25 กุมภาพันธ์ 2565
: ทีมงานหญ้าแห้งปากคอก(ท้องถิ่น) [1]
เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยการให้ การแบ่งปันและการบริจาคเงินยุค New Normal
มีคำถามว่าเงินบริจาค เงินทำบุญ หรือจะเรียกว่าการ “อุทิศเงิน” มีคุณค่าทางเศรษฐศาสตร์เพียงใด เช่น เงินบริจาคช่วยเหลือสาธารณะต่างๆ ทำบุญ ช่วยเหลือคนยากไร้ รวมทั้ง เงินบริจาคพรรคการเมือง มาตรวจสอบว่า เงินบริจาคเงินทำบุญนี้ของสังคมไทยพอจะมีแง่มุมใดได้วิพากษ์บ้าง
ปกติ “การให้ การบริจาค” ของมนุษย์จะแสวงหา “อรรถประโยชน์” (Utilities) [2] หรือความสุขใส่ตัวให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ วัดจากมูลค่าความมั่งคั่งที่มีอยู่[3] (เศรษฐศาสตร์นีโอคลาสสิก) การบริจาคมีได้ 3 รูปแบบ[4] คือ (1) การบริจาคเงิน (2) การบริจาคสิ่งของหรือ (3) การอุทิศเวลา เพื่อกิจกรรมสาธารณประโยชน์ทั้งที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับศาสนา เช่น การทอดกฐิน ทอดผ้าป่า หรือการบริจาคเงินให้แก่โรงพยาบาลหรือสถานสงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาส การตักบาตรทำสังฆทานหรือการมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม รวมถึงการสละเวลาช่วยเหลือสังคม งานวัด การไปเยี่ยมเยียนสถานสงเคราะห์เด็กพิการ เป็นต้น
มีการบริจาคเงินผ่านช่องทางสื่อสารต่างๆ เรียก virtual run [5] (แปลว่าการแข่งขันวิ่งที่ไหน เมื่อไรก็ได้) เช่น การระดมทุนบริจาคเพื่อการกุศลทางออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มในการระดมทุนเพื่อการกุศลต่างๆ ใช้หลักฐานไปลดหย่อนภาษีเงินได้ อาจลดหย่อนภาษีได้ถึง 2 เท่า[6] เช่น บริจาคเพื่อการศึกษาที่บริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) [7] ซึ่งสามารถบริจาคได้ทั้ง โรงพยาบาล สถานศึกษา ศาสนสถานทุกศาสนา และ องค์กรสาธารณกุศล รวมทั้งระหว่างประเทศ เช่น โครงการ UNHCR, Green Peace แต่การบริจาคสิ่งของหรือเวลาไม่สามารถหักลดหย่อนภาษีได้
แต่ “งานการกุศล” (charity) อาจเป็นความหวังดีที่ส่งผลเสียมากกว่าผลดีก็ได้[8] เพราะองค์กรการกุศลต้องมีทั้งประสิทธิภาพด้านการเงินและมีธรรมาภิบาลดังเช่นองค์กรธุรกิจด้วยเรียก “Good Corporate Governance” (CG) [9] ปัจจุบันมีธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise: SE) [10] จะนำผลกำไรกลับคืนสู่สังคมตามเป้าหมาย อย่างโปร่งใส มีธรรมาภิบาล มีความรับผิดชอบต่อสังคม
การขอกันกิน ขอแบ่งปันจากคนมี ขอทำบุญบริจาค คนไทยไม่คิดว่าผู้รับเงินบริจาคจะโกง เพราะเป็นวัฒนธรรม "การให้ทาน การสละทรัพย์ของคนพุทธ" (donate, give, charity) [11] เป็นจุดเด่น Soft Power หรือ "สายมู" (Mutelu) [12] อย่างหนึ่งที่คนไทยภาคภูมิใจ มีผลศึกษาวิจัย (2555)ว่า การบริหารการเงินของวัดตู้บริจาคเงินวัดเป็นศรัทธา เป็นผลประโยชน์ที่ไม่ต้องตรวจสอบ แม้จะขาดความโปร่งใสและการมีส่วนร่วม[13] เพราะถือว่าเป็นการทำบุญในหมวดทาน ถือเป็นสังฆทาน ที่คนไทยทั่วไปไม่คิดเล็กคิดน้อย
ปัจจุบันโลกโซเชียลทำให้การระดมทุนเงินบริจาคได้จำนวนมากถึงหลักล้านง่ายขึ้น ด้วยความเต็มใจบริจาคของคนทุกชนชั้น แม้คนจนคนรวยก็มีสิทธิบริจาคเงินช่วยเหลือคนอื่นได้เท่าเทียมกัน คนมีเงินน้อยบริจาคน้อยเพียง 100-200 บาท ก็มีความรู้สึกภูมิใจว่าได้ “ทำบุญ” บางรายบริจาคเป็นสิ่งของ ตามโอกาสต่างๆ ในหลายๆ กรณี แม้ในยามเกิดสาธารณภัย ในรูปของ “ตู้แบ่งปัน”(ตู้ปันสุข) [14] นำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคไปวางไว้ตามจุดต่างๆ เพื่อให้คนยากไร้ หรือคนทั่วไปได้มาหยิบไปใช้บริโภค โดยมิได้หวังสิ่งใดตอบแทน เว้นแต่ความภาคภูมิใจในหัวใจ ที่เป็นนิสัยของคนไทยที่ชอบทำบุญบริจาคตามคติพุทธมาอย่างช้านาน แม้คนจนคนรวยก็มีสิทธิได้ทำบุญกันทุกคน อาจเรียกได้ว่าเงินทำบุญของคนไทยเป็นเงินของคนจนส่วนใหญ่ ที่แม้จะมีจำนวนเม็ดเงินที่น้อย กว่ามากด้วยจำนวนคนที่บริจาค เช่น ช่วงวิกฤตโควิด ช่วยต้านโควิด ฝ่าโควิด-19 (COVID-19) ก็มีการบริจาคเงินช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส ผู้ยากไร้ โรงพยาบาล บริจาครายเดือนก็มี เป็นต้น
ในทางปกครองเพื่อ “สาธารณประโยชน์” (ประโยชน์โดยรวม) นั้น มีทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ “การแบ่งปันผลประโยชน์ (Benefit Sharing)” [15] เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งแก่ประชาชนในพื้นที่ มุ่งเน้นการให้ประโยชน์ต่อชุมชนเป็นสำคัญ เป็นการชดเชยเยียวยา แก้ไขและฟื้นฟูความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมและผลกระทบด้านสุขภาพ เช่น ในกิจการไฟฟ้าและเหมืองแร่ ตาม พ.ร.บ.ประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550 มีกองทุนพัฒนาไฟฟ้า เพื่อพัฒนาพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าที่เน้นตอบแทนไปที่ชุมชน และ พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2560 มีเงินบำรุงพิเศษ เพื่อใช้ในการพัฒนาชุมชนที่ตั้งของเหมืองแร่ แสดงให้เห็นว่า โลกต้องเน้นส่วนรวมเป็นสำคัญ
เงินบริจาคราชการงุบงิบไม่โปร่งใสสังคมกังขาได้
