แอ่วน่านกันเต๊อะ (3) ตามหาชมพูภูคา สุดขอบฟ้าเมืองน่าน

ดอกชมพูภูคา เป็นดอกไม้หายากของจังหวัดน่าน จะออกดอกบานสวยงามในเดือนแห่งความรัก โดยจะออกดอกเพียงปีละครั้งเดียวเท่านั้น ในประเทศไทยสามารถชมดอกชมพูภูคาได้ที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา อำเภอปัว และสถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน

ต้นชมพูภูคา เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ ชมพูภูคาจะขึ้นอยู่ในบริเวณป่าดิบเขาที่ระดับความสูง1,200 -1,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล ส่วนใหญ่จะพบในบริเวณตอนใต้ของประเทศจีน ภาคเหนือของเวียตนาม ไต้หวัน และไทย โดยในประเทศไทยพบที่ดอยภูคาและสถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน จังหวัดน่าน 

เนื่องจากต้นชมพูภูคาจะเจริญเติบโตในพื้นที่ที่มีร่มเงาของไม้ใหญ่หนาทึบ มีอากาศหนาวเย็น มีความชุ่มชื้นสูง มีเมฆหมอกปกคลุมตลอดทั้งปี จึงถือว่าระบบนิเวศของชมพูภูคามีความเปราะบางมาก ด้วยเหตุนี้ภารกิจสำคัญในการเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดน่านในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ในครั้งนี้ จึงเป็นภารกิจ " ตามหาชมพูภูคา สุดขอบฟ้าเมืองน่าน"

ต้นชมพูภูคา (Bretchneiderasinensis Hemsl) ซึ่งเป็นพรรณไม้หายากในประเทศไทยจะพบเพียงแห่งเดียวที่ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่านเท่านั้น ต้นชมพูภูคาเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่สูง 10 - 25 เมตร เปลือกเรียบสีเทาน้ำตาล ใบประกอบแบบขนนกยาว 30 - 80 เซนติเมตร ใบรูปหอกถึงรูปไข่ กว้าง 2.5 - 6 เซนติเมตร ยาว 8 - 25 เซนติเมตร โคนใบรูปลิ่มหรือกลม ปลายใบแหลม 

ดอกสีขาว - ชมพู คล้ายรูประฆัง ออกเป็นช่อที่ปลายยอด ช่อดอกยาวได้ถึง 20 - 40 เซนติเมตร กลีบรองดอกมีขนาดใหญ่ รูปถ้วยขอบหยักตื้นๆ กลีบดอกมี 5 กลีบ รูปไข่กว้าง โคนกลีบเรียวยาว ปลายกลีบม้วนออกด้านนอก ขนาด 1.8 - 2 เซนติเมตร กลีบบนมักคว่ำลง มีเกสรตัวผู้ 8 อัน ก้านเกสรเพศผู้ยาว 2.5 -3 เซนติเมตร ปลายโค้ง รังไข่และก้านเกสรเพศเมียมีขนปกคลุม รังไข่ยาว 0.3 - 0.4 เซนติเมตร เกสรเพศเมียยาว 3 - 4 เซนติเมตร ปลายงอลง ผลรูปกระสวย เมื่อแก่จะแตกออก เมล็ดรูปรี กว้าง 12 มิลลิเมตร ยาว 20 มิลลิเมตร

ลักษณะภูมิประเทศของดอยภูคา เป็นเทือกเขาสูงชันสลับซับซ้อน มีพื้นที่ราบอยู่ตามบริเวณโดยรอบ มียอดดอยดงหญ้าหวายเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด โดยมีความสูง 1,980 เมตรจากระดับน้ำทะเล ลักษณะทั่วไปเป็นภูเขาหินชั้นและหินอัคนี โดยในพื้นที่ป่าแห่งนี้เป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธารชั้น 1A อันเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำที่อุดมสมบูรณ์

