ที่ดิน ส.ป.ก. หรือที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 คือเอกสารแสดง การครอบครองที่ดิน ที่สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกให้กับประชาชนเข้าทำประโยชน์ใน เขตปฏิรูปที่ดิน ตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 โดยมีหลักว่า ที่ดินในเขตปฏิรูปนั้น ให้ใช้ทำเกษตรกรรมได้อย่างเดียวเท่านั้น ทำประโยชน์อย่างอื่นไม่ได้ และผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 จะต้องมีฐานะยากจน ที่ดิน ส.ป.ก. ซื้อขายได้ไหม ? ที่ดิน ส.ป.ก. นั้น ไม่สามารถซื้อขายกันได้ บทบัญญัติตาม พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 กฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้กำหนดมาตรการหรือโทษตามกฎหมาย โดยผู้ขายต้องเสียสิทธิทำกินในที่ดินที่ได้รับอนุญาต ในขณะที่ผู้ซื้อเอง ก็ไม่อาจอ้างการซื้อขายเข้าครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. เท่ากับว่าหากซื้อขายที่ดิน ส.ป.ก. การซื้อขายก็เป็นโมฆะตั้งแต่ต้น จะอ้างสิทธิหรือความชอบธรรม ด้วยเหตุที่ได้ซื้อขายกันไม่ได้ พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 ที่ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2532 ระบุ ผู้มีสิทธิได้รับการจัดที่ดิน ส.ป.ก. มี 3 ประเภท คือ 1. เกษตรกร เป็นผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักอยู่แล้ว โดยใช้เวลาส่วนใหญ่ในรอบปี เพื่อประกอบเกษตรกรรมแห่งท้องถิ่นนั้น 2. ผู้ประสงค์จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ได้แก่ - ผู้ยากจน มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท/คน/ปี - จบการศึกษาทางเกษตรกรรม ไม่ต่ำกว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพหรือเทียบเท่า - เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม 3. สถาบันเกษตรกร ได้แก่ - กลุ่มเกษตรกร - สหกรณ์การเกษตร - ชุมชนสหกรณ์การเกษตรตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ ขอที่ดิน ส.ป.ก. ได้กี่ไร่ ในการยื่นคำขอที่ดิน ส.ป.ก. นั้น สามารถขอได้ ดังนี้ 1. จำนวนที่ดินไม่เกิน 50 ไร่ สำหรับเกษตรกร และบุคคลใน ครอบรัวเดียวกัน เพื่อใช้ประกอบเกษตรกรรม หรือ 2. จำนวนที่ดินไม่เกิน 100 ไร่ สำหรับเกษตรกร และบุคคลในครอบรัวเดียวกัน เพื่อใช้ประกอบเกษตรกรรม ประเภทเลี้ยงสัตว์ใหญ่ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกาศ หรือ 3. จำนวนตามที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) เห็นสมควรสำหรับสถาบันเกษตรกร หรือ 4. ถ้าเป็นที่ดินของรัฐ และมีเกษตรกรถือครองอยู่แล้วเกินจำนวนที่กำหนด ก่อนเวลาที่คปก. กำหนด (พ.ศ. 2524) จัดให้ตามจำนวนที่เกษตรกรถือครองได้ แต่เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 100 ไร่

ที่ดิน ส.ป.ก. คืออะไร การซื้อขายที่ดิน สปก. 
จะมีผลต่อกรรมสิทธิ์ไหม ?

 

ที่ดิน ส.ป.ก. คืออะไร การซื้อขายที่ดิน สปก.
มีผลต่อกรรมสิทธิ์ไหม ?

ดร. ถวิล  อรัญเวศ

 

เกริ่นนำ

           ปัจจุบัน จะมีข่าวสารปัญหาเกี่ยวกับที่ดิน ส.ป.ก.

อยู่บ่อย ๆ ว่าซื้อขายกันได้ไหม ครอบครองได้กี่ไร่ และ

ผู้ขายผู้ซื้อจะมีโทษตามกฎหมายอย่างไร  เป็นต้น

           จึงได้ไปศึกษาค้นคว้าจากแหล่งข้อมูลที่ท่านผู้รู้และ

เข้าใจเรื่องนี้ มาเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน และเพื่อจะ

ได้ถือปฏิบัติให้ถูกต้องต่อไปนั้นเอง

            ที่ดิน ส.ป.ก. หรือที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 บทบัญญัติตาม พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 มาตรา 39 ระบุว่า คือที่ดินที่บุคคลได้รับสิทธิโดยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจะทำการแบ่งแยก หรือโอนสิทธิในที่ดินนั้นไปยังผู้อื่นมิได้ เว้นแต่เป็นการตกทอดทางมรดกแก่ทายาทโดยธรรม หรือโอนไปยังสถาบันเกษตรกร หรือ ส.ป.ก.