ในการบริจาคเงิน การระดมทุนต่างๆ หรือเรียกตามกฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2487[16] “การเรี่ยไร” หมายความรวมตลอดถึงการซื้อขาย แลกเปลี่ยน ชดใช้ หรือบริการ ซึ่งมีการแสดงโดยตรง หรือโดยปริยาย ว่ามิใช่ เป็นการซื้อขาย แลกเปลี่ยน ชดใช้หรือบริการธรรมดา แต่เพื่อรวบรวมทรัพย์สินที่ได้มาทั้งหมดหรือบางส่วนไปใช้ในกิจการอย่างหนึ่งนั้นด้วย
คำว่า “งุบงิบ” [17] ความหมายโดยนัยยะ หมายรวมกรณีที่หน่วยเหนือชอบทำอะไรที่งุบงิบปกปิดเป็นอาจินต์เป็นนิสัยด้วย มิได้หมายความเฉพาะเอกชนคนทั่วไป ที่ไม่เกรงกลัวการตรวจสอบของสังคม หรือของเจ้าหน้าที่ หรือ ป.ป.ช. การบริจาคเงิน การเรี่ยไร หรือเรียกอย่างโก้ว่า “การขอรับการสนับสนุน” โดยราชการเป็นสิ่งปกติที่พบเห็นในราชการส่วนภูมิภาค ลงไปถึงระดับอำเภอ ตำบล ที่อาจผิดระเบียบกฎหมายทุจริตหรือ ป.ป.ช.ได้ การขอเงินแกมบังคับ เรียก “การหักคอ” หรือ “เงินหักดิบ” [18] ก็ไม่ผิด หมายความว่ามีการกำหนดเงินขั้นต่ำในการบริจาคไว้ด้วย ซึ่งมีไม่น้อย เช่นการเรียกประชุม อปท.ด่วนจากอำเภอเพื่อระดมทุนเงินบริจาคงานใดงานหนึ่ง ที่ส่วนใหญ่ก็ไม่พ้นงานราชการ หรือ แม้งานราชการ งานการกุศล งานส่วนรวมสาธารณะก็มีการระดมทุนแกมบังคับด้วย การเรี่ยไรในกรณีต่างๆ จึงเป็นเรื่องปกติ เช่น งานกาชาด บัตรกาชาด บัตรการกุศล โครงการทูบีนัมเบอร์วัน[19] เป็นต้นว่า อำเภอใหญ่ 1 แสน อำเภอกลาง 9 หมื่น อำเภอเล็ก 8 หมื่น โดนกันถ้วนหน้า เป็นนัยยะว่าอำเภอใหญ่ ต้องมีรายได้มาก ทุนมาก แต่ถามว่าทุนใคร เงินใคร ตรงนี้ต่างหากที่ต้องพิจารณาในมุมกลับ เพราะแหล่งเงินทุนแน่นอนว่าคงไม่ใช่ตาสีตาสายายมียายมาหรือเศรษฐีในพื้นที่เท่านั้น การบังคับกะเกณฑ์เรี่ยไรเอากับคนทั่วไป คนที่ขาดแคลน หน่วยราชการเล็ก เช่น อปท. จึงเป็นเรื่องยาก เพราะเงินราชการเบิกจ่ายไม่ได้ ข้าราชการไม่มีศักยภาพในการบริจาคเงินมากนัก เพราะเป็นมนุษย์เงินมีรายได้จำกัด
การเรี่ยไรเงินจากคนท้องถิ่นของส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค การตีกินขอฟรีจากหยาดเหงื่อของคนทำงานท้องถิ่น ต้องมีการรั่วไหลผิดวัตถุประสงค์การขอเงินทำบุญ แต่ผู้ให้ก็รู้ๆ กันจะไม่ถามรายละเอียดว่า นายอำเภอ ผู้ว่าเอาเงินไปทำอะไร แน่นอนเงินส่วนหนึ่งอาจรั่วไหลเข้าส่วนตัว ไม่บริสุทธิ์ใจ ไม่โปร่งใส อ้างหักค่าบริหารบ้าง ค่าเหนื่อยบ้าง ค่าเสียเวลาบ้าง แจกจ่ายลูกน้องบ้าง ฯลฯ ทั้งๆ ที่งานหลวงต้องเสียสละ จะไปคิดต้นทุนการทำงาน (ถอนทุนคืน) ไม่ได้เด็ดขาด เพราะข้าราชการคนหลวงทุกคนมีเงินเดือนกินจากภาษีประชาชน
แม้ฉากหน้าบอกเหตุผลการขออย่างสวยบอกว่า ขอเงินบริจาคสนับสนุน อ้างเอาไปทำโน่นนี่นั่น อ้างหลวง อ้างเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน อ้างทำบุญวัด ฯลฯ แต่หารู้ไม่ว่า การหักดิบขอเงินแบบนี้มันมาจากช่องทางการทุจริตต่างๆ ได้ เพราะเม็ดเงินมันเยอะ ตรวจสอบยอดไม่ได้ ไม่ได้มาตามหลักศรัทธาการทำบุญ แต่เป็นการจำใจให้ เพื่อความสะดวกในการทำงาน เป็นระบบอุปถัมภ์ต่างตอบแทน ที่ผู้ให้เงินย่อมหาทางเอาเงินคืนจากช่องทางต่างๆ ส่วนใหญ่ก็คือการตุกติก ลวดลาย เรียกรับ การทุจริตมิชอบนั่นเอง
การจัดระบบเงินหัวคิวประจำปีที่หน่วยราชการระดับล่างต้องเตรียมเงินไว้เป็นสิ่งปกติ เพราะหน่วยเหนือจะเรียกบริจาคสนับสนุน เรี่ยไรได้ตลอดทั้งปี การเรี่ยไรเงินจากใครได้บ้าง เป็นคำถามที่หนักใจในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ฝืดเคือง การทำมาค้าขายยาก ไม่ว่าจากนายก หรือจากข้าราชการเจ้าหน้าที่ อปท. คนมีเงินเดือน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ หรือจาก อปท. หรือจากคนทั่วไปใครๆ ก็ได้ แม้แต่ชาวบ้านร้านค้าที่อ่วมเพราะพิษเศรษฐกิจ ก็หนีไม่พ้นต้องไปขอแรงบริจาคอีก เป้าหมายในการระดมทุนดังกล่าวเพ่งเล็งไปที่นักธุรกิจใหญ่ นายทุนผู้รับเหมาโครงการงานใหญ่ๆ ในพื้นที่ เพราะบรรดานักการเมืองและเครือข่ายได้รับงานเหมาราชการไปหมดแล้ว และเป้าหมายหลักอีกอย่างคือ ส่วนราชการท้องถิ่น (อปท.) ท้องที่ (กำนันผู้ใหญ่บ้านฯ) เป็นเป้าหมายปกติประจำ ที่ต้องไปขอความร่วมมือจากนักธุรกิจ นายทุนผู้รับเหมาในพื้นที่อีกเป็นทอดๆ
แต่บางแห่งมีองค์กรการกุศล วัด ที่มีสภาพคล่องทางการเงินอาจขอรับบริจาคได้ สามารถให้ปัจจัยเงินสมทบอำเภอได้บ้าง เช่น สมทบทุนโครงการทูบีนัมเบอร์วัน
เพราะหน้าที่ประการสำคัญของ อปท. คือการช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อน เช่น คนไร้ที่พึ่ง คนด้อยโอกาส คนที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง เป็นต้น แต่ อปท.ขนาดเล็กอาจประสบปัญหาสภาพคล่องในการเบิกจ่ายงบประมาณราชการ และขั้นตอนตามระเบียบราชการที่อาจยุ่งยาก “เงินกาชาด” [20] ทั้งกาชาดจังหวัด กาชาดอำเภอ เป็นงบที่สามารถนำมาช่วยเหลือได้ แต่ข้อเท็จจริงนั้น ไม่พ้น อปท. ที่ต้องรับภาระชาวบ้านเดือดร้อนไปก่อนที่กาชาดจะเข้ามา และสุดท้ายกาชาดก็อาจไม่ได้ช่วยเหลือ ศูนย์ต่างๆ ในอำเภอหรือจังหวัด ไม่ว่าศูนย์ช่วยเหลือประชาชน ศูนย์รวมข่าว ศูนย์จัดซื้อจัดจ้าง ยังเป็นจุดในการขายบัตรการกุศลด้วย