ลักษณะทางธรรมชาติ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูงชันสลับซับซ้อน พื้นที่ราบอยู่ตามบริเวณโดยรอบ มียอดดอยภูคาเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดน่าน มีความสูง 1,980 เมตร จากระดับน้ำทะเล ปานกลาง แต่ปัจจุบันยอดดอยภูคามีความสูง 1,910 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ลักษณะทั่วไปเป็นภูเขาหินและหินปนทราย โดยในพื้นที่ป่าแห่งนี้ประมาณเปอร์เซ็นเป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธารชั้น 1A อันเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำน่านและแม่น้ำลำธารหลายสาย

อุทยานแห่งชาติดอยภูคาตั้งอยู่ในบริเวณเทือกเขาหลวงพระบาง ซึ่งถือว่าเป็นปลายสุดของเทือกเขาหิมาลัย จึงเป็นเหมือนรอยต่อของป่าเขตร้อนกับป่าเขตอบอุ่น ทำให้เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง มีระบบนิเวศที่หลากหลาย ในบางบริเวณก็เป็นระบบนิเวศที่เหมาะสมกับพืชเฉพาะถิ่นและพืชหายาก โดยเฉพาะเป็นแหล่งพันธุ์พืชที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ และเป็นพื้นที่แห่งเดียวในประเทศไทยที่พบต้นชมพูภูคา ซึ่งเป็นพืชหายากและใกล้สูญพันธุ์

ต้นชมพูภูคาพบครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปีพ.ศ.2532 และไม่พบในพื้นที่ใดอีกเลย จึงได้รับการตั้งชื่อต้นไม้ตามสีของดอกและถิ่นที่พบว่า "ชมพูภูคา" ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานให้ ชมพูภูคาจึงเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ

ดอกชมพูภูคานั้นบานเพียงปีละครั้งเท่านั้น ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์และหากสภาพอากาศไม่เหมาะสมก็อาจจะยังไม่บาน ดังนั้นภารกิจ"ตามล่าชมพูภูคา สุดขอบฟ้าเมืองน่าน" จึงเป็นภารกิจหลักที่ต้องทำให้ความสำเร็จ และความเป็นไปได้สูงมากเมื่อตรวจสอบจากเว็บไซต์ของอุทยานพบว่าก่อนการเดินทาง 7 วัน ดอกชมพูภูคาเริ่มผลิบานแล้ว

จุดแรกที่แวะชมความงามของดอกชมพูภูคาคือที่ร้านกาแฟดอยภูคา ด้านหลังร้านเป็นจุดชมวิวดอยภูคาที่สวยงามและมีต้นชมพูภูคาให้ชมด้วย ซึ่งไม่ทำให้ผิดหวังเพราะชมพูคาบานแล้ว แต่ด้วยความที่ต้นชมพูภูคามีความสูงมาก ทำให้ไม่มีมุมถ่ายภาพที่ชัดเจนได้ คงได้แต่จิบกาแฟชมดอกไม้ไปพลางๆ

จุดที่สองคือที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ที่จุดนี้ได้ชมดอกชมพูภูคาอย่างใกล้ชิด ทางอุทยานจัดกล้องส่องทางไกลเอาไว้บริการ และที่ใต้ต้นชมพูภูคาต้นใหญ่ที่กำลังออกดอกสะพรั่ง อุทยานฯจัดทำบันไดไม้ให้ขึ้นไปยืนถ่ายภาพดอกชมพูภูคาได้อย่างใกล้ชิด ได้ภาพสวยงามสมใจ และที่บริเวณใกล้เคียงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวนี้ ยังได้พบต้นเสี้ยวดอกขาว ดอกไม้ประจำจังหวัดน่านซึ่งกำลังบานสวยงามเช่นกัน

"ตำหนักเจ้าหลวงภูคา" ตั้งอยู่บนดอยภูคา เป็นที่เคารพศรัทธาของคนในพื้นที่ ซึ่งต่างเล่าลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องการขอทหาร  คือ การเกณฑ์ทหาร การสอบเข้าเรียนทหาร ทั้งนี้เนื่องจากท่านเป็นนักรบ " เจ้าหลวงภูคา" อดีตเจ้าเมืองปัว