         ที่ดิน ส.ป.ก. หรือที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 คือเอกสารแสดงการครอบครองที่ดิน ที่สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกให้กับประชาชนเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน ตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพ.ศ. 2518 โดยมีหลักว่า ที่ดินในเขตปฏิรูปนั้น ให้ใช้ทำเกษตรกรรมได้อย่างเดียวเท่านั้น ทำประโยชน์อย่างอื่นไม่ได้ และผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 จะต้องมีฐานะยากจน

 

ที่ดิน ส.ป.ก. ซื้อขายได้ไหม  ?


      ที่ดิน ส.ป.ก. นั้น ไม่สามารถซื้อขายกันได้ บทบัญญัติตาม พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 กฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้กำหนดมาตรการหรือโทษตามกฎหมาย โดยผู้ขายต้องเสียสิทธิทำกินในที่ดินที่ได้รับอนุญาต ในขณะที่ผู้ซื้อเอง ก็ไม่อาจอ้างการซื้อขายเข้าครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. เท่ากับว่าหากซื้อขายที่ดิน ส.ป.ก. การซื้อขายก็เป็นโมฆะตั้งแต่ต้น จะอ้างสิทธิหรือความชอบธรรมด้วยเหตุที่ได้ซื้อขายกันไม่ได้

 

ความเป็นมาของที่ดิน ส.ป.ก.

          ที่ดิน ส.ป.ก. มีความเป็นมาว่า ก่อนจะมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เกษตรกรไทยประสบปัญหาไร้ที่ดินทำกินมายาวนาน และทวีความรุนแรงมากขึ้น รัฐบาลในขณะนั้น ซึ่งมีนายสัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี จึงได้จัดตั้งสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ขึ้น เพื่อนำที่ดินของรัฐ และจัดซื้อที่ดินของเอกชน มาจัดให้เกษตรกรเข้าทำประโยชน์


 

ที่ดิน ส.ป.ก. คืออะไร ?

          ที่ดิน ส.ป.ก. หรือที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 คือเอกสารแสดงการครอบครองที่ดินที่สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกให้กับประชาชนเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน ตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 โดยมีหลักว่า ที่ดินในเขตปฏิรูปนั้นใช้ทำเกษตรกรรมได้อย่างเดียวเท่านั้น ทำประโยชน์อย่างอื่นไม่ได้ และผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 จะต้องมีฐานะยากจน

 

ที่ดิน ส.ป.ก ซื้อขายได้ไหม ?

          ที่ดิน ส.ป.ก. ไม่สามารถซื้อขายได้ บทบัญญัติตาม พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 มาตรา 39 ระบุว่า ที่ดินที่บุคคลได้รับสิทธิโดยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจะทำการแบ่งแยก หรือโอนสิทธิในที่ดินนั้นไปยังผู้อื่นมิได้ เว้นแต่เป็นการตกทอดทางมรดกแก่ทายาทโดยธรรม หรือโอนไปยังสถาบันเกษตรกร หรือ ส.ป.ก. เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

           หากมีการซื้อขายเปลี่ยนมือที่ดิน ส.ป.ก. กฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้กำหนดมาตรการหรือโทษตามกฎหมาย โดยผู้ขายต้องเสียสิทธิทำกินในที่ดินที่ได้รับอนุญาต นั้นในขณะที่ผู้ซื้อเอง ก็ไม่อาจที่จะอ้างการซื้อขายเข้าครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก.นั้นได้ นอกจากนั้นผู้ซื้อและผู้ขาย
ก็อาจจะต้องได้รับโทษอาญาถึงจำคุกด้วย

 

คุณสมบัติผู้มีสิทธิได้รับการจัดที่ดิน ส.ป.ก.

