้เล่นเอง ทำให้เกิดประสบการณ์

ทั้งนี้ผลจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา พบว่า ผู้เรียนขาดทักษะการคิดวิเคราะห์ และไม่เกิดองค์ความรู้และจัดระบบการเรียนรู้ด้วยตนเอง และเกิดความเบื่อหน่าย ไม่ชอบที่จะเรียนในรายวิชานี้ ส่งผลให้มีเจตคติที่ไม่ดีต่อวิชาประวัติศาสตร์ ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ ไม่มีความคงทนในการเรียนจากประสบการณ์การสอนที่ผ่านมา การจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค TGT จะเป็นวิธีหนึ่งที่จะนำมาใช้เพื่อการพัฒนาในการจัดการเรียนการสอนรายวิชาประวัติศาสตร์ เพราะการจัดการเรียนรู้รูปแบบนี้จะสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล ยั่วยุให้ผุ้เรียนมีความสนใจที่จะเรียน อีกทั้งยังช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจได้โดยง่ายและถูกต้องตรงตามจุดมุ่งหมาย ช่วยประหยัดเวลาได้ทั้งผู้เรียนและผู้สอน เป็นวิธีการที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาศักยภาพตัวผู้เรียนอย่างแท้จริง

ด้วยความเป็นมาดังกล่าวข้างต้นนี้ จึงทำให้ข้าพเจ้าเล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยใช้เทคนิค TGT โดยผ่านการออกแบบหน่วยการเรียนรู้และจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง สนธิสัญญาเบาวริ่ง เพื่อการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาประวัติศาสตร์ให้มีศักยภาพ

 

2.วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน

2.1 วัตถุประสงค์ 

2.1.1.เพื่ออออกแบบหน่วยการจัดการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยใช้เทคนิค TGT

2.1.2.เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในรายวิชาประวัติศาสตร์  

2.1.3.เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในรายวิชาประวัติศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เรื่องสนธิสัญญาเบาวริ่ง

2.2 เป้าหมาย

                    2.2.1.เชิงปริมาณ 

                    1.ออกแบบหน่วยการจัดการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยใช้เทคนิค TGT จำนวน  1 หน่วย เรื่อง สนธิสัญญาเบาวริ่ง

                    2.นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/10 จำนวนร้อยละ 75 มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ 

                    2.2.2.เชิงคุณภาพ

                    ครูมีการออกแบบหน่วยและแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยใช้เทคนิค TGT เรื่อง สนธิสัญญาเบาวริ่ง มีคุณภาพสามารถพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของผู้เรียนได้ 

                    

3. ขั้นตอนการดำเนินการวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) 

          การออกแบบกิจกรรมด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยใช้เทคนิค TGT เรื่อง สนธิสัญญาเบาวริ่ง ผู้ออกแบบกิจกรรมดำเนินการตามกระบวนการวงจรคุณภาพ PDCA บูรณาการกับกระบวนการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) ใช้เป็นแนวทางในการออกแบบและตรวจสอบกิจกรรม(ออกแบบหน่วยการจัดการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้) จากผู้เชี่ยวชาญและผู้ร่วมสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) โดยผู้ออกแบบกิจกรรมมีบทบาทเป็นผู้นำกลุ่ม (Model Teacher) มีขั้นตอนการดำเนินการดังนี้ 

3.1. ขั้นเตรียมการและวางแผน (Plan)

1.1 ครูผู้สอนรายวิชาสังคมศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ร่วมวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนและปัญหาในการจัดการเรียนการสอน ร่วมกันสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) และดำเนินการสำรวจปัญหาที่พบจากการจัดการเรียนการสอนของครูผู้สอน

                    1.2 ครูผู้สอนรายวิชาสังคมศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ร่วมวิเคราะห์จุดเด่น จุดด้อย ข้อมูล สารสนเทศด้านต่างๆ ที่สอดคล้องกับการบริหารจัดการศึกษาสู่ศตวรรษที่ 21 เทียบเคียงกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 และการจัดการศึกษาไทยในยุคไทยแลนด์ 4.0 และการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและศักยภาพเป็นเครื่องมือในการประเมินสถานการณ์สำหรับการจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับรายวิชาที่ตนเองสอน         

3.2 ขั้นตอนการออกแบบหน่วยการจัดการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้ (DO)

ครูผู้นำกลุ่ม (Model Teacher) ออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยใช้เทคนิค TGT เพื่อทักษะการคิดวิเคราะห์ผ่านกระบวนการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) มีลำดับดังนี้

  1. ศึกษาและวิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 
  2. ศึกษาและวิเคราะห์หลักสูตรสถานศึกษา
  3. จัดทำคำอธิบายรายวิชา
  4. จัดทำโครงสร้างรายวิชา
  5. ออกแบบหน่วยการเรียนรู้

     5.1) วิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด

     5.2) กำหนดเป้าหมายการเรียนรู้

     5.3) กำหนดหลักฐานที่เป็นผลการเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายการเรียนรู้ที่

     5.4) กำหนดออกแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีผลการเรียนรู้ตามเป้าหมายที่กำหนด

  1. จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้

3.3.ขั้นตรวจสอบกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ (Check) 

1.ผู้นำกลุ่ม (Model Teacher) นำเสนอออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาเพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาสังคมศึกษา ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยใช้เทคนิค TGT เพื่อทักษะการคิดวิเคราะห์ผ่านกระบวนการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เสนอแผนการจัดการเรียนรู้นี้ให้สมาชิกชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) กลุ่ม Stranger ร่วมกันพิจารณาแก้ไข ให้มีความเหมาะสม