ในแต่ละปีกาชาดจังหวัดระดมเงินทุนบริจาคได้มากถึงปีละ 20-30 ล้าน นอกเหนือจากการรับบริจาคโลหิต (Blood Donation) [21] ที่เป็นผลงานของเหล่ากาชาดจังหวัดที่อาจคิดมูลค่าเป็นตัวเงินได้ด้วย แม้ว่าจะเป็นการบริจาคฟรี แต่โลหิตที่บริจาคทุกปี ก็ไม่เพียงพอต่อการใช้ เช่น หมู่โลหิตพิเศษที่หายาก กลุ่มเอบี กลุ่มอาร์เอชลบ (Rh Negative) หากมีอุบัติเหตุต้องการโลหิตก็ระดมขอบริจาคจากญาติ คนทั่วไปอีกได้
ระวังธุรกิจสีดำสีเทาหาแหล่งฟอกเงิน
ข่าวแหล่งอบายมุขผิดกฎหมายธุรกิจสีดำสีเทา[22] ในสังคมไทย เช่น ค่าหัวคนงาน แรงงานต่างด้าว เงินหัวคิวจัดซื้อจัดจ้าง เงินซื้อขายตำแหน่ง ส่วยสิบล้อ ส่วยป่าไม้ ส่วยสรรพสามิต ส่วยเทศกิจ เงินทุจริตราชการต่างๆ เป็นต้น ด้วยเม็ดเงินทางเศรษฐกิจนอกระบบ กำลังจะพูดถึง “การบริจาคเงิน” เปิดทางให้ธุรกิจมืดสีดำสีเทาได้ฟอกตัว เป็นแหล่งฟอกเงิน (Money Laundering) [23] อบายมุขจริงหรือไม่ ที่จริงไม่ได้ใส่ร้ายกล่าวหาใครว่า การทำบุญ การบริจาคแจกเงิน แจกเงินสิ่งของช่วยเหลือคนทุกข์คนยาก คนด้อยโอกาสฯ เป็นสิ่งที่ไม่ดี ส่งเสริมการฟอกตัวของธุรกิจอบายมุข ส่งเสริมระบบอุปถัมภ์ ส่งเสริมคนยากจนไม่สู้ชีวิต แต่ในมุมย้อนแย้งจะมองในภาพรวม มิได้มองจุดดีเพียงจุดเดียว
เทคนิคหนึ่งในการระดมทุนของโลก และของไทยก็คือการบริจาคเงินทำบุญ (charity & donation) จากประชาชน เอกชน องค์กรต่างๆ แต่พึงระวังการรับบริจาคทุจริต แอบแฝงอ้างโน่นนี่นั่น นำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ นำเข้าบัญชีส่วนตัว ไม่โปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้ หรือรั่วไหล หรือทุจริตยักยอก เช่น ข่าวการรับบริจาคช่วยน้ำท่วมผ่านดารา 422 ล้าน (2562) [24] ข่าวการบริจาคเงินช่วยดับไฟป่าผ่านคนดังไลฟ์โค้ชเอ็นฟลูเอนเซอร์ 8 แสนเศษ (2562-2563) [25] เป็นต้น หากสังคมกังขาก็มีกระแสเรียกร้องให้ตรวจสอบได้ หลายคนนึกไปถึง ข่าวการบริจาคเงินส่วนตัวช่วยสังคมแบบให้เปล่าฟรีของเซเลบคนดังอื่นๆ[26] นอกจากนี้ คำเชิญชวนโดยคนดังผู้มีชื่อเสียงเซเลบ ยิ่งกระตุ้นให้ผู้คนบริจาคเงินแบบไม่คิดอะไรมาก
การระดมทุน Crowd Funding ผ่าน Platform
ทำไมปุถุชนจึงบริจาคเงิน นักเศรษฐศาสตร์มีคำอธิบายว่าเพราะ[27] (1) warm glow (แสงเรืองรองที่อบอุ่น) ผลตอบแทนจากการบริจาคคือความอบอุ่นในจิตใจในฐานะ “ผู้ให้” (2) จากบริจาคเป็นการ “ซื้อบริการ” เช่นการปกป้องผืนป่าแทนที่จะสมัครเป็นผู้พิทักษ์ป่า ก็สามารถบริจาคเงินเพื่อซื้อบริการมูลนิธิรักษาป่าให้ไปทำงานปกป้องผืนป่าแทนได้ ที่ผู้บริจาคสามารถตรวจสอบทำงานขององค์กรที่ส่งเงินไปสนับสนุนได้
การระดมทุนยุคอินเทอร์เน็ตที่นิยมในต่างประเทศคือ “คราวด์ฟันดิง” (Crowd Funding) [28] ก.ล.ต. กำกับดูแลผ่านผู้ให้บริการเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ระบบ “funding portal” (FP) ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535[29] เหมาะสำหรับธุรกิจที่ไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มทุนขนาดใหญ่ได้ มี 4 แบบ (2563) ได้แก่
(1) Donation-based การระดมทุนในรูปแบบของการบริจาคเงิน มักเป็นองค์กรการกุศล มูลนิธิต่างๆ ที่มีโครงการที่ต้องการทำให้สำเร็จในช่วงเวลาหนึ่ง เป็นการระดมทุนแบบให้เปล่า ไม่มีสิ่งตอบแทนให้กับนักลงทุน ตัวอย่างเช่น โครงการ “ตลาดใจ” (โน้ต อุดม) หรือ โครงการ “ก้าว” (ตูน บอดี้สแลม) เพื่อนำเงินไปมอบให้โรงพยาบาล เป็นต้น ปัจจุบันในเมืองไทยมี Platform Donation Based ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง คือ “เทใจดอทคอม” (taejai.com) ณ วันที่ 12 มิถุนายน 2563 มียอดบริจาคถึง 142,827,086 บาท จำนวนผู้บริจาค 72,472 คน เป็นโครงการที่ระดมทุนสำเร็จแล้วกว่า 355 โครงการ
(2) Reward-based การระดมทุนที่จะไม่ได้รับผลตอบแทนในรูปของตัวเงิน แต่จะได้รับผลตอบแทนเป็นสิ่งของ หรือสิทธิพิเศษตามที่เจ้าของโครงการกำหนด การระดมทุนประเภทนี้มีได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น การระดมทุนผลิตสินค้า เมื่อเราให้เงินไป จะได้สินค้านั้นๆ เป็นของตอบแทน เหมือนกับเว็บไซต์ Kickstarter.com ในต่างประเทศ หรือจะเป็นการสั่งของแบบ Pre-Order
(3) Peer-to-peer lending เป็นการระดมทุนแบบกู้ยืมเงินระหว่างบุคคลกับบุคคลกันโดยตรง โดยผู้ให้กู้กับผู้กู้มาเจอกันบน Platform กลาง โดย Platform กลางจะเป็นผู้รวบรวมเงินทุนจากผู้ให้ยืมตามจำนวนที่ผู้กู้ต้องการส่งให้ผู้กู้ มีเงินจ่ายเงินคืนพร้อมดอกเบี้ยตามที่ตกลงกันล่วงหน้า ความเสี่ยงคือผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้ได้ แต่จุดเด่นคือ เป็นการกู้ยืมเงินโดยไม่มีคนกลาง เหมือนกับที่กู้ธนาคาร อัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่าการลงทุนแบบอื่น และได้ดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าสำหรับผู้อยากกู้เงิน การระดมทุนแบบนี้เป็นที่นิยมสูงในต่างประเทศ ยกตัวอย่าง ในอเมริกา Lendingclub.com ประเทศไทยเช่น บริษัท ดีพสปาร์คส์ เพียร์ เลนดิ้ง จำกัด (รายแรก) เป็น Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2563
(4) Investment-based การระดมทุนนี้เป็นการลงทุนที่นิยมที่สุด เพราะมีผลตอบแทนที่จับต้องได้มากที่สุด ผู้ลงทุนจะได้รับหุ้นและได้รับผลตอบแทนจากการถือหุ้นนั้น แบ่ง 2 แบบ คือ (4.1) Equity crowd funding ด้วยการออกหุ้น (equity-based) ที่ผู้ลงทุนได้ร่วมเป็นเจ้าของกิจการในฐานะ ผู้ถือหุ้น ซึ่งผู้ลงทุนจะได้ผลตอบแทนเป็นกำไร เป็นเงินปันผล ขึ้นอยู่กับผลประกอบการและนโยบายของบริษัทนั้นๆ เป็นตัวกำหนด (4.2) Debt crowd funding ด้วยการออกหุ้นกู้ (debt-based) ผู้ลงทุนจะเป็นผู้ถือหุ้นกู้ที่ได้รับดอกเบี้ยและเงินต้นเป็นสิ่งตอบแทน การระดมทุนรูปแบบนี้จะเป็นที่นิยม เพราะผู้ระดมทุน หรือ เจ้าของกิจการยังสามารถรักษาความเป็นเจ้าของได้ จ่ายเพียงผลตอบแทนให้กับผู้ลงทุนเป็นดอกเบี้ยเหมือนกับการกู้เงิน เพียงแต่ Debt Crowd funding จะเป็นการยืมเงินจากผู้ลงทุนหลายๆ คน โดยไม่จำเป็นต้องผ่านคนกลางอย่างธนาคาร ที่ต้องใช้เอกสาร และมีกฎข้อบังคับต่างๆ Debt Crowd funding คล้ายคลึงกับ Peer-to-Peer Lending มีข้อแตกต่าง คือ Debt Crowd funding นั้นผู้ที่เสนอขายหุ้นกู้จะเป็นบริษัทหรือธุรกิจที่อาจเรียกได้ว่ามีความน่าเชื่อถือหรือมีความเสี่ยงน้อยกว่าแบบ Peer-to-Peer Lending ที่ผู้ปล่อยกู้นั้นเป็นระหว่างบุคคลกับบุคคล
หวังว่า การปฏิรูปแก้ไขระบบบริจาคที่โปร่งใส จะแก้ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นเชิงระบบของไทยได้
[1]Phachern Thammasarangkoon & Watcharin Unarine, ทีมงานหญ้าแห้งปากคอก(ท้องถิ่น), บทความพิเศษ, สยามรัฐออนไลน์, 25 กุมภาพันธ์ 2565, https://siamrath.co.th/n/325468
[2]อรรถประโยชน์ (utility)หมายถึงความพอใจที่ผู้บริโภคได้รับจากการบริโภคสินค้าหรือ บริการชนิดใดชนิดหนึ่ง ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง หรือ เอาง่ายๆ ที่เราจะเข้าใจคือ เป็นความสามารถของสินค้าและบริการที่จะตอบสนองความต้องการของมนุษย์นั้นเอง
[3]เศรษฐศาสตร์ของการให้ ไขปัญหาแรงจูงใจในการบริจาค, themomentum, 1 มกราคม 2563, https://themomentum.co/economics-of-giving/
[4]ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจบริจาคของคนไทย โดย อมรรัตน์ อภินันท์มหกุล ในวารสารเศรษฐศาสตร์ปริทรรศน์ คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ปีที่ 9 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม 2558), https://www.tci-thaijo.org/index.php/NER/article/download/40394/33332
[5]การวิ่งเพื่อสุขภาพได้รับผลกระทบ Virtual Run หรือถ้าแปลตรงตัวคือการวิ่งแบบเสมือนจริง มีมาตั้งแต่ก่อนช่วงโควิดระบาดแล้ว แต่ด้วยสถานการณ์ตอนนี้ทำให้เป็นที่นิยมมากขึ้น เป็นการวิ่งที่ไม่มีคู่แข่ง การแข่งกับตัวเอง ไม่มีกองเชียร์ และบรรยากาศที่จะมาคอยปลุกเร้าไฟในการแข่งขัน ดู Virtual Run คืออะไร ทำไมถึงกำลังเป็นที่นิยม, เวบ sanook, 12 กันยายน 2564, https://www.sanook.com/men/75001/
[6]กฎหมายใหม่ฉบับล่าสุดที่ออกมา ระบุชัดเจนเลยว่า ถ้าใครจะบริจาคเพื่อการศึกษาต้องบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Donation เท่านั้นถึงจะได้สิทธิ ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า
สามารถบริจาคได้ทั้ง โรงพยาบาล สถานศึกษา ศาสนสถานทุกศาสนา และ องค์กรสาธารณกุศล
ดู บริจาคเงินที่ไหน “ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า”, Money Buffalohttps, 10 กรกฎาคม 2563, https://www.moneybuffalo.in.th/tax/ลดหย่อนภาษีได้-2-เท่า
[7]ระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation)เป็นระบบที่กรมสรรพากรพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการรองรับข้อมูลการ รับบริจาคของสถานศึกษา ศาสนสถาน โรงพยาบาล องค์กรสาธารณกุศล และหน่วยรับบริจาคอื่นๆ ที่กฎหมาย กำหนดให้สามารถนำการบริจาคมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริจาคให้ สามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ โดยไม่ต้องเก็บหลักฐานการบริจาคมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริจาคได้รับเงินคืนภาษีได้รวดเร็วขึ้น
[8]Charity เพื่อการกุศล เป็นความใจบุญ, การกุศล, ให้เงินทำทาน ปกติจะเป็นงานสงเคราะห์, งานมูลนิธิสงเคราะห์ (Foundation), สถาบันองค์กรสงเคราะห์, NGO ต่างๆ หรือ non profit organization ต่างๆ
ไม่ว่าจะสงเคราะห์คน สัตว์ สิ่งของ ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ทำได้หมด เช่น การคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การแรงงาน ชาติพันธุ์ ทางด้านมนุษยธรรม เป็นต้น ตัวอย่างกิจกรรม Google แคมเปญเช่น Charity: Water "การจัดหาน้ำดื่มที่สะอาดและปลอดภัยให้แก่ทุกคนบนโลก"
ดู การกุศล (charity) : ความหวังดีที่อาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี, SolidSprout Com, 18 เมษายน 2564, https://th.solidsprout.com/post/charity_good_bad & Charity: Water, https://www.google.com/intl/th/nonprofits/success-stories/charity-water/
[9]“การกำกับดูแลกิจการ” มีชื่อเรียกอื่นที่อาจได้ยินในบริบทต่างๆ เช่น ธรรมาภิบาล บรรษัทภิบาล หรือ Corporate Governance หรือ CG ซึ่งอาจพูดรวมๆ มีความทำนองเดียวกันว่า หมายถึง การบริหารจัดการบริษัทที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย
ดู การกำกับดูแลกิจการ (Corporate Governance :CG), บริษัท สำนักงาน เอ.เอ็ม.ที โซลูชั่น จำกัด (AMTsolution), 5 มกราคม 2562, https://www.amtsolution.co.th/2019/01/05/การกำกับดูแลกิจการ-corporate-governance-cg/
[10]ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise: SE) คือ กิจการที่มีจุดมุ่งหมายหลักในการแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยใช้กลไกการบริหารจัดการที่ดีของภาคธุรกิจมาบวกกับความรู้และนวัตกรรมสังคม มีความยั่งยืนทางการเงินจากรายได้หลักที่มาจากสินค้าหรือบริการโดยไม่ต้องพึ่งพาเงินบริจาค และมีการนำผลกำไรที่เกิดขึ้นไปลงทุนซ้ำเพื่อขยายผลกระทบทางสังคมที่เกิดขึ้น
ดู ธุรกิจเพื่อสังคม (SOCIAL ENTERPRISE: SE) คืออะไร, 9 กันยายน 2562, https://www.sethailand.org/resource/what-is-social-enterprise-se/
[11]มีคำเกี่ยวกับ "การให้ทาน การสละทรัพย์ของคนพุทธ" อยู่ 2-3 คำ ที่สำคัญ คือ คำว่า donate, give, charity ที่มีความหมายเกี่ยวเนื่องกัน เหมือนๆ กัน
Donate แปลว่า การบริจาค, Donation คือ การบริจาค, การมอบให้, ของที่บริจาค,เงินที่บริจาค,ของขวัญ (grant) เช่น donation of organs (การบริจาคอวัยวะ), blood Donation (การบริจาคโลหิต), donation of used books and sundries (บริจาคหนังสือและของกระจุกกระจิก)
Give แปลว่า ให้, แจก, ยกให้, มอบให้ (grant)
Charity แปลว่า กุศลจิต, การกุศล, การทำทาน, ความกรุณา, ความใจบุญ, ความสงสาร, การเสียสละเพื่อส่วนรวม, การทำทานความกรุณาความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เรียกรวมๆ ในความหมาย "การทำบุญสุนทาน" จะแปว่า "เงินบริจาคของบริจาค" ก็ได้ ส่วนใหญ่ใช้ว่า สาธารณกุศล, (public charity) แต่ประเทศที่พัฒนาแล้วอาจมองเป็นช่วยเหลือสังคมประเทศที่ขาดแคลนหรือด้อยกว่าในด้านไหนด้านหนึ่ง ในรูปแบบของกิจกรรม Charity หรือการตั้งองค์กร (Charitable Organization) ขึ้นมา
ดู ประเทศที่พัฒนาแล้วเค้ามองว่า Charity เกิดขึ้นเพราะความล้มเหลวของของรัฐบาลไหมครับ, เวบ pantip, 22 กรกฎาคม 2564, https://pantip.com/topic/40858119
[12]สายมู เป็นคำย่อมาจาก “สายมูเตลู” (Mutelu) เกี่ยวกับ ความเชื่อเรื่องคุณไสย ความเชื่อโชคลาง (Superstitious) รวมเรื่องความเชื่อในสิ่งเร้นลับเหนือธรรมชาติ เครื่องรางวัตถุมงคล เป็นต้น
ที่จริง Soft Power ที่สำคัญมากประการหนึ่งของไทยนอกเหนือจากวัฒนธรรมไทยที่ดีงามแข็งแกร่งในภาพรวมแล้ว ก็คือ เรื่อง ไสยศาสตร์ความเชื่อเชิงพุทธ-พราหมณ์ ด้วยอิทธิพลของอินเดียที่ผสมผสานกับความเชื่อพื้นบ้านของคนไทยมาช้านาน
[13]แกะรอย “ตู้บริจาคเงินวัด” จากศรัทธาสู่ผลประโยชน์ที่ไม่ต้องตรวจสอบ, tcijthai เวบทำความจริงให้ปรากฏ, 29 สิงหาคม 2559, https://www.tcijthai.com/news/2016/29/scoop/6380
[14]"ตู้ปันสุขตู้ปันน้ำใจ" ตู้แบ่งปันอาหาร ถือเป็นอัตลักษณ์ไทยความมีน้ำใจช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เทรนด์ใหม่ “การปันน้ำใจ” ถือเป็น New Normal การแบ่งปัน ที่สร้างรอยยิ้มให้กับคนในหลายพื้นที่ เพื่อช่วยผู้ยากไร้ช่วงโควิด มีทั้งที่ดำเนินการโดยส่วนราชการ กาชาด และเอกชน ติดตั้งไว้ ใน แหล่งชุมชนเพื่อแบ่งปันเครื่องอุปโภค บริโภค เช่น ไข่ไก่ ข้าวสาร และของกินต่างๆ ให้กับคน ที่ขาดแคลนสามารถมาหยิบไปได้ ภายใต้หลักการ “หยิบเท่าที่จำเป็น ให้เท่าที่ทำได้” รวมถึงผู้ที่มีจิตศรัทธาสามารถนำสิ่งของต่าง ๆ มาวางในตู้เพื่อแบ่งปันสิ่งดีๆ เพื่อ ส่งต่อให้คนที่ยังขาดแคลน เป็นการแสดงน้ำใจให้กับเพื่อนมนุษย์ด้วยกันและเป็นการแสดงให้เห็นว่าคนไทยไม่ทิ้งกันเป็นโมเดลธนาคารอาหาร มาจากโครงการ Free Pantry/Food Sharing/ Sharing Cupboard (ตู้กับข้าวฟรี) รวมไปถึงนโยบาย Food Bank (ธนาคารอาหาร) ในต่างประเทศ เช่น โครงการ Little Free Pantry หรือตู้ปันสุขในรัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา(2563)
ดู "ตู้ปันสุข" จากคำปรามาส สู่เทรนด์ใหม่การปันน้ำใจช่วยผู้ยากไร้ช่วงโควิด-19, ผู้จัดการออนไลน์, 10 พฤษภาคม 2563, https://mgronline.com/travel/detail/9630000048681 & ไวรัลที่ดี "ตู้ปันสุข" โผล่ทั่วไทย แบ่งปันอาหารผู้ยากไร้ช่วงวิกฤตโควิด-19, เวบ sanook, 11 พฤษภาคม 2563, https://www.sanook.com/news/8134442/ & หยิบเท่าที่จำเป็น ให้เท่าที่ทำได้ – หลักการที่แท้จริงของตู้ปันสุข, NATIONAL GEOGRAPHIC (NGThai), 15 พฤษภาคม 2563, https://ngthai.com/cultures/29314/thaifreepantry/ & ตู้ปันสุข "คนมหาดไทย ปันน้ำใจ สู้ภัยโควิด-19", วารสารวิถีธัญบุรี ปีที่ 20 ฉบับที่ 187 ประจำเดือนกรกฎาคม 2563, วิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง, http://iadopa.org/training/iad/vitheethanya/58.วิถีธัญบุรีฉบับเดือนกรกฎาคม%202563.pdf
[15]แนวคิดการแบ่งปันผลประโยชน์ (Benefit Sharing) กับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางสิ่งแวดล้อม:กรณีศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายสหรัฐอเมริกา (The Concept of Benefit Sharing and Environmental Conflict Resolution: A Comparative Study of the USA Laws) โดย ชาญวิทย์ ชัยกันย์ ในวารสารนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร ปีที่ 11 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม-ธันวาคม พ.ศ.2561, https://so04.tci-thaijo.org/index.php/lawnujournal/article/download/119929/117174/
[16]สรุปสาระสำคัญ พระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พุทธศักราช 2487 โดย น.ส.เนติมา โหมดทศ, หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย 1 กลุ่มกฎหมายและระเบียบ 2 ส่วนงานนิติการ ส านักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง, https://multi.dopa.go.th/legal/assets/modules/news/uploads/07a3eccc4d0af6cc42bb86c6c36099495bf50fdadc40f9154898538498405838.pdf
[17]งุบงิบ (to agree in secret, hush-hush (agreement))หมายถึง การกระซิบกัน (ซุบซิบ), การทำอย่างเงียบๆ , ทำโดยรู้กันเพียง 2-3 คน ตรงกันข้ามกับคำว่า เปิดเผย
[18]คำว่า “หักคอ หรือหักดิบ” (force)เป็นภาษาพูด ความหมาย “เชิงบังคับเอาดื้อๆ ดิบๆ ”(สดๆ ), การขืนใจ, การหักราคา, การลดราคาให้น้อยกว่าเขา, การถือวิสาสะบังคับเอา
[19]โครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด (TO BE NUMBER ONE) มูลนิธิมั่นพัฒนา (Thailand Sustainable Development Foundation) เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ พ.ศ.2545 กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เลขานุการโครงการ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี องค์ประธานโครงการ
[20]องค์กรกาชาด (Red Cross) หรือที่แต่เดิมสมัยรัชกาลที่ 5 (26 เมษายน 2436) เรียก “สภาอุณาโลมแดง” “สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยาม” ต่อมาใช้ชื่อ “สภากาชาดสยาม” (พ.ศ.2453) และ “สภากาชาดไทย” (พ.ศ.2482-ปัจจุบัน) กาชาด มีชื่อเรียกต่างกันหลายองค์กร เป็นองค์กรระหว่างประเทศสาธารณะ กาชาดไทย หรือ สภากาชาดไทย (The Thai Red Cross Society) เป็นองค์กรการกุศลมีกฎหมายรองรับ รายได้มาจากการบริจาค
สภากาชาดสากล หรือ “คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ” (International Committee of the Red Cross, ICRC) เป็นองค์กรมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ที่เก่าแก่ที่สุดและทรงเกียรติในขบวนการกาชาด ก่อตั้งปี 1863 (พ.ศ.2406) โดยอังรี ดูนังต์ (Henry Dunant) วันกาชาดสากลคือวันคล้ายวันเกิดของ ญัง อังรี ดูนังต์ วันที่ 8 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นองค์กรคนละองค์กรกับ “สภากาชาดไทย” (The Thai Red Cross Society) และ เป็นองค์กรคนละองค์กรกับ “สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ” (International Federation of Red Cross and Red Crescent Societies)
แต่คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ เป็นส่วนหนึ่งของ “กลุ่มองค์กรกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดง” (Movement of the Red Cross) เช่นเดียวกับ “สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ” (International Federation of Red Cross and Red Crescent Societies) หรือชื่อเดิมคือ สันนิบาตกาชาด (League of Red Cross Societies) ก่อตั้งปี 1919 (พ.ศ.2462)
สรุป
สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (International Federation of Red Cross and Red Crescent Societies) ทำหน้าที่ส่งเสริมงานด้านมนุษยธรรมของสภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงในแต่ละประเทศ ประสานความร่วมมือด้านการบรรเทาทุกข์จากภัยพิบัติทางธรรมชาติ และส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพในการป้องกันและลดความรุนแรงของผลกระทบจากภัยพิบัติ
ปัจจุบัน มีสภากาชาดของประเทศต่างๆ ที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (International Committee of the Red Cross, ICRC) จำนวน 181 ประเทศ (ปัจจุบันรับรองโดย 194 ประเทศ) สำหรับสภากาชาดไทย (The Thai Red Cross Society) เป็นสมาชิกของสหพันธ์สภากาชาด และสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (International Federation of Red Cross and Red Crescent Societies) ลำดับที่ 31
พ.ร.บ.กาชาด พ.ศ.2499
มาตรา 8 ให้สภากาชาดไทย อยู่ในความควบคุมของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เว้นแต่ในเรื่องธรรมดาธุรกิจอันจะต้องดำเนินไปตามกฎ และข้อบังคับแห่งคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ และสันนิบาตสภากาชาด
มาตรา 15 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพ.ร.บ.นี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพ.ร.บ.นี้
ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 81) พุทธศักราช 2560 หมวดที่ 8 ว่าด้วย เหล่ากาชาดจังหวัด
ส่วนที่ 4 การจัดการทรัพย์สินของเหล่ากาชาดจังหวัด
ข้อ 48 ทรัพย์สินซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นในเหล่ากาชาดจังหวัดย่อมเป็นทรัพย์สินของสภากาชาดไทยทั้งสิ้น
ทรัพย์สินซึ่งผู้บริจาคระบุให้ใช้เพื่อประโยชน์ของเหล่ากาชาดจังหวัดนั้น หรือซึ่งสภากาชาดไทยมอบหมายให้เหล่ากาชาดจังหวัดครอบครองใช้เก็บดอกผลและจัดหาประโยชน์ได้ภายใต้ข้อบังคับและข้อระเบียบว่าด้วยการนั้น กรณีการจัดหาประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ต้องได้รับอนุมัติจากสภากาชาดไทย
ข้อ 48/1 บรรดารายรับ เงินอุดหนุน เงินบำรุงและเงินรายได้อื่น ซึ่งเหล่ากาชาดจังหวัดเป็นผู้จัดหาหรือได้มา ให้ถือเป็นเงินของสภากาชาดไทยทั้งสิ้น โดยมอบหมายให้เหล่ากาชาดจังหวัดไว้ เพื่อใช้ในกิจการของสภากาชาดไทยในจังหวัดนั้น เว้นแต่สภากาชาดไทยจะสั่งเป็นอย่างอื่น
ในกรณีจำเป็นสภากาชาดไทยอาจส่งเงินและหรือทรัพย์สินช่วยเหลือเหล่ากาชาดจังหวัด และเหล่ากาชาดจังหวัดอาจส่งเงินและหรือทรัพย์สินช่วยเหลือกิ่งกาชาดอำเภอได้ ตามแต่เห็นสมควร
ข้อบังคับสภากาชาดไทย ประกาศ ณ วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ.2500
หมวดที่ 2 วัตถุประสงค์
ข้อ 11 วัตถุประสงค์ของสภากาชาด คือ รักษาพยาบาลผู้ป่วยไข้และบาดเจ็บในเวลาสงครามทั้งอาจทำการบรรเทาทุกข์ในเหตุการณ์สาธารณภัยพินาศ โดยไม่เลือกเชื้อชาติ สัญชาติ ลัทธิ ศาสนาหรือความเห็นในทางการเมืองของผู้ประสพภัย
ข้อ 12 เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวในข้อก่อน สภากาชาดจักดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) ในยามสงบศึก ฝึกเจ้าหน้าที่ ทำการรักษาพยาบาล และสะสมพัสดุ ยา และเวชภัณฑ์ เตรียมไว้ตามสมควรสำหรับการบรรเทาทุกข์ เพื่อให้อยู่ในความพร้อมเพรียงที่จะเผชิญกับเหตุการณ์ใดๆ แห่งสงคราม หรือเหตุการณ์ปัจจุบันอื่นๆ ได้
(2) ในเวลาสงคราม รักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บและป่วยไข้ตามข้อตกลงแห่งอนุสัญญาเจนีวา
(3) ในเหตุการณ์สาธารณภัยพินาศ จัดการอนุเคราะห์แก่ผู้บาดเจ็บ ป่วยไข้ และได้ทุกข์ตามควรแก่กรณีร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ซึ่งเกี่ยวข้องในการนั้น
(4) จัดตั้งองค์การสมัครสำรอง ประกอบด้วยแพทย์ ผู้พยาบาล อาสากาชาด และผู้อื่นๆ เพื่อทำการบรรเทาทุกข์ในเวลาสงคราม หรือเมื่อมีสาธารณภัยพินาศและในการนี้ ให้คณะกรรมการเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกข้อระเบียบ รวมทั้งการรับสมัคร และการเรียกเจ้าหน้าที่เหล่านั้นเข้าทำการบรรเทาทุกข์ ภายในกำหนดตามที่กล่าวไว้ในสัญญาและจะให้ประโยชน์ตอบแทนแก่เจ้าหน้าที่เหล่านั้นตามสมควรก็ได้
(5) จัดตั้งอนุกาชาด เพื่อรับเด็กเข้าฝึกอบรมเป็นอนุสมาชิก
(6) จัดให้มีเหรียญหรือเครื่องหมายไว้สมนาคุณและสรรเสริญผู้ที่ให้อุปการอันเป็นประโยชน์แก่สภากาชาดหรือแก่ประชาขน เพื่อเป็นที่ระลึกแห่งอุปการคุณนั้นๆ
(7) อาจจะทำการเผยแพร่อุดมคติของกาชาด ส่งเสริมเมตตาจิตต์และกุศลสงเคราะห์เพื่อให้มีการร่วมมือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และความเข้าใจอันดีร่วมกันในหมู่ชนและนาๆ ประชาชาติทั่วไป
(8) จัดงานกาชาด จำหน่ายเครื่องหมาย หรือธงกาชาด หรือทำการอื่นใดเพื่อเก็บเงินบำรุงสภา และในการนี้จะบอกบุญทำการเรี่ยไรด้วยก็ได้
ให้คณะกรรมการเจ้าหน้าที่ มีอำนาจออกข้อระเบียบในเรื่องเหล่านี้ได้
หมวดที่ 3 ทรัพย์สิน และ เงินทุน
ข้อ 13 ทรัพย์สินและเงินทุนของสภากาชาดประกอบด้วย
(1) สังหาริมทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์
(2) เงินบำรุงจากรัฐบาล
(3) เงินบำรุงจากสมาชิกและทรัพย์สินซึ่งผู้บริจาคให้
(4) รายได้เนื่องจากกิจการและทรัพย์สินของสภา
ข้อ 14 ให้คณะกรรมการเจ้าหน้าที่ ออกข้อระเบียบอันเกี่ยวกับการปกครอง และการใช้จ่ายทรัพย์สินและเงินทุนของสภา โดยอนุมัติของคณะกรรมการสภากาชาด
ดู ข้อบังคับสภากาชาดไทย ประกาศ ณ วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ.2500, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 74 ตอนที่ 54 วันที่ 18 มิถุนายน 2500 หน้า 1081, https://www.krisdika.go.th/librarian/getfile?sysid=305236&ext=htm
& การบริจาคและสิทธิประโยชน์, https://www.redcross.or.th/donate/
& ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 81) พุทธศักราช 2560 หมวดที่ 8 ว่าด้วย เหล่ากาชาดจังหวัด, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนพิเศษ 22 ง วันที่ 31 มกราคม 2561 หน้า 33, https://www.krisdika.go.th/librarian/getfile?sysid=796163&ext=htm & พ.ร.บ.ว่าด้วยสภากาชาดไทย พระพุทธศักราช 2461, https://www.humanitarianlibrary.org/sites/default/files/2014/02/thairedcross_act_2461.pdf & พ.ร.บ.ว่าด้วยสภากาชาดสยามเพิ่มเติม พระพุทธศักราช 2463, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 37 วันที่ 7 พฤศจิกายน 2463 หน้า 267, http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2463/A/267.PDF & พ.ร.บ.กาชาด พ.ศ.2499, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 73 ตอนที่ 63 วันที่ 14 สิงหาคม 2499 หน้า 924, http://web.krisdika.go.th/data/law/law2/%A109/%A109-20-2499-001.htm & สถานะทางกฎหมายของสภากาชาดไทย (Legal status of the Thai Red Cross Society) โดย อัครพล อร่ามเจริญ, วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2561, http://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/frontend/Info/item/dc:165987
[21]การบริจาคโลหิตเป็นกิจกรรมหนึ่งของสภากาชาดไทย โดยศูนย์บริหารโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ในหน้าที่และอำนาจตาม ข้อบังคับสภากาชาดไทย ประกาศ ณ วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ.2500, อ้างแล้ว
[22]ธุรกิจสีเทา หรือ เศรษฐกิจสีเทา หรือ ตลาดสีเทา, ตลาดเทา (Gray market) คือ การตลาดกึ่งผิดกฎหมายหรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ถูกกฎหมายแต่พยายามหลีกเลี่ยงภาษี หากธุรกิจที่ผิดกฎหมายชัดเจนเรียก “ธุรกิจสีดำ” แต่ “ธุรกิจสีเทา” คือธุรกิจที่ออกไปทั้งทางผิดกฎหมายและถูกกฎหมายแต่ยังไม่สีดำ เช่น หวยใต้ดิน โต๊ะสนุกเกอร์ โต๊ะบอล วงไพ่ ไฮโล การพนันทั้งหลายทั้งปวง ธุรกิจทางด้านสถานบันเทิง ขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าเมือง ยาเสพติด หรือกลุ่มอาชีพมาเฟีย เป็นต้น ที่ “เงินสะพัด” ทำเม็ดเงินมหาศาลได้แก่ (1) หวยใต้ดิน (2) โต๊ะพนันบอล (3) ธุรกิจอาบอบนวด (4) ธุรกิจปล่อยกู้เงินนอกระบบ (5) บ่อน
“การนำเข้าแบบคู่ขนาน” คือบริษัทที่ได้รับอนุญาตในการนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าอย่างถูกต้อง ถูกผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต นำสินค้าเข้ามาจัดจำหน่ายอย่างไม่ถูกต้อง สินค้าที่นำเข้าแบบคู่ขนานเป็นผลิตภัณฑ์ของแท้แต่ไม่มีการตรวจสอบและมักจะนำไปขายใน “ตลาดสีเทาหรือตลาดมืด” (Grey Market & Black Market)
ดู ธุรกิจสีเทาสีดำ, มติชน, 29 ธันวาคม 2563, https://www.matichon.co.th/euro-2016-review/news_2503176 & ดู Grey Market กับ Black Market, ในเฟซบุ๊ก ย้อนเวลา, 2 มกราคม 2562, https://www.facebook.com/line.0868440167/posts/2314053272160039/
& เศรษฐกิจสีเทา, เดลินิวส์, 21 เมษายน 2558, https://d.dailynews.co.th/article/315612/ & ส่อง!!5ธุรกิจสีเทาผิดกม.แต่เม็ดเงินมหาศาล, เวบ Sanook, 26 มีนาคม 2557, https://www.sanook.com/money/179179/
& การป้องกันการปลอมแปลง/การนำเข้าแบบคู่ขนาน/การขายตัดราคา, https://packtica.com/anti-counterfeit-parallel-import-price-dumping/?lang=th & ตลาดสีเทา, https://hmong.in.th/wiki/Grey-market & ตลาดสีเทาคืออะไร?, https://www.netinbag.com/th/finance/what-is-a-grey-market.html
[23]การฟอกเงิน (Money Laundering)เป็นการดำเนินการด้วยวิธีการต่างๆ ให้เงินหรือทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดใดๆ เปลี่ยนเป็นเงินหรือทรัพย์สินซึ่งบุคคลทั่วไปหลงเชื่อว่าเป็นเงินหรือทรัพย์สินที่ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย
[24]“บิณฑ์” แถลงใช้ 422 ล้านช่วยน้ำท่วมเกลี้ยง ย้ำโปร่งใส-ถือเป็นเรื่องยิ่ง, mgronline, 9 ธันวาคม 2562, https://mgronline.com/local/detail/9620000117730
[25]“ฌอน” แจงยิบดราม่าเงินบริจาคช่วยดับไฟป่า 8 แสน, Newtv, 1 พฤษภาคม 2564, https://www.newtv.co.th/news/59083
[26]เช่นการบริจาคเงินและสิ่งของของแม่ค้าออนไลน์พิมรี่พาย ดู การบริจาคในศาสตร์การละคร เศรษฐศาสตร์ ปรัชญา, โดย ดวงนฤมล บุญแก้ววรรณ, waymagazine, 13 มกราคม 2564, https://waymagazine.org/the-myth-of-donation/
[27]เลือกบริจาคอย่างไร ให้ตรงเป้าหมายการช่วยเหลือ คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์, โดย รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์ Writer,PUBLIC POLICY ใน workpointtoday, 5 กรกฎาคม 2563, https://workpointtoday.com/how-to-donate/
[28]Crowd Funding ทางเลือกการระดมทุนยุคอินเทอร์เน็ต โดย วรพจน์ ธาราศิริสกุล CTO บริษัท เจเวนเจอร์ส จำกัด กุนซือโลกการเงิน, 12 มิถุนายน 2563, https://www.efinancethai.com/MoneyStrategist/MoneyStrategistMain.aspx?id=WkgvZUhlZ0VKbEU9
[29]พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 109 ตอนที่ 22 วันที่ 16 มีนาคม 2535 หน้า 1, http://web.krisdika.go.th/data/law/law2/%CB15/%CB15-20-9999-update.pdf
I like this “..การปฏิรูปแก้ไขระบบบริจาคที่โปร่งใส จะแก้ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นเชิงระบบของไทยได้..” and it is Thailand’s dark-culture more abundant than normal apparent culture.
What do you suggest a commission (กรธ.)? By independent, respected, and brave (retired) judges, (retired) academic, religious and community leaders?
Did you mean that “กรธ. ย่อมาจากอะไร?”.[กรธ. ย่อมาจาก คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ]During 2014-2015, I’ve been a specialist as “ผู้เชี่ยวชาญประตำตัว สปช.” (The National Reform Council : NRC)