เดิม ผู้มีสิทธิที่จะได้รับการจัดที่ดิน ส.ป.ก. มีดังนี้

1. มีสัญชาติไทย

2. บรรลุนิติภาวะ หรือเป็นหัวหน้าครอบครัว

3. ประพฤติดี ซื่อสัตย์สุจริต

4. ร่างกายสมบูรณ์ ขยันขันแข็ง

5. ไม่มีที่ดินหรือมีที่ดินเพียงเล็กน้อย ไม่เพียงพอ

6. ไม่เป็นคนวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือน

7. ยินยอมปฏิบัติตามระเบียบของ ส.ป.ก.

 

          ต่อมาผู้มีสิทธิได้รับการจัดที่ดิน ส.ป.ก.  ตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
 พ.ศ. 2518 ที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2532 ระบุ ผู้มีสิทธิได้รับการจัดที่ดิน ส.ป.ก. มี 3 ประเภท คือ

1. เกษตรกร

         เป็นผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักอยู่แล้ว โดยใช้เวลาส่วนใหญ่ในรอบปี เพื่อประกอบเกษตรกรรมแห่งท้องถิ่นนั้น

2. ผู้ประสงค์จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ได้แก่

- ผู้ยากจน มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท/คน/ปี

- จบการศึกษาทางเกษตรกรรม ไม่ต่ำกว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพหรือเทียบเท่า

- เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม

3. สถาบันเกษตรกร ได้แก่

- กลุ่มเกษตรกร

- สหกรณ์การเกษตร

- ชุมชนสหกรณ์การเกษตรตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์

          หากมีคุณสมบัติตามที่กำหนดดังกล่าวข้างต้น สามารถยื่นคำร้องเพื่อขอรับการจัดที่ดิน ณ สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จังหวัด โดยให้จัดเตรียมเอกสารและหลักฐาน ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน และหลักฐานการมีที่ดิน (ถ้ามี) เพื่อให้ ส.ป.ก.จังหวัด ตรวจสอบคุณสมบัติและดำเนินการจัดหาที่ดิน และจัดที่ดิน ส.ป.ก.ต่อไป

 

ขอที่ดิน ส.ป.ก. ได้กี่ไร่

     ในการยื่นคำขอที่ดิน ส.ป.ก. นั้น สามารถขอได้ ดังนี้

      1. จำนวนที่ดินไม่เกิน 50 ไร่ สำหรับเกษตรกร และบุคคลใน
  ครอบรัวเดียวกัน เพื่อใช้ประกอบเกษตรกรรม หรือ

      2. จำนวนที่ดินไม่เกิน 100 ไร่ สำหรับเกษตรกร และบุคคลในครอบรัวเดียวกัน เพื่อ
ใช้ประกอบเกษตรกรรม ประเภทเลี้ยงสัตว์ใหญ่ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกาศ

หรือ

      3. จำนวนตามที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) เห็นสมควรสำหรับสถาบันเกษตรกร หรือ

    4. ถ้าเป็นที่ดินของรัฐ และมีเกษตรกรถือครองอยู่แล้วเกินจำนวนที่กำหนด ก่อนเวลาที่คปก. กำหนด (พ.ศ. 2524) จัดให้ตามจำนวนที่เกษตรกรถือครองได้ แต่เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 100 ไร่

 

การมอบหนังสือรับมอบที่ดิน ส.ป.ก.

            เกษตรกรที่ได้รับการคัดเลือกและได้รับการจัดที่ดินส.ป.ก. จะมีการนัดมอบแปลงที่ดิน และมอบหนังสือรับมอบที่ดินให้แก่เกษตรกรผู้ได้รับการคัดเลือก ตามระเบียบ คปก. ว่าด้วยการให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรผู้ได้รับที่ดินปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2540 ข้อ 5 โดยให้เกษตรกรที่ได้รับการคัดเลือกและได้รับการจัดที่ดิน ลงลายมือชื่อในหนังสือรับมอบที่ดินไว้เป็นหลักฐาน ตามแบบที่ ส.ป.ก. กำหนด (แบบ ส.ป.ก 4-28 ก.)

           การออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. เกษตรกรที่ได้รับการจัดที่ดิน และได้รับหนังสือรับมอบที่ดินจากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดแล้ว

 

1. กรณีที่ดินที่ได้รับเป็นประเภทที่ดินของรัฐ ส.ป.ก.จะออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน

(ส.ป.ก. 4-01 ข) ให้กับเกษตรกร (ระเบียบ คปก. ว่าด้วย การออก แก้ไขเพิ่มเติม เพิกถอน และออกใบแทนหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2540)

 

2. กรณีที่ดินที่ได้รับ เป็นประเภทที่เอกชน ที่ดิน ส.ป.ก.ได้มาโดยการจัดซื้อหรือเวนคืน ส.ป.ก. จะจัดทำสัญญาเช่าที่ดิน (ส.ป.ก. 4-14 ก) หรือสัญญาเช่าซื้อที่ดิน (ส.ป.ก. 4-18 ข) กับเกษตรกร

 

 

หน้าที่ของเกษตรกรที่ได้รับที่ดิน ส.ป.ก.

1. ต้องทำประโยชน์ในที่ดินด้วยตนเอง ห้ามขาย ห้ามให้เช่า หรือให้ผู้อื่นใช้ประโยชน์ในที่ดินนั้น

 

2. ขุดบ่อได้ไม่เกิน 5% ของที่ดิน จากเนื้อที่ทั้งหมดที่ได้รับอนุญาตจาก ส.ป.ก. และไม่นำดินที่ขุดออกจากแปลง

 

3. ต้องดูแลหมุดหลักฐาน และหลักเขตที่ดิน มิให้เกิดความชำรุดหรือเคลื่อนย้าย

 

4. ไม่เปลี่ยนแปลงสภาพที่ดิน จนทำให้ไม่เหมาะสมกับการทำเกษตรกรรม

 

5. ปลูกบ้านหรือสิ่งปลูกสร้างใด ๆ ได้ตามสมควร

 

6. ยินยอมทำสัญญาและปฏิบัติตามสัญญากับส.ป.ก.

 

7. ไม่ทำให้สิ่งก่อสร้างและสภาพแวดล้อมในที่ดินเสียหาย

  

สรุปลักษณะที่ดิน ส.ป.ก.

  

สิทธิในที่ดิน         

     ใช้สำหรับอยู่อาศัย ทำเกษตรกรรม

 

ผู้มีสิทธิ์ถือครองที่ดิน ส.ป.ก.

          คือเกษตรกร, ผู้ที่ต้องการทำเกษตรกรรม, สถาบันเกษตรกร

ซื้อขายไม่ได้

 

เป็นมรดกตกทอดได้

 

แบ่งครอบครองไม่ได้

 

ที่ดิน ส.ป.ก. โอนให้ใครได้บ้าง

1. สามี ภรรยา

2. บุตร

3. บิดามารดาของเกษตรกร

4. พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันของเกษตรกร

5. พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกันของเกษตรกร

6. หลานของเกษตรกร

           ที่ดิน ส.ป.ก. สามารถโอนสิทธิและตกทอดทางมรดกสิทธิให้ทายาท ต้องเป็นเกษตรกรหรือผู้ประสงค์จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักเท่านั้น ดังนี้

         1. การโอนสิทธิ เกษตรกรที่ได้รับที่ดิน ส.ป.ก. ยังมีชีวิตออยู่ สามารถโอนสิทธิให้ทายาทได้ ต่อเมื่อมีเหตุผลและความจำเป็น เช่น แก่ชรา เจ็บป่วย เป็นต้น

 

          2. ตกทอดทางมรดกสิทธิ เกษตรกรที่ได้รับที่ดิน ส.ป.ก. เสียชีวิต ทายาทสามารถยื่นคำร้องขอรับมรดกสิทธิได้

            ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ที่ดิน ส.ป.ก. ที่จัดให้เกษตรกรตกไปอยู่ในมือของผู้ที่ไม่ได้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และเกษตรกลายเป็นผู้เช่าที่ดิน ทำกิน ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเป็นปัญหาการไร้ที่ดินทำกินต่อไปไม่รู้จบจึงได้มีระเบียบ กฎหมายเพื่อการนี้ตามที่กล่าวมาแล้ว และจะต้องยึดถือปฏิบัติตามระเบียบ
และกฎเกณฑ์ดังกล่าวมาโดยเคร่งครัดด้วย


 

 

 

 

แหล่งข้อมูล

https://bit.ly/3HBemk7

https://old.alro.go.th/alro_th/main.php?filename=index

https://www.prachachat.net/general/news-859966

https://bit.ly/3suBg6r