2.ผู้นำกลุ่ม (Model Teacher) นำแผนการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาสังคมศึกษา ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยใช้เทคนิค TGT เพื่อทักษะการคิดวิเคราะห์ผ่านกระบวนการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)  ไปจัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/10 ร่วมกับสมาชิกชุมชนแห่งการเรียนรู้

3.4.ขั้นการปรับปรุงการดำเนินการ (Action)

1.ผู้นำกลุ่ม (Model Teacher) ร่วมสะท้อนผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยใช้เทคนิค TGT เรื่อง สนธิสัญญาเบาวริ่ง หลังการใช้แผนการจัดการเรียนรู้

           2.ประเมินการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยใช้เทคนิค TGT เรื่อง สนธิสัญญาเบาวริ่ง ร่วมกับสมาชิกชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)  โดยการวิเคราะห์ผล ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาประวัติศาสตร์ เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงและวางแผนพัฒนาการออกแบบกิจกรรมาการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน

 

4. ผลการดำเนินงาน/ประโยชน์ที่ได้รับ

4.1 ผลที่เกิดกับผู้เรียน

1.ผู้เรียนสามารถสร้างองค์ความรู้และจัดระบบการเรียนรู้ด้วยตนเอง เกิดความรู้ที่คงทน โดยวัดและ

ประเมินผลจากการทำใบงาน/กิจกรรมต่างๆ ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาประวัติศาสตร์ที่สูงขึ้น

          2.นักเรียนเกิดทักษะการเรียนรู้ตามแนวทางวิธีการทางประวัติศาสตร์ หรือ ทักษะทางประวัติศาสตร์ (1S2C)

4.2 ผลที่เกิดกับสถานศึกษา

1.โรงเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยรวมเพิ่มสูงขึ้น กว่าเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด (สถานศึกษากำหนดระดับดีขึ้นไปไม่น้อยกว่าร้อยละ 73) ทั้งนี้อาจส่งผลต่อการทดสอบระดับชาติที่อาจเพิ่มสูงขึ้น 

2.โรงเรียนมีบุคลากรที่มีความสามารถในการสร้างและพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม

          4.3 ผลที่เกิดกับชุมชน 

ทักษะการคิดวิเคราะห์ที่เปรียบเสมือนเครื่องมือที่ช่วยในการพัฒนาตนเอง มีการตัดสินใจที่เป็นเลิศ ทำให้เกิดทักษะการเรียนรู้ตามแนวทางวิธีการทางประวัติศาสตร์ หรือ ทักษะทางประวัติศาสตร์ (1S2C)เมื่อผู้เรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์ที่ดีจะสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม

         4.4 ประโยชน์ที่ได้รับ 

1.ผู้เรียน ได้รับการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ในรายวิชาประวัติศาสตร์

2.ผู้สอนได้รับโอกาสได้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในองค์กรและนอกองค์กร เพื่อพัฒนาทักษะทางวิชาชีพครูเพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนในอนาคต

 

5. ปัจจัยความสำเร็จ

5.1 นโยบายจากต้นสังกัดที่ดี

5.2.การบริหารจัดการของฝ่ายบริหารที่มีคุณภาพ

          5.3.การนิเทศติดตามจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

5.4. เพื่อนร่วมงานให้ความช่วยเหลือเสนอแนะ

          5.5 นักเรียนทุกคนให้ความสนใจและมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้

 

6. บทเรียนที่ได้รับ

6.1.การออกแบบหน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้ ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยใช้เทคนิค TGT  เป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เรื่องต่างๆอย่างสนุกสนานและท้าทาย โดยผู้เรียนเป็นผู้เล่นเอง ทำให้เกิดประสบการณ์และพัฒนาศักยภาพตัวผู้เรียนอย่างแท้จริง

          6.2.การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเกิดการพัฒนา ทำให้เกิดทักษะการเรียนรู้ตามแนวทางวิธีการทางประวัติศาสตร์ ส่งผลให้ผู้เรียนมีการเรียนรู้ที่มากยิ่งขึ้น

          6.3.นักเรียนเรียนรู้อย่างมีความสุขส่งผลให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ในรายวิชาประวัติศาสตร์ที่สูงขึ้น

 

7. การเผยแพร่/การได้รับการยอมรับ/รางวัลที่ได้รับ

          7.1.การเผยแพร่ 

เผยแพร่และขยายผลวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) แก่ครูโรงเรียนจอมพระประชาสรรค์และโรงเรียนเครือข่าย สำนักงานเขตพื้นที่กาสรศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์ หรือหน่วยงานอื่นๆ นอกจากนี้ยังดำเนินการเผยแพร่ผ่านทางในเว็ปไซต์ http://www.cps.ac.th   /  https://www.youtube.com  

- การเปิดชั้นเรียน ผ่านลิงค์ https://youtu.be/HDGhXJPaErc

          7.2.การได้รับการยอมรับ

1.เป็นตัวแทนครูกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เปิดชั้นเรียนและนิเทศการสอน ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยใช้เทคนิค TGT เรื่อง สนธิสัญญาเบาวริ่ง

2..ได้เข้าร่วมโครงการ T-SIP ของสำนักงานคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ (KSPPLC63 ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพโดยคุรุสภา) โครงการเปิดชั้นเรียนโดยคุรุสภา