มีการบ่นกันว่าในยุคนี้ การวิจัยพื้นฐานแทบจะไม่ได้รับความสำคัญ   

ทำให้ผมระลึกย้อนความหลังว่า  การให้คุณค่าของการวิจัยพื้นฐานอย่างจริงจัง เป็นระบบ มีมาตรการเชิงปฏิบัติเกิดขึ้นที่ สกว. สมัยผมเป็นผู้อำนวยการ     เวลาผ่านมาไม่ถึง ๓๐ ปี    สถานการณ์เปลี่ยนไปเป็นตรงกันข้าม    ซึ่งก็มีเหตุผลเข้าใจได้   

ผมตีความว่า ระบบ ววน. ของไทยต้องลงทุนอย่างมีเป้าหมาย และเป้าหมายนั้นวัดได้ ประเมินได้ ว่าเมื่อเวลาผ่านไป นโยบายและเป้าหมายที่กำหนดไว้ส่งผลกระทบต่อบ้านเมืองอย่างคุ้มค่าหรือไม่   

ผมมีความเห็นว่า การจัดการทุนวิจัยพื้นฐานในปัจจุบัน ต้องแตกต่างไปจากเมื่อ ๓๐ ปีก่อน     โดยหลักการสำคัญคือ ต้องสนับสนุนแบบ directed basic research    คือมีการระบุเป้าหมาย หรือลำดับความสำคัญ อย่างชัดเจน     แล้วเปิดโอกาสให้นักิจัยเสนอโครงการ     คือยังคงสภาพ researcher-initiated project ไว้     แต่คงไว้เพียงร้อยละ ๕๐    อีกร้อยละ ๕๐ กำหนดทิศทางโดยฝ่ายบริหารระบบ ววน.   

ที่จริงเวลานี้ ทุนวิจัยแบบวิจัยพื้นฐานก็ยังมีอยู่   โดยเขาเรียกว่า Fundamental Fund – FF    แต่หน่วยจัดการทุนระบุว่าต้องมีผลต่อเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศ    จึงคล้ายๆ มีปัญหาที่วิธีจัดการทุนวิจัย    ว่าจะเป็นทุนวิจัยพื้นฐาน หรือทุนวิจัยประยุกต์กันแน่   

หากยึดหลักการจัดการแบบ Directed Basic Research อย่างที่ประเทศที่ระบบวิจัยของเขาพัฒนาแล้วทำกัน    ก็จะมีความชัดเจนไม่มีปัญหา    คือทุนวิจัยพื้นฐานมี ๒ แบบ    คือ researcher-initiated research    กับ directed basic research   โดยที่ directed basic research ก็ยังมีลักษณะเป็น researcher-initiated    แต่มีลักษณะนั้นเพียงครึ่งเดียว   อีกครึ่งหนึ่งกำหนดโดยกลไกของหน่วยจัดการทุน    ที่มีการดำเนินการเพื่อระบุเป้าหมาย หรือลำดับความสำคัญ   

ผมเห็นด้วยว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันของประเทศไทย    ทุนวิจัยพิ้นฐานควรเน้นที่ directed basic research    คือมีการกำหนดจุดเน้น หรือทิศทาง ไว้ล่วงหน้า     โดยที่ขั้นตอนกำหนดทิศทาง (theme) นี้ต้องมีความรอบคอบมาก  มีการมองอนาคตและจุดได้เปรียบของประเทศเป็นอย่างดี จากความรู้ที่สร้างขึ้นจากงานวิจัยพื้นฐานนั้น     

วิจารณ์ พานิช   

๑๖ ม.ค. ๖๕   ปรับปรุง ๒๐ ม.ค. ๖๕