ตามพงศาวดารเมืองน่านกล่าวว่า เมื่อเจ้าเก้าเถื่อนไปครองเมืองย่างและมอบให้ชายาคือนางพญาแม่ท้าวคำปินดูแลรักษาเมืองปัวแทน ครั้นเมื่อพญาภูคาถึงแก่พิราลัย เจ้าเก้าเถื่อนจึงครองเมืองย่างแทน ในช่วงที่เมืองปัวว่างจากผู้นำนั้นพญางำเมืองเจ้าเมืองพะเยาได้ขยายอิทธิพลเข้าครอบครองบ้านเมืองในเขตเมืองน่านทั้งหมด นางพญาแม่ท้าวคำปินพร้อมด้วยบุตรในครรภ์ได้หลบหนีไปอยู่ที่บ้านห้วยแร้งจนคลอดบุตรชายชื่อว่าเจ้าขุนใส เมื่อเติบโตขึ้นเจ้าขุนใสได้เป็นขุนนางรับใช้พญางำเมืองและเป็นที่โปรดปรานมาก พญางำเมืองจึงได้สถาปนาให้เป็นเจ้าขุนใสยศ ครองเมืองปราด

ภายหลังเมื่อเจ้าขุนใสยศมีกำลังพลมากขึ้นจึงยกทัพมาต่อสู้กับพญางำเมืองจนหลุดพ้นจากอำนาจของเมืองพะเยา และได้รับการสถาปนาเป็นพญาผานองขึ้นครองเมืองปัวอย่างอิสระระหว่างปี 1865 - 1894 รวมเวลา 30 ปี จึงถึงแก่พิราลัย

นอกจากความเชื่อถือในเรื่องการขอทหารแล้ว ตำหนักเจ้าหลวงภูคา ยังเป็นที่เคารพศรัทธาในเรื่องการขอโชคลาภอีกด้วย เห็นได้จากจำนวนแผงขายลอตเตอรี่มากมายที่อยู่ในบริเวณ และผู้คนที่สมปรารถนาในโชคลาภแล้วเดินทางมาแก้บน

ณ บริเวณ "ตำหนักเจ้าหลวงภูคา" มีต้นชมพูภูคาที่ถือกันว่าเป็นหนึ่งในต้นไม้ในดินแดนป่าดึกดำบรรพ์ พบครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2539 โดยดร.ธวัชชัย สันติสุข

นอกจากการชมดอกชมพูภูคา ในอุทยานแห่งชาติดอยภูคายังมีถ้ำที่สวยงามให้เที่ยวชมคือถ้ำผาแดงและถ้ำผาฆ้อง ซึ่งภายในมีหินงอกหินย้อยที่สวยงามและยังมีน้ำตกและลำธารภายในถ้ำ นอกจากนี้ยังมีน้ำตกที่สวยงามได้แก่ ตาดหลวง น้ำตกภูฟ้า น้ำตกต้นตอง แต่การเดินทางเข้าไปชมยังไม่สะดวกนัก ต้องเดินเท้าเข้าไป แต่ที่สะดวกสบายเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวคือจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก จุดชมทะเลหมอก

จุดชมทะเลหมอก 1715 เป็นจุดที่นิยมพักรถและชมทะเลหมอกที่พ มีความสูง 1,715 เมตร จากระดับน้ำทะเล และมีร้านค้าของชาวบ้านนำพืชผลทางการเกษตรมาวางขายมากมาย

ภารกิจ "ตามหาชมพูภูคา สุดขอบฟ้าเมืองน่าน" สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายแล้ว เมืองน่านยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามน่าสนใจอีกมากที่จะไปชมด้วยกันในบันทึกต่อไปค่ะ

ขอขอบคุณ

  • การบริการที่ดีเยี่ยมจากบริษัททัวร์ฟ้าใสและทีมงาน
  • ภาพดอกชมพูภูคาบางส่วนจากอินเทอร์เน็ต
  • ขอบคุณข้อมูล “ตำหนักเจ้าหลวงภูคา” จากไกด์เกม บัณฑิต ภิรมย์ภักดิ์
  • น้ำใจไมตรีจากเพื่อนร่วมเดินทางทุกท